Contract
สญญา▇▇▇ แบบสญญา▇▇▇▇ทว่ ไป
▇▇▇▇▇▇▇▇…………………………………
สญญา▇▇▇▇▇▇ทําขน้ ณ…………………..……...ตาบลํ /แขวง อําเภอ/เขต
……………………..จงหวด
…….…………….เม่อวนท…
..……เดอน…………………..พ.ศ……………
ระหว่าง…………………………………..โดย………...………………………ซ่งต่อไปในสญญาน้ีเรยกว่า “ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇” ฝ่ายหน่ึง
กบ………………………….ซงึ จดทะเบยนเป็นนิตบุคคล ณ………………….……..มสี านกงานใหญอย่่ เลขท………
ถนน………………………..ตําบล/แขวง…….……………....อําเภอ/เขต……………….จงหวด……...……….
โดย ผ▇▇
▇▇ ํานาจลงนามผกพนนิตบ
ุคคลปรากฏตามหนงสอรบรองของสานกงานทะเบยนหุนสวน
บรษ
ท ลงวนท…
………(และหนงสอมอบอํานาจลงวนท…
…………..)* แนบทายสญญาน้ี (ในกรณี ทผ่
ูร้ บ▇▇▇
เป็นบุคคลธรรมดาใหใชข
อความว่ากบ
………………………….อยบ่
านเลขท…
……..….ถนน ตําบล/
แขวง……..………….อําเภอ/เขต…………..…..จงหวด…………..……..)* ซงึ ตอไปใน่ สญญานเรยี้ กว่า “ผรู้ บ▇▇▇” อกฝ่ายหนึ่ง
ค่ส
ญญาไดตกลงกนมข
อความดงต่อไปน้ี
ข้อ 1. ขอตกลง▇▇▇▇▇▇▇
ผวู้ ่าตกลง▇▇▇และผูร้ บ▇▇▇ตกลงรบ▇▇▇ทางาน……………………………ณ ตาบล/
แขวง…………………..อําเภอ/เขต…………..…………จงหวด……………….…..ตามขอกําหนดและเงอื นไขสญญานี้รวมทงั
เอกสารแนบทายสญญาผรู้ บ▇▇▇ตกลงท▇▇ ▇จดหาแรงงานและวสดุ เครอื งมอเครอื งใช้ ตลอดจนอุปกรณ์ต่าง ๆ ชนิดดเพ่อใชใน งาน▇▇▇ตามสญญาน้ี
ข้อ 2. เอกสารอนเป็ นส่วนหนึ่งของสญญา
เอกสารแนบทายสญญาดงต่อไปน้ีใหถอเป็นสวนหนึ่งของสญญานี้
2.1 ผนวก 1.…………………(แบบรูป)………………จานวน หน้า
2.2 ผนวก 2……………...(รายการละเอยด)…………..จานวน หน้า
2.3 ผนวก 3………(ใบ▇▇▇▇▇▇▇▇งานและราคา)……..จานวน หน้า
2.4 ผนวก 4………………(ใบเสนอราคา)…………….จานวน หน้า
ความใดในเอกสารแนบทายส้ ญญาทั ข่ี ด▇▇ ▇▇ก้ บขั อความในส้ ญ▇▇ ▇▇▇▇ ใหใช้ ข้ อความในส้ ญญานั ้ีบงคั บั และในกรณีท่ี
เอกสารแนบทายส้ ญญาขั ด▇▇ ▇▇ก้ น▇▇▇▇ ผรู้ บจั างจะต้ องปฏ้ บิ ตั ตาิ มคาวํ นิ ิจฉยขั องผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇
2.5 …………………………….ฯลฯ………………………….
หมายเหตุ * ตดออกหรือใสไว้ตามความเหมาะสม
ข้อ 3. หลกประกนการปฏิบตั ิตามสญญา
ในขณะทาสญญาน้ีผรู้ บ▇▇▇▇▇นําหลกประกนเป็น………………………………………..………
เป็นจานวนเงน
…………………บาท (…………….………….) มามอบใหแก่ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇เพอื เป็นหลกประกนการปฏบ
ตตามสญญา
น้ีหลกประกนทผ่ รู้ บ▇▇▇นามามอบไวตํ ามวรรคหน่ึง ผู▇▇ ▇▇▇▇▇จะคนใหเม่อผูร้ บ▇▇▇พนจากขอผูกพนตามสญญานี้แลว
ข้อ 4. ก. ค่า▇▇▇▇และการจ่ายเงิน
(สาหรบสญญาทเี ป็นราคาต่อหน่วย)
ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ตกลงจ่ายและผูร้ บ▇▇▇ตกลงรบเงนค่า▇▇▇เป็นจานวนเงน
……………………………บาท
(……………………….…..) ซงึ ไดรวม▇▇▇▇
▇▇▇▇▇เพม
จานวน บาท ตลอดจนภาษอากรอ่น
ๆ และค่าใชจ้ ่ายทง้ ปวง
ดวยแลว
โดยถอราคาต่อหน่วยเป็นเกณฑ์ ตามรายการ แต่ละประเภท ดงทไี ดก
ําหนดไว้ ในใบแจง▇▇▇▇▇งานและราคา
ค่ส
ญญาทง้ สองฝ่าย ต่างตกลงว่า จานวน▇▇▇▇▇งานทก่
ําหนดไว้ ในบญชรายการก่อสราง หรอใบแจง▇▇▇▇▇งาน และราคาน้ี
เป็นจานวนโดยประมาณเท่านนั จานวน▇▇▇▇▇งานทแี ท้ จรงอาจจะมาก หรอน้อยกว่านี้กได้ ซงึ ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ จะจ่ายเงนค่า▇▇▇
ใหแก่ผูร้ บ▇▇▇ ตามราคาต่อหน่วยของงาน แต่ละรายการทไี ดท
าเสรจจรง
ค่ส
ญญาทง้ สองฝ่าย ต่างตกลง ท▇▇ ▇▇▇▇เปลยี นแปลง
ราคาต่อหน่วย หรอเรยกรองค่าสนไหม▇▇▇▇▇ อน▇▇▇จาก การทจ่ี านวน▇▇▇▇▇งานในแต่ละรายการ ไดแตกต่าง ไปจากท่ กําหนดไวในสญญา ทง้ น้ี นอกจากในกรณีต่อไปน้ี*
4.1 เม่▇▇▇▇▇▇งานทท่ าเสรจจรงในสวนทเี ▇▇▇วา่ รอยละ125 (หน่ึงรอยยส่ี บหา้ ) แต่ไม่▇▇▇▇▇▇ละ 150 (หนึ่งรอยหาสบ)
ของ▇▇▇▇▇งาน ทก่ หน่วย ตามสญญา
ําหนดไวในสญญา หรอใบแจง▇▇▇▇▇งาน และราคา จะจ่ายให้ ในอตรารอยละ 90 (เกาสบ
) ของราคาต่อ
4.2 เม่▇▇▇▇▇▇งาน ทท่
าเสรจจรง
ในสวนทเี ▇▇▇ว่า รอยละ 150 (หน่ึงรอยหาสบ
) ของ▇▇▇▇▇งานทก่
ําหนดไว้ ในสญญา หรอ
ใบแจง▇▇▇▇▇งาน และราคาจะจ่ายให้ ในอตรารอยละ 83 (แปดสบสาม) ของราคาต่อหน่วย ตามสญญา
4.3 เม่▇▇▇▇▇▇งานทท่
าเสรจจรง
น้อยกว่ารอยละ 75 (เจดสบหา้ ) ของ▇▇▇▇▇งาน ทก่
ําหนดไว้ ในสญญา หรอใบแจง▇▇▇▇▇
งานและราคา จะจ่ายใหตามราคาต่อหน่วยในสญญา และจะจ่ายเพมชดเชย เป็นค่า overhead และ mobilization สาหรบงาน
รายการ นน
ในอตรารอยละ 17 (สบเจด
) ของผลต่าง ระหว่าง▇▇▇▇▇งานทง้ หมด ของงานรายการนนั
ตามสญญา
โดยประมาณ กบ▇▇▇▇▇งานทท่
าเสรจจรง
คณดวย ราคาต่อหน่วยตามสญญา
4.4 ผู▇▇ ▇▇▇▇▇ จะจ่ายเงนท่เพม
ขน้
หรอหกลดเงน
ในแต่ละกรณี ดงกล่าวขางต้น ในงวดสุดทาย ของการจ่ายเงน
หรอก่อนงวด
สุดทาย ของการจ่ายเงน
ตามทผ่
ู▇▇ ▇▇▇▇▇ จะพ▇▇▇▇▇เหน▇▇▇▇▇ ผู▇▇ ▇▇▇▇▇ ตกลงท▇▇ ▇จ่ายเงนค่า▇▇▇ ใหแก่ผูร้ บ▇▇▇ เป็นรายเดอน
ตามเน้ืองานท่ท
ําเสรจจรง
เม่อ
ผู้▇▇▇▇▇▇ หรอเจาหน้าท่ี ของผู▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇ท
ําการตรวจสอบผลงาน ท่ท
ําเสรจแลว
และปรากฏว่า
เป็นทพ
▇▇▇ ▇▇▇ตามขอกําหนด แหงสญญาน้ี ทุกประการ ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ จะออกหนงสอรบรอง การรบมอบงานนนั
ใหไวแก่ผรู้ บ▇▇▇
การจ่ายเงนงวดสุดทาย จะจ่ายให้ เม่องานทง้ หมด ตามสญญา ไดแลวเสรจทุกประการรวมทง้ การทําสถานทก่ ่อสราง ใหสะอาด
เรยบรอย ตามท▇▇▇ ▇▇หนดไว้ ในขอ 20
หมายเหตุ * อตราร้อยละท่ีระบไว้ต่อไปนี ้อาจพิจารณาแก้ไขได้ตามความเหมาะสม
ข้อ 4. ข. ค่า▇▇▇และการจ่ายเงิน
(สาหรบสญญาทเี ป็นราคาเหมารวม)
ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ ตกลงจ่าย และผูร้ บ▇▇▇ตกลงรบเงนค่า▇▇▇จานวนเงน
…………………….………..บาท
(… ) ซงึ ไดรวมภาษม
ลค่าเพม
จานวน บาท ตลอดจน ภาษอากรอ่น
ๆ และค่าใชจ้ ่ายทง้ ปวงดวย
แลว
โดยถอราคาเหมารวม เป็นเกณฑ์ และกําหนดการจ่ายเงน
เป็นงวด ๆ ดงน้ี
งวดท่ี 1 เป็นจานวนเงน………………..บาท (…………………………..………….) เม่อผูร้ บ▇▇▇
▇▇ปฏบตงาน………………ใหแลวเสรจภายใน………………………………………………
งวดท่ี 2 เป็นจานวนเงน……………………..บาท (………………………..……….) เม่อผูร้ บ▇▇▇
▇▇ปฏบตงาน………………ใหแลวเสรจภายใน ฯลฯ
งวดสุดทาย เป็นจานวนเงน
……..………...บาท (…………………………...……..) เม่อผูร้ บ▇▇▇▇▇ปฏบ
ตงานทง้ หมด ใหแลว
▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇
▇▇▇▇▇▇ทก่
่อสราง ใหสะอาดเรยบรอย ตามทก่
ําหนดไว้ ในขอ 20
การจ่ายเงน
ตามเงอื นไข แหงสญญาน้ี ผู▇▇ ▇▇▇▇▇ จะโอนเงนเขา
บญชเงนฝากธนาคารของผูร้ บ▇▇▇
ช่อธนาคาร…………………….สาขา……………..ช่อบญช…………………เลขทบ่ ญช ทง้ น้ี ผรู้ บ▇▇▇ ตกลงเปน็
ผรู้ บภาระ เงนค่าธรรมเนียม หรอค่าบร▇▇▇▇▇▇ใดเกย
วกบการโอนทธี นาคารเรยกเกบ
และยนยอม ใหม
การหกเงนดงกลาว จาก
จานวนเงนโอนในงวดนนั
ๆ (ความในวรรคน้ี ใชส
าหรบ
กรณีท่ี ส่วนราชการจะจ่ายเงนตรงใหแก่ผูร้ บ▇▇▇
(ระบบ Direct Payment) โดยการโอนเงนเขาบญชเงนฝากธนาคาร ของผูร้ บ▇▇▇ ตามแนวทาง ทก
.
ระทรวงการคลงกําหนด)
*ข 5. เงินค่า▇▇▇▇ล่วงหน้า
ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ ตกลงจ่ายเงนคา▇▇▇ล่วงหน้า ใหแก่ผูร้ บ▇▇▇ เป็นจานวนเงน บาท
(………………..……) ซงึ เท่ากบรอยละ ของราคาค่า▇▇▇ ตามสญญาทรี ะบุไว้ ในขอ 4
เงนจานวนดงกล่าว จะจ่ายให้ ภายหลงจาก ทผ่
รู้ บ▇▇▇ ▇▇วางหลกประกน
การรบเงนค่า▇▇▇ล่วงหน้า เตมตามจานวนเงนค่า▇▇▇
ล่วงหน้านนั
ใหแก่ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ ผรู้ บ▇▇▇ จะตองออกใบเสรจรบเงนค่า▇▇▇ล่วงหน้า ตามแบบทผ่
ู▇▇ ▇▇▇▇▇ กําหนดให้ และผูร้ บ▇▇▇ตกลง
ท▇▇ ▇กระทาตามเงอื นไขอนเกย
วกบการใชจ้ ่าย และการใชค
นเงนค่า▇▇▇ล่วงหน้านนั
ดงต่อไปน้ี
5.1 ผูร้ บ▇▇▇ จะใชเงนค่า▇▇▇ล่วงหน้านัน
เพอื เป็นค่าใชจ้ ่าย ในการปฏบ
ตงาน ตามสญญาเท่านนั
หากผูร้ บ▇▇▇ ใชจ้ ่ายเงน
ค่า▇▇▇ล่วงหน้า หรอสวนใดสวนหน่ึง ของเงนค่า▇▇▇ล่วงหน้านัน
ในทางอ่น
ผวู้ ่า▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇ยกเงนค่า▇▇▇ล่วงหน้าคน
จากผูร้ บ
▇▇▇ หรอบงคบแก่หลกประกน
การปฏบ
ตตามสญญาไดทนท
5.2 เม่อผวู้ ่า▇▇▇▇▇ยกรอง ผรู้ บ▇▇▇ ตองแสดงหลกฐาน การใชจ้ ายเงนค่า▇▇▇ล่วงหน้า เพอื พสิ จน์ว่า ไดเป็นไปตามขอ 5.1
ภายในกําหนด 15 วน
นบถดจากวน
ไดร้ บแจงจาก ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ หากผรู้ บ▇▇▇ ▇▇▇อาจแสดงหลกฐานดงกล่าว ภายในกําหนด 15 วน
ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇อา▇▇▇ยกเงนค่า▇▇▇ล่วงหน้าคน จากผูร้ บ▇▇▇ หรอบงคบแก่ หลกประกนการรบเงนค่า▇▇▇ล่วงหน้า ไดทนท
* 5.3 (สาหรบสญญาทเี ป็นราคาต่อหน่วย) ในการจ่ายเงนค่า▇▇▇ ใหแก่ผูร้ บ▇▇▇ตามขอ้
4 ก. ผวู้ ่าจะหกเงนค่า▇▇▇ ในแต่ละเดอนไวจ้ านวนทง้ หมด* ทง้ น้ี จนกว่าจานวนเงน
ทห่
กไว้ จะครบตามจานวน เงนค่า▇▇▇ล่วงหน้า ทผ่
รู้ บ▇▇▇▇▇ร้ บไปแลว
5.4 เงนจานวนใด ๆ กตาม ทผ่ รู้ บ▇▇▇ จะต้องจายใหแ่ ก่ ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇เพอื ชาระหน้ี หรอเพอื ชดใชความรบผดต่าง ๆ ตามสญญา ผ▇▇▇ ▇▇
▇▇▇ จะหกเอาจากเงนค่า▇▇▇งวด ท▇▇ ▇จ่ายใหแก่ ผรู้ บ▇▇▇ ก่อนท▇▇ ▇หกชดใชคน เงนคา▇▇▇ ▇ลวงหนา้
5.5 ในกรณีทม่
การบอกเลกสญญา หากเงนค่า▇▇▇ล่วงหน้าทเี หลอ
▇▇▇กว่าจานวนเงน
ทผ่
รู้ บ▇▇▇ จะไดร้ บ
หลงจากหกชดใช้ ใน
กรณีอ่นแลว้ จากผู▇▇ ▇▇▇▇▇
ผรู้ บ▇▇▇ จะตองจ่ายคนเงน
จานวนทเี หลอนนั
ใหแก่ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ ภายใน 7 วน
นบถดจากวน
ไดร้ บแจง
เป็นหนังสอ
5.5 ก. (สาหรบสญญาทเี ป็นราคาต่อหน่วย)
ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ จะคนหลกประกนเงนล่วงหน้า ใหแก่ผรู้ บ▇▇▇ ต่อเม่อผู▇▇ ▇▇▇▇▇ ▇▇ห
5.5 ข. (สาหรบสญญาทเี ป็นราคาเหมารวม)
ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇จะคนหลกประกนเงนล่วงหน้าใหแก่ผรู้ บั
กเงนค่า▇▇▇ไวครบจานวนเงนล่วงหน้า ตาม 5.3
▇▇▇**……………………………………………………………………………………………………………
*** ขอ้ 6. การหกเงินประกนผลงาน
ในการจ่ายเงนใหแก่ผรู้ บ▇▇▇แต่ละงวด ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ จะหกเงน
จานวนรอยละ 10 ของเงนทต่
องจ่าย ในงวดนนั
เพ่อเป็น
ประกนผลงาน ในกรณีท่ี เงนประกนผลงาน จะตองถูกหกไวท
ง้ สน้
ไม่ต่ํากว่า 6 เดอน (สาหรบสญญาทเี ป็นราคาต่อหน่วย) หรอ
จานวน บาท (สาหรบสญญาทเี ป็นราคาเหมารวม) ผมู
▇▇ ▇▇▇▇ มสี ทธท
▇▇ ▇ขอเงนประกนผลงานคน
โดยผรู้ บ▇▇▇
จะตองวางหนงสอ▇▇▇ ประกน
ของธนาคาร ซงึ ออกโดยธนาคารภายในประเทศ มาวางไวต
่อผู▇▇ ▇▇▇▇▇เพอื เป็นหลกประกนแทนก
ไดผ
▇▇▇ ▇▇▇▇▇ จะคนเงนประกนผลงาน และ/หรอ
หนงสอค้าประกน
ของธนาคารดงกลาว ตามวรรคหนึ่ง ใหแก่ผูร้ บ▇▇▇ พรอมกบ
การจ่ายเงน งวดสุดทาย
ข้อ 7 ก. กาหนดเวลาแล้วเสรจและ▇▇▇▇▇ของผ้▇▇ ▇▇▇▇▇▇ในการบอกเลิกสญญา
ภายในกําหนด วน
นบถดจากวนลงนามในสญญา ผรู้ บ▇▇▇ จะตองเสนอแผนงานใหเป็นทพ
อใจ แก่ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇
โดยแสดงถงขน้ ตอน ของการทางาน และกําหนดเวลาทต่ องใช้ ในการทางานหลกตาง่ ๆ ใหแลวเสรจ็ ***
ผรู้ บ▇▇▇ ตองเรม
ทางานทร่ี บ▇▇▇ ภายในกําหนด วน
นบถดจาก วนไดร้ บหนงสอ
แจงใหเรม
งานและจะตอง ทางานให
แลวเสรจ
ภายในกําหนด วนั
ถามไดเสนอแผนงาน หรอ
นบถดจากวนทไี ดร้ บหนงสอแจง ไม่▇▇▇▇▇▇ทางานใหแลวเสรจ็
ดงกล่าวนนั้
ตามกําหนดเวลา หรอจะแลวเสรจ
ล่าชา▇▇▇กว่า
กําหนดเวลา หรอผูร้ บ▇▇▇ ทาผดสญญา ขอใดขอหน่ึง หรอ
ตกเป็นผูล้ มละลาย หรอเพก▇▇▇▇▇▇ ปฏบ
ตตามคาสงั
ของ
คณะกรรมการ ตรวจการ▇▇▇ ▇▇▇ผค
วบ▇▇▇▇▇▇หรอบรษ
ททป
รกษา ▇▇▇▇▇ร้ บมอบอํานาจ จากผู▇▇ ▇▇▇▇▇ ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ มสี ทธท
▇▇ ▇บอก
เลกสญญาน้ีได้ และมสี ทธจิ าง ผรู้ บ▇▇▇รายใหม่ ▇▇▇▇▇งาน ของผูร้ บ▇▇▇ใหล้ ุลวงไปไดดวย
การทผ่
วู้ ่า▇▇▇ ▇▇▇ใชส
ทธเลกสญญา ดงกล่าวขางตนนนั
ไม่เป็นเหตุให้ ผรู้ บ▇▇▇ พนจาก ความรบผด
ตามสญญา
หมายเหตุ * ในกรณีทหน่วยงานผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇พ▇▇▇▇▇เหนเป็นการจาเป็นและ▇▇▇▇▇ จะหกค่า▇▇▇ ในแต่ละเดอนไวเพยงบางสวน ก
ไดโดย แกไขจานวนรอยละ ของค่า▇▇▇ในแต่ละเดอน ตามความเหมาะสมกได้
** หากการจ่ายเงน
ค่า▇▇▇งวดท่ี 2 เป็นการจ่ายตาม ผลงานของผูร้ บ▇▇▇ ในสวนทปฏบ
ตงาน ▇▇▇กว่าจานวนเงนลวงหน้า ให
ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ คนหลกประกน เงนล่วงหน้า พรอมกบจ่าย เงนค่า▇▇▇งวดท่ี 2 แต่ถาการจายค่่ าง▇▇▇งวดท่ี 2 เป็นการจ่ายตามผลงาน
ของผูร้ บ▇▇▇ โดยเฉลยี หกเงนล่วงหน้าออกตามสวนของค่า▇▇▇ในแต่ละงวดใหผ จ่ายเงนค่างวดสุดทาย
*** ตดออกหรอใสไวตามความเหมาะสม
ู▇▇ ▇▇▇▇▇คนหลกประกนเงนลวงหน้าพรอมกบการ
ข้อ 7 ข. กาหนดเวลาแล้วเสรจ และสิทธขอิ งผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ใ้ นการบอกเลิกสญญา
ผู้รบ▇▇▇▇ต้องเริ่มทางานท่ีรบ▇▇▇▇ภายในวนท่ี….. เดือน…..…. พ.ศ และจะตองทางานใหแลวเสรจร
บูรณ์ภายในวนท….. เดอน……….. พ.ศ. ………..ถาผรู้ บ▇▇▇มไดลงมอทางานภายในกําหนดเวลา หรอไม่▇▇▇▇▇▇ทางานให
แลวเสรจตามกําหนดเวลา หรอมเหตุใหเช่อไดว้ ่า ผรู้ บ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ใหแลวเสรจภายในกําหนดเวลา หรอจะแลวเสรจลาชา▇▇▇
กว่ากําหนดเวลา หรอผูร้ บ▇▇▇ทาผดสญญาขอใดขอหน่ึงหรอตกเป็นผูล้ มละลาย หรอเพก▇▇▇▇▇▇ปฏบตตามคําสง่ ของ
คณะกรรมการ ตรวจการ▇▇▇ ▇▇▇ผค
วบ▇▇▇▇▇▇หรอบรษ
ททป
รกษา ▇▇▇▇▇ร้ บมอบอํานาจจากผู▇▇ ▇▇▇▇▇ ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇มสี ทธท
▇▇ ▇บอก
เลกสญญาน้ีได้ และมสี ทธจิ างผูร้ บ▇▇▇ ▇รายใหม่ ▇▇▇▇▇งานของผรู้ บ▇▇▇ใหล้ ุล่วงไปดวย
การทผ่
วู้ ่า▇▇▇▇▇▇ใชส
ทธเลกสญญาดงกล่าวขางตนไม่เป็นเหตุใหผ
ูร้ บ▇▇▇พนจากความรบผดตามสญญา
ข 8 .ความรบผิดชอบ ในความชารด บกพรองของงา่ น▇▇▇▇
เม่องานแลวเสรจบรบูรณ์ และผวู้ ่า▇▇▇ ▇▇ร้ บมอบงาน จากผูร้ บ▇▇▇ ▇▇▇จากผูร้ บ▇▇▇รายใหม่ ในกรณีท่ี มการบอกเลก
สญญา ตามขอ
7 หากมเหตุชารด
บกพรอง หรอ
เสยหาย▇▇▇ขน
จากการ▇▇▇▇▇▇ ภายใน กําหนด* ………………ปี……………
เดอน นบถดจาก วนทไี ดร้ บมอบงานดงกล่าว ซงึ ความชารุดบกพรอง หรอ
เสยหายนนั
▇▇▇จากความบกพรอง ของผูร้ บ▇▇▇
อน▇▇▇จาก การใชว้ สดุ ทไี ม่ถูกตอง หรอ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ยบรอย หรอทาไม่ถูกตอง ตามมาตรฐานแหงหลกวชา ผูร้ บ▇▇▇ จะตองรบทํา
การแกไข ใหเป็นทเี รยบรอย โดยไม่ชกชา
โดยผวู้ ่า▇▇▇▇▇▇ ตองออกเงนใด ๆ ในการน้ีทง้ สน้
หากผูร้ บ▇▇▇บดพลว้ ไม
กระทาการดงกล่าว ภายในกําหนด วน
นบแต่วนทไี ดแจงเป็นหนังสอ
จากผู▇▇ ▇▇▇▇▇ หรอ
ไม่ทาการแกไข ใหถ
ูกตองเรยบรอย
ภายในเวลา ทผ่ ค่าใชจ้ ่าย
▇▇▇ ▇▇▇▇▇กําหนดให้ ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ มสี ทธท
▇▇ ▇ทาการน
เอง หรอ
▇▇▇ผูอ้ ่น
ใหท
างานนัน
โดยผรู้ บ▇▇▇ ตองเป็นผูออก
ข้อ 9. การ▇▇▇▇▇▇▇
ผรู้ บ▇▇▇ จะตองไม่เอางานทง้ หมด หรอ
บางส่วนแห่งสญญาน้ี ไป▇▇▇▇▇▇▇อกต่อหน่ึงโดย▇▇▇▇▇ร้ บ
ความยนยอมเป็น
หนงสอ
จากผู▇▇ ▇▇▇▇▇ก่อน ทง้ น้ี นอกจากในกรณี ทส่ี ญญาน้ีจะไดระบุไวเป็นอย่างอ่น
ความยนยอมดงกลาวนัน
ไม่เป็นเหตุให
ผรู้ บ▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇จากความรบผด
หรอ
พนธะหน้าทต
ามสญญาน้ี และผูร้ บ▇▇▇ จะยง▇▇ตองรบผด
ในความผด
และความ
▇▇▇▇▇▇▇▇▇เล่อ ของผูร้ บ▇▇▇▇▇▇▇ หรอ
ของตวแทน หรอลก▇▇▇รบ▇▇▇▇▇▇▇นน
ทุกประการ
หมายเหตุ *กําหนดเวลาที่ผ้▇▇ ▇บ▇▇▇▇จะผิด ในความชํารุด บกพร่อง โดย▇▇▇▇จะเป็นเวลาท่ี 1 ปี แต่ในกรณีงาน ▇▇▇▇ ผ้▇▇ ▇▇▇▇▇ควร จะรับผิดมากกว่า 1 ปี ตามลกษณะงาน หรือ ด้วยเหตใดก็ตาม ก็ให้กําหนด ระยะเวลา
ดงกล่าว ตามท่ี ผ้▇▇▇▇▇▇ เห็นเหมาะสม
ข้อ 10. การควบคม งานของผรู้ บ▇▇▇▇
ผูร้ บ▇▇▇ ตองควบคุมงานทร่ี บ▇▇▇ อย่างเอาใจใส่ ดวยประสทธภาพ และความชํานาญ และในระหว่างทํางาน ทร่ี บ▇▇▇
จะตองจดใหมผูแทน ซ่งทางาน▇▇▇ มเวลา เป็นผูควบคุมงาน ผูควบคุมงานดงกลาว่ จะตองเปน▇▇▇ แทน ไดร้ บมอบอํานาจ จากผูร้ บ
▇▇▇คําสงั
หรอคําแนะนําต่างๆท่ไดแจง
แก่ผูแทน ผูไดร้ บมอบอํานาจนัน
ใหถ
อว่าเป็นคําสงั
หรอคําแนะนํา ท่ไดแจงแก่ผูร้ บ
▇▇▇ การแต่งตง้ ผูควบคุมงาน นันจะตองทําเป็นหนังสอ
และตองไดร้ บความเหนชอบจากผู▇▇ ▇▇▇▇▇ การเปลย
นตว
หรอแต่งตง้ ผู
ควบคุมงานใหม่ จะทํามิได้ หาก▇▇▇▇▇ร้ บความเหนชอบ จากผู้▇▇▇▇▇▇ก่อนผู้▇▇▇▇▇▇ มส
ทธท
่จะขอใหเปล่ยนตวแทน ไดร้ บมอบ
อํานาจนัน
โดยแจงเป็นหนังสอไปยง
ผูร้ บ▇▇▇ และผู้รบ▇▇▇จะตองทําการเปล่ยนตวโดยพลน
โดยไม่คดราคาเพม
หรออางเป็น
เหตุเพอื ขยายอายุ สญญาอนเน่ืองมาจากเหตุน้ี
ข้อ 11. ความรบผิดชอบผรู้ บ▇▇▇▇
ผรู้ บ▇▇▇จะตองรบผดต่ออุบต
เหตุ ความเสยหาย หรอภยนตรายใด ๆ อน▇▇▇จากการปฏบ
ตงานของผรู้ บ▇▇▇ และ
จะตองรบผด
ต่อความเสยหาย จากการกระทา
ของลูก▇▇▇ ของผูร้ บ▇▇▇ความเสยหายใด ๆ อน▇▇▇แก่งาน ทผ่
รู้ บ▇▇▇ ▇▇ท
าขน้
แมจะ▇▇▇ขน
เพราะ เหตุสดวสิ ย
นอกจากกรณี อน▇▇▇จากความผด
ของผู▇▇ ▇▇▇▇▇ดงกลาว ในขอน้ีจะสน
สุดลง เม่อผวู้ ่า▇▇▇▇▇ร้ บ
มอบงาน ▇▇▇▇ สุดทาย ซงึ หลงจากนนั เท่านนั้
ผรู้ บ▇▇▇▇▇ตองรบผด
เพยงในกรณีชารุด บกพรอง หรอ
ความเสยหาย ดงกล่าวในขอ 8
ข้อ 12. การจ่ายเงินแก่ลูกจ้าง
ผรู้ บ▇▇▇ จะตองจ่ายเงนแก่ลก▇▇▇ ทผ่
รู้ บ▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇มา ในอตราและตามกําหนดเวลาทผ่
ูร้ บ▇▇▇▇▇ตกลง หรอทําสญญา
ไว้ ต่อลก▇▇▇ดงกล่าว ถาผูร้ บ▇▇▇ ▇▇▇จ่ายเงนค่า▇▇▇ ▇▇▇ค่า▇▇▇▇▇อ่นใด แก่ลก▇▇▇ดงกลาว ในวรรคแรก ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ มสี ทธท่
จะเอาเงนค่า▇▇▇ ท▇▇ ▇ตองจ่ายแก่ผรู้ บ▇▇▇ มาจ่ายใหแก่ผูร้ บ▇▇▇ดงกล่าว และใหถ
อว่าผวู้ ่า▇▇▇ ▇▇จ้ ่ายเงนจานวนนนั
เป็น
ค่า▇▇▇ใหแก่ผูร้ บ▇▇▇ ตามสญญาแลวผูร้ บ▇▇▇ จะตองจดใหม
ประกนภย
สาหรบลก▇▇▇ทุกคน ทจ่ี างมาทางาน โดยใหครอบคลุม
ถง ความรบผดทง้ ปวง ของผูร้ บ▇▇▇ รวมทง้ ผูร้ บ▇▇▇▇▇▇▇ อนหากจะพงมี ในกรณีความเสยหาย ทค่ ดคาส่ นไหม▇▇▇▇▇▇▇▇ ตาม
กฎหมาย ซงึ ▇▇▇จากอุปัทวเหตุ หรอภยนตรายใด ๆ ต่อลก▇▇▇ ▇▇▇บุคคลอ่นทผ่ รู้ บ▇▇▇ ▇▇▇ผูร้ บ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇ มาทางานผู
รบ▇▇▇ จะตองสงมอบกรมธรรมประกนภยดงกล่าว พรอมทง้ หลกฐานการชาระเบย
ประกน
ใหแก่ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ เม่อผวู้ ่า▇▇▇▇▇ยกรอง
ข้อ 13. การตรวจงาน▇▇▇▇
▇▇ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ แต่งตง้ กรรมการตรวจการ▇▇▇ ผค
วบ▇▇▇▇▇▇ หรอบรษ
ททป
รกษา เพ่อควบคุม การทางานของผูร้ บ▇▇▇
กรรมการตรวจการ▇▇▇ ▇▇▇ผูควบคุมงาน หรอบรษ
ททป
รกษานน
มอี านาจเขาไป ตรวจการงาน ในโรงงาน และสถานทท่ ่
ก่อสราง ไดท
ุกเวลา และผูร้ บ▇▇▇ จะตองอานวยความสะดวก และใหความช่วยเหลอ
ในการนนั
ตาม▇▇▇▇▇การทม่
กรรมการ
ตรวจการ▇▇▇ ผค
วบ▇▇▇▇▇▇ หรอบรษ
ททป
รกษา ทาใหผ
ูร้ บ▇▇▇พน
ความรบผดชอบ ตามสญญาน้ีขอหน่ึงขอใดไม
ข้อ 14. แบบรปและรายการละเอียดคลาดเคล่ือน
ผรู้ บ▇▇▇จะตองรบรองว่า ไดตรวจสอบ และทาความเขาใจ ในรปแบบ รปรายการละเอยด โดย ถถ่
วนแลว
หาก
ปรากฏว่า แบบรปและรายการละเอยดนัน ผดพลาดหรอ▇▇▇▇▇▇ล่อน ไปจากหลกการ ทางวศวกรรม หรอทางเทคนิค ผรู้ บ▇▇▇
ตกลงท▇▇ ▇ปฏบ
ตตาม คาวน
ิจฉยของกรรมการตรวจการ▇▇▇ ▇▇▇ผค
วบ▇▇▇▇▇▇หรอ
บรษ
ททป
รกษา ทผ่
▇▇▇ ▇▇▇▇▇แต่งตง้ เพ่อใหงาน
แลวเสรจบรบ
รณ์ โดยจะคดค่าใชจ้ ่ายใด ๆ เพม
ขน้
จากผู▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇
ข้อ 15. การควบคมงานโดยผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇
ผรู้ บ▇▇▇ ตกลงว่า กรรมการตรวจการ▇▇▇ ผค
วบ▇▇▇▇▇▇ หรอบรษ
ททป
รกษา ทผ่
▇▇▇ ▇▇▇▇▇แต่งตงั
มอี ํานาจท▇▇ ▇
ตรวจสอบ และควบคุมงาน เพ่อใหเป็นไปตามเอกสารสญญา และมอี านาจท▇▇ ▇สง่ ใหแกไขเปลย
นแปลง เพม
เตม
หรอตดทอน
ซงึ งานตามสญญาน้ี หากผูร้ บ▇▇▇ขดขน
ไม่ปฏบ
ตตาม กรรมการตรวจการ▇▇▇ ผค
วบ▇▇▇▇▇▇ หรอบรษ
ททป
รกษา มอี ํานาจท▇▇ ▇
สง่ ใหหยุดกจการนันชว่ คราวได้ ความลาชาในกรณี▇▇▇▇น้ี ผรู้ บ▇▇▇จะถอเป็นเหตุ ขอขยายวนทําการออกไปมได
ข้อ 16. งานพิเศษและการแก้ไขงาน
ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ มสี ทธท
▇▇ ▇สง่ ใหผ
ูร้ บ▇▇▇ ทางานพเศษ ซงึ ▇▇▇▇▇แสดงไว้ หรอรวมอย่ในเอกสารสญญา หากงานพเศษนนั ๆ
อยใู นขอบขายทว่ ไป แหงวตถุประสงคของสญญาน้ี นอกจากน้ี ผวู้ ่า▇▇▇▇▇มสี ทธสิ ง่ ให้ เปลยี นแปลงหรอแกไขแบบรป และ
ขอกําหนดต่าง ๆ ในเอกสารสญญาน้ีดวย โดยไม่ทาใหส้ ญญา เป็นโมฆะแต่อย่างใด อตราค่า▇▇▇ ▇▇▇ราคาทก่ ําหนดไว้ ใน
สญญาน้ีใหก
ําหนดไว้ สาหรบงานพเศษ หรองานทเี พม
เตมขน้
หรอตดทอนลงทง้ ปวง ตามคาสง่ ของผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ หากในสญญา
▇▇▇▇▇ก
ําหนดไวถ
งอตราค่า▇▇▇ ▇▇▇ราคาใดๆท▇▇ ▇นํามาใช้ สาหรบงานพเศษ หรองานทเี พมขน
ดงกลาว ผู▇▇ ▇▇▇▇▇ และผูร้ บ▇▇▇จะ
ไดตกลงกน
ท▇▇ ▇กําหนดอตรา หรอราคา รวมทง้ การขยายระยะเวลา (ถาม)
กนใหม่ เพอื ความเหมาะสม ในกรณีทต
กลงกน
▇▇▇▇▇▇ ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇จะ กําหนดอตรา▇▇▇ หรอื ราคาตายตวตามแต่ผู▇▇ ▇▇▇▇▇ จะเหนว่าเหมาะสม และถูกตอง ซงึ ผรู้ บ▇▇▇ จะตอง
ปฏบ
ตงาน ตามคําสง่ ของผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇แต่อาจสงวนสทธ▇▇ ▇ ▇▇ ▇ดาเนินการ ตามขอ
21 ต่อไปได
ข้อ 17. ค่าปรบั
หากผูร้ บ▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ทางานใหแลวเสรจ
ตามเวลาทก่
ําหนดไว้ ในสญญา และผวู้ ่า▇▇▇ ▇▇มไดบอกเลกสญญา ผูร้ บ
▇▇▇ จะตองชาระค่าปรบ
ใหแก่ผู▇▇ ▇▇▇▇▇ เป็นจานวนเงน
วนละ ……………..บาท และจะตองชําระค่าใชจ้ ่าย ในการควบคุมงาน
ในเม่อผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ตองควบคุมงานอกต่อหน่ึงเป็นจานวนเงน
วนละ บาท นบถดจาก วนทก่
ําหนดแลวเสรจตามสญญา
หรอวนทผ่
วู้ ่า▇▇▇▇▇ขยายให้ จนถงวนท่ี ทางานแลวเสรจจรง
นอกจากน้ี ผรู้ บ▇▇▇ยอมใหผ
ูว้ ่าจาง เรยกค่าเสยหาย อน▇▇▇ขน้
จากการ ทผ่
รู้ บ▇▇▇ทางานลาชาเฉพาะสวนทเี ▇▇▇ว่าจํานวนค่าปรบและค่าใชจ้ ่ายดงกลาวไดอ
กดวย ในระหว่างทผ่
วู้ ่า▇▇▇▇▇มได
บอกเลกสญญานนั
หากผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇เหนว่าผูร้ บ▇▇▇จะไม่▇▇▇▇▇▇ ปฏบ
ตตามสญญาต่อไปได้ ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇จะใชส
ทธบอกเลกสญญาและ
ใชส้ ทธตามขอ
18 กได้ และถาผู▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇ แจงขอเรยกรองไปยงผูร้ บ▇▇▇เม่อครบกําหนดแลวเสรจของงานขอใหช
าระค่าปรบ
แลว
ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇มสี ทธท
▇▇ ▇ปรบ
ผูร้ บ▇▇▇จนถงวนบอกเลกสญญาไดอ้ กดวย
ข 18. ▇▇▇▇▇ของผ้▇▇ ▇▇▇▇▇▇ภายหลงบอกเลิกสญญา
ในกรณีทผ่
▇▇▇ ▇▇▇▇▇บอกเลกสญญา ผวู้ ่า▇▇▇▇▇▇ทํางานนน
เองหรอ▇▇▇▇▇▇ผอู้ ่นใหท
างานนน
ต่อ จนแลวเสรจได้ ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇
หรอผทู
▇▇▇ ▇▇▇▇ทางานนน
ต่อมสี ทธใชเครอื งใชการก่อสรางสงิ ทสี รางขน
ชว่ คราว สาหรบงานก่อสรางและวสดุต่าง ๆ ซงึ เหนว่า
จะตองสงวนเอาไวเพอื การปฏบตงานตามสญญาตามท▇▇ ▇เหน▇▇▇▇▇ ในกรณีดงกลาวผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇มสี ทธริ บหลกประกนการปฏบต
ตามสญญาทง้ หมดหรอบางสวน ตามแต่จะเหน▇▇▇▇▇ นอกจากนนผรู้ บ▇▇▇จะตองรบผดชอบในค่าเสยหาย ซ่งเป็นจานวน▇▇▇
กว่าหลกประกน
การปฏบ
ตงาน และค่าเสยหายต่าง ๆ ทเี กดขน้
รวมทง้ ค่าใชจ้ ่ายทเี พมขน
ในการทางานนน้ ต่อใหแลวเสรจตาม
สญญา และค่าใชจ้ ่ายในการควบคุมงานเพม ใหแก่ผูร้ บ▇▇▇กได้
ข้อ 19. การกาหนดค่าเสียหาย
(ถาม)
ซงึ ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇จะหกเอาจากเงนประกนผลงานหรอจานวนเงน
ใด ๆ ท▇▇ ▇จ่าย
ค่าปรบหรอค่าเสยหายซงึ ▇▇▇ขน
จากผูร้ บ▇▇▇ตามสญญาน้ี ผ▇▇▇ ▇▇▇▇มสี ทธท
▇▇ ▇หกเอาจากจานวน เงนค่า▇▇▇ทค่
างจ่าย
หรอจากเงนประกนผลงานของผรู้ บ▇▇▇ หรอบงคบจากหลกประกนการปฏบตตามสญญากได้ หากมเงนค่า▇▇▇ตามสญญาทห่ ก
ไวจ้ ่ายเป็นค่าปรบ และค่าเสยหายแลวยงเหลออย่อู กเทาใด ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇จะคนใหแก่ผรู้ บ▇▇▇ทง้ หมด
ข 20. การทาบริเวณก่อสรางให้เรียบรอย
ผรู้ บ▇▇▇ จะตองรกษาบรเวณ สถานทป
ฏบต
งานตามสญญาน้ี รวมทง้ โรงงานหรอสง่ อานวย ความสะดวกใน การ
ทางานของผูร้ บ▇▇▇ ลก▇▇▇ ตวแทน หรอของผูร้ บ▇▇▇▇▇▇▇ใหอยใู นความสะอาด ปลอดภย และมประสทธภาพ ในการใชงาน
ตลอด ระยะเวลาการ▇▇▇และเม่อทางานเสรจสน
แลว
จะตองขนยายบรรดาเครอื งใช้ ในการทํางาน▇▇▇รวมทง้ วสดุ ขยะมลฝอย
และสงิ ก่อสรางชว่ คราวต่าง ๆ (ถาม)
ทง้ จะตองกลบ▇▇▇ยี ▇▇
▇นให้ เรยบรอย เพอื ใหบรเวณทง้ หมดอยใู นสภาพทสี ะอาด และใช
การไดทนท
*ข้อ 21. กรณีพิพาทและอนุญาโตตุลาการ
21.1 ในกรณีทม่
ี ขอ▇▇▇▇▇▇▇▇ขน้
ระหว่างคู่สญญา เกย
วกบขอกําหนด แหงสญญาน้ีหรอเกย
วกบการปฏบ
ตสิ ญญาน้ี และ
ค่ส
ญญาไม่▇▇▇▇▇▇ตกลงกนได้ ใหเสนอขอ▇▇▇▇▇▇▇▇ขอพพาทนน
ต่ออนุญาโตตุลาการเพ่อพ▇▇▇▇▇ชขาด
21.2 เวนแต่คู่สญญาทง้ สองฝ่าย จะเหนพองกนใหอนุญาโตตุลาการคนเดยว เป็นผ▇▇ ขี าดการระงบขอพพาท ใหกระทาโดย
อนุญาโตตุลาการ 2 คน โดยคู่สญญาฝ่ายหน่ึงจะทาหนังสอ
แสดง▇▇▇▇▇จะใหม
อนุญาโตตุลาการ ระงบขอพพาทและระบุช่อ
อนุญาโตตุลาการคนทต
นแต่งตงั
สงไปยงคู่สญญาอกฝ่ายหน่ึงจากนนั
ภายในระยะเวลา 30 วน
นบถดจากวนทไี ดร้ บแจง
ดงกล่าว ค่สญญาฝ่ายทไี ดร้ บแจงจะตองแต่งตง้ อนุญาโตตุลาการคนทสี อง ถาอนุญาโตตลาุ การทง้ สองคน ดงกล่าวไม่▇▇▇▇▇▇
▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ระงบขอพพาทนัน
ไดใหอนุยาโต▇▇▇▇▇▇▇ทง้ สองคนรวมกนแต่งตงั
อนุญาโตตุลาการผ▇▇
ขาด ภายในกําหนดเวลา
30 วน
นบจากวนทไี ม่▇▇▇▇▇▇ตกลงกน
ผูช
ขาดดงกล่าว จะพ▇▇▇▇▇ระงบขอพพาทต่อไป กระบวนพ▇▇▇▇▇ของ
อนุญาโตตุลาการ ใหถอตามขอบงคบอนุญาโตตลาการของสถา▇▇ ▇อนุญาโตตุลาการอนุญาโตตลาุ การกระทรวงยุตธรรมโดย
▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇ตามขอบงคบอ่นทค่ ่สญญาทง้ สองฝ่ายเหนชอบ และใหกระทาในกรุงเทพมหานคร โดยใชภาษาไทยหรอ
ภาษาอง▇▇▇ เป็นภาษาในการดาเนินกระบวนการพ▇▇▇▇▇
21.3 ในกรณีทค่ี ่สญญา ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่แต่งตง้ อนุญาโตตลาการฝุ ่ายตนหรอในกรณ▇▇ ▇▇ นญาโตตุุ ลาการทง้ สองคน ไม่▇▇▇▇▇▇
ตกลงกนแต่งตง้ อนุญาโตตุลาการผ▇▇ ขาดไดแลวแต่กรณี
ขาด▇▇▇ ▇▇▇สญญา แต่ละฝ่ายต่างมสี ทธริ อง ขอต่อศาลแพ่งเพ่อแต่งตง้ อนุญาโตตุลาการผ▇▇ ▇
21.4 คาชข้
าดของอนุญาโตตุลาการ หรอของอนุญาโตตุลาการผ▇▇
ขี าดแลวแต่กรณี ใหถ
อเป็นเดดขาดและถงทส่ี ุดผกพน
ค่สญญา
21.5 ค่ส
ญญา แต่ละฝ่ายเป็น ผรู้ บภาระค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการฝ่ายตนและออกค่าใชจ้ ่ายอ่น
ๆ ในการดําเนินกระบวน
พ▇▇▇▇▇ฝ่ายละครง่
ในกรณีทม่
การแต่งตง้ อนุญาโตตุลาการคนเดยวหรอ
มการแต่งตง้ อนุญาโตตุลาการผ▇▇
ขาด ให
อนุญาโตตุลาการหรออนุญาโตตุลาการผ▇▇
ขาด เป็นผกู
ําหนดภาระค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการคนเดยวหรอภาระ
ค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการคนเดยวหรอภาระค่าธรรมเนียมอนุญาโตตุลาการผ▇▇ ขาดคนเดยว แลวแต่กรณี
ข้อ 22. การขยายเวลาปฏิบตั ิงานตามสญญา
ในกรณีทม่
ี เหตุสดวสิ ย
หรอเหตุใด ๆ อนเน่ืองมาจากความผด
หรอความบกพรองของฝ่ายผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ หรอพฤตการณ์
อนหน่ึงอนใดทผ่
รู้ บ▇▇▇ ▇▇▇ตองรบผดตามกฎหมาย ทาใหผ
ูร้ บ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ทางานใหแลวเสรจ
ตามเงอื นไขและกําหนดเวลา
แหงสญญาน้ีได้ ผรู้ บ▇▇▇จะตองแจงเหตุหรอพฤตการณ์ดงกล่าว พรอมหลกฐานเป็นหนงสอ
ใหผ
▇▇▇ ▇▇▇▇▇ทราบ เพอื ขอขยายเวลา
ทางานออกไปภายใน 15 วน
นบถดจากวนทเี หตุนนสน
สดลง ถาผรู้ บ▇▇▇ ▇▇▇ปฏบ
ตใหเป็นไปตาม ความในวรรคหน่ึง ใหถ
อว่า
ผรู้ บ▇▇▇▇▇สละสทธเ์ รยกรองในการท▇▇ ▇ขอขยายเวลาทางานออกไปไม่มเง่อนไขใด ๆ ทง้ สน้ เวนแต่กรณีเหตุ▇▇▇จากความผด
หรอความบกพรองของฝ่ายผู▇▇ ▇▇▇▇▇ ▇▇▇มหลกฐานชดแจง หรอผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ทราบดอยู่แลวตง้ แต่ตนการขยายกาหนดํ เวลาทํางาน
ตามวรรคหน่ึงอยใู นดุลพนิจ ของผู▇▇ ▇▇▇▇▇ท▇▇ ▇พ▇▇▇▇▇ตามทเี หน▇▇▇▇▇
*ข้อ 23 การใช้เรือไทย
ในการปฏบตตามสญญานี้ หากผรู้ บ▇▇▇ จะตองสง่ หรอนาขอํ งเขามาจากตางประเทศ่ รวมทง้ เครอื ง▇▇▇▇▇อุปกรณ์ ท่
ตองนําเขามาเพ่อปฏบ
ตงานตามสญญา ไม่ว่าผูร้ บ▇▇▇จะเป็นผูท
น่ ํา ของเขามาเองหรอนําเขามา โดยผ่านตวแทนหรอบุคคลอ่น
ใด ถาสง่ ของนันตองนําเขามา โดยทางเรอในเสนทางเดนเรอทม่ เรอไทยเดนอยู่ และ▇▇▇▇▇▇ใหบรการรบขนไดตามท่
รฐมนต▇▇▇ ่าการกระทรวงคมนาคมประกาศกําหนด ผรู้ บ▇▇▇ตองจดการใหส้ ง่ ของดงกลาวบรรทุกโดยเรอไทยหรอเรอทม่ สี ทธ
▇▇▇▇เดยวกบเรอไทยจากต่างประเทศมายงประเทศไทยเวนแต่จะไดร้ บอนุญาตจาก สานกงานคณะกรรมการสงเสรมการพาณิชย
นาวก
่อน บรรทุกของนน
ลงเรออ่นทม่
ใช่เรอไทย หรอ
เป็นของทร่ี ฐมนต▇▇▇ ่าการกระทรวงคมนาคมประกาศยกเวนใหบรรทุกโดย
เรออ่นได้ ทง้ น้ีไม่ว่าการสงั
หรอ
สง่ ซอ
สง่ ของดงกล่าวจากต่างประเทศจะเป็นแบบ ▇▇▇โอบ,
ซ▇▇▇อาร,
ซ▇▇▇▇▇ หรอแบบอ่นใด
ในการสงมอบงาน ตามสญญาใหแก่ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ ถางานนน
มสี ง่ ของตามวรรคแรก ผรู้ บ▇▇▇จะตองสงมอบใบตราสง
(Bill of Lading)
หรอสาเนา▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇หรบของนนั พรอมกบการสงมอบงานดวย
ซงึ แสดงว่าไดบรรทุกมา โดยเรอไทยหรอเรอทม่
สี ทธิ ▇▇▇▇เดยวกบเรอไทยใหแก่ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇
ในกรณีท่ี สง่ ของดงกลาว ▇▇▇▇▇บ
รรทุก จากต่างประเทศ มายงประเทศไทย โดยเรอไทยหรอเรอทม่
สี ทธิ ▇▇▇▇เดยวกบ
เรอไทย ผรู้ บ▇▇▇ ตองส่งมอบหลกฐาน ซงึ แสดงว่าไดร้ บอนุญาตจาก สานกงานคณะกรรมการสงเสรมการพาณิชย▇▇▇▇ ให
บรรทุกของโดยเรออ่นไดหรอหลกฐาน ซ่งแสดงว่าไดชําระค่าธรรมเนียมพเศษ เนื่องจากการไม่บรรทุกของโดยเรอไทยตาม
กฎหมาย ว่าดวยการสงเสรมการพาณิชยนาวแลวอยางใดอยางหน่ึงแก่ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ดวย
ในกรณีทผ่ ูร้ บ▇▇▇ ▇▇▇สงมอบหลกฐาน อย่างใดอยางหนึ่งดงกล่าว ในสองวรรคขางตนใหแก่ ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ แต่จะขอสงมอบงาน
ดงกล่าว ใหผ
▇▇▇ ▇▇▇▇▇ก่อน โดยไม่รบชาระเงนค่า▇▇▇ ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇มสี ทธิ รบงานดงกล่าวไวก
่อน และชาระเงนค่า▇▇▇เม่อผรู้ บ▇▇▇ ▇▇
ปฏบตถูกตองครบถวนดงกลาวแลวได
หมายเหตุ * ตดออกหรือใสไว้ตามความเหมาะสม
ข้อ 24. มาตรฐาน▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇
ผรู้ บ▇▇▇ ตกลงเป็นเงอื นไขสาคญว่า ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇จะตองมและใชผ
ผู ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมอช่าง จากหรอผมู
วี ุฒบตร
ระดบ ปวช. ปวส. และปวท. หรอเทยบเท่าจากสถาบนการศกษาท่ี ก.พ.รบรองใหใหเขารบราชการได้ ในอตราไมตากํ่่ ว่ารอย
ละ ของแต่ละสาขาช่าง แต่จะตองมช่างจานวนอย่างน้อย 1 คน ในแต่ละสาขาช่างดงตอไปนี้่
24.1 ……………………………………………………
24.2 ……………………………………………………
…………………………..ฯลฯ………………………...
ผรู้ บ▇▇▇ จะตองจดทําบญชี แสดงจานวนช่างทง้ หมด โดยจาแนกตามแต่ละสาขาช่างและ ระดบช่าง พรอมกบระบุรายช่อช่าง ผู
ทผ่
่านการทดสอบมาตรฐานฝีมอช่างหรอผมู
วี ุฒบ
ตรดงกล่าว ในวรรคแรก นํามาแสดงพรอมหลกฐานต่าง ๆ ต่อคณะกรรมการ
การตรวจการ▇▇▇▇▇▇ผค
วบ▇▇▇▇▇▇ ก่อนเรม
ลงมอทางาน และพรอมท▇▇ ▇ใหผ
▇▇▇ ▇▇▇▇▇ หรอ▇▇▇▇▇▇▇ทข
องผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇ ตรวจสอบ▇▇▇▇
ตลอดเวลาทางาน ตามสญญาน้ีของผูร้ บ▇▇▇
สญญาน้ีทาขน
เป็นสอง▇▇▇
มขอความถูกตองตรงกน
คู่สญญาไดอ้ ่านและเขาใจขอความ โดยละเอยดตลอดแลว
▇▇▇▇ลง
ลายมอช่อ
พรอมทง้ ประทบตรา (ถาม)
ไวเป็นสําคญต่อหน้าพยาน และคู่สญญาต่างยดถอไวฝ้ ่ายละหน่ึง▇▇▇
(ลงช่อื )…………………………ผ▇▇▇ ▇▇▇▇▇
(… )
(ลงช่อื )…………………………ผรู้ บ▇▇▇
(… )
(ลงช่อื )… พยาน
(……………….………………)
(ลงช่อื )… พยาน
(…………………..……………)
