คู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง กับ บริษัท ............X............. โดย กรรมการผู้มีอำนาจลงนามและ
สัญญาเลขที่ ...............................
สัญญาเช่าที่ดินเพื่อ▇▇▇▇▇▇▇▇▇อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ในที่ดินแปลงโกดัง ร.ย.ส.1 (เดิม)
ถนนเจริญกรุง แขวงบ้าน▇▇▇▇ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร
สัญญานี้ ทำขึ้น ▇ ▇▇▇ยาสูบแห่งประเทศไทย เลขที่ 184 ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขต คลองเตย กรุงเทพมหานคร เมื่อ▇▇▇▇▇▇ ..... เดือน ....... พ.ศ. ..... ระหว่าง การยาสูบแห่งประเทศไทย โดย
............................................. ตำแหน่ง ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้ให้เช่า” เป็น
คู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง กับ บริษัท ............X............. โดย กรรมการผู้▇▇▇▇▇▇▇ลงนามและ
▇▇▇▇▇▇การผูกพันบริษัทฯ ▇▇▇▇▇ตามหนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กรมพัฒนา
▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇ ......... ลง▇▇▇▇▇▇ ....... เดือน ......... พ.ศ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เลขที่
............................ ถนน …………….........………. แขวง / ตำบล ........................ เขต / อำเภอ ...................
จังหวัด ...................................... ได้มอบอำนาจให้. เป็นผู้ลงนามแทนในสัญญานี้ ▇▇▇▇▇ตามหนังสือ
มอบอำนาจ ฉบับลง▇▇▇▇▇▇ ...... เดือน ............ พ.ศ ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ผู้เช่า” เป็นคู่สัญญาอีก
ฝ่ายหนึ่ง
โดยที่ผู้ให้เช่าเป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 2481 ตำบลวัดพระยาไกร (บ้าน▇▇▇▇) อำเภอยานนาวา (บางรัก) กรุงเทพมหานคร และผู้เช่ามีความ▇▇▇▇▇▇▇จะเช่าที่ดินแปลงดังกล่าวเพื่อใช้เป็นสถานที่ก่อสร้างอาคาร และสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇
ทั้งสองฝ่ายตกลงกันทำสัญญากัน โดยมีข้อความดังต่อไปนี้
ข้อ 1 คำนิยามและการ▇▇▇▇▇▇
▇▇▇▇สองฝ่ายตกลงให้คำจำกัดความในสัญญาเช่าฉบับนี้ ดังนี้
1.1 คำนิยาม
(1) “กฎหมายไทย” หมายถึง ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇แห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติ พระ ราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา กฎ ประกาศ ข้อบัญญัติ ข้อบังคับ ▇▇▇▇▇▇▇ หลักเกณฑ์ และข้อกำหนด▇▇▇▇▇▇มี ประกาศหรือใช้บังคับโดยหน่วยงานของรัฐ
(2) “รัฐบาล” หมายถึง รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย
(3) “โครงการฯ” หมาย▇▇▇ ▇▇▇ที่เอกชน▇▇▇▇▇▇โครงการพัฒนาที่ดิน▇▇▇▇▇▇▇ตอบแทน การจัดหาประโยชน์ในที่ดินแปลงโกดัง ร.ย.ส.1 (เดิม) กับ ยสท. โดยเอกชนเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด ในรูปแบบการ บริหารจัดการ ก่อสร้าง-▇▇▇▇▇▇การ-โอนทรัพย์สินให้กับ ยสท. (BOT: Built-Operate-Transfer) โดยผู้เช่ามี หน้าที่ในการออกแบบรายละเอียด จัดหาแหล่งเงินทุน ก่อสร้าง บริหารจัดการ ซ่อมบำรุง และโอนกรรมสิทธิ์ใน ทรัพย์สินของโครงการฯ ให้กับผู้ให้เช่า เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง โดยการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะต้องอยู่ภายใต้ วัตถุประสงค์และขอบเขตโครงการฯ ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 4
(4) “ที่ดิน” หมายถึง ที่ดินบนโฉนดเลขที่ 2481 ตำบลวัดพระยาไกร (บ้าน▇▇▇▇) อำเภอ ยานนาวา (บางรัก) กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ดินโครงการ 5 ไร่ 3 งาน 95 ตารางวา (หรือ 2,395 ตารางวา) ตาม▇▇▇▇▇▇▇▇ในสำเนาโฉนดที่ดินและแผนที่แสดงที่ตั้งและขอบเขตการเช่า เอกสารแนบท้าย [….] และให้ถือ เป็นส่วนหนึ่งของสัญญา▇▇▇▇▇▇▇
(5) “พื้นที่โครงการฯ” หมายถึง “แปลงโกดัง ร.ย.ส.1 (เดิม)” เนื้อที่ดิน 5 ไร่ 3 งาน 95
ตารางวา อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ต้นไม้ยืนต้น และอื่น ๆ บนที่ดิน ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง แขวงบ้าน▇▇▇▇ เขต บางรัก กรุงเทพมหานคร ปรากฏตามเอกสารแนบท้ายสัญญาเช่าหมายเลข [….] (ข้อกำหนดของผู้ให้เช่าในการ พัฒนาพื้นที่โครงการเชิงพาณิชย์)
(6) “ทรัพย์สินของโครงการฯ” หมายถึง บรรดาอาคารสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ บรรดา
อสังหาริมทรัพย์ ส่วนควบ ทรัพย์สินติดตรึงบนที่ดินของโครงการฯ และ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เกี่ยวข้องกับการ▇▇▇▇▇▇ ธุรกิจและจัดหาประโยชน์ของโครงการฯ
(7) “อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇” หมายถึง อาคารพร้อมสิ่ง▇▇▇▇▇ความสะดวกที่ใช้
ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ซึ่งก่อสร้างขึ้นบนที่ดิน▇▇▇▇▇▇▇ภายใต้ความเห็นชอบของทั้งสองฝ่าย
(8) “▇▇▇▇▇▇อาคารหรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇” หมายถึง ▇▇▇▇▇▇ของอาคารหรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ภายใน โครงการฯ ตามระบุในรายการคำนวณแบบรายละเอียดก่อสร้างของอาคารหรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇นั้น
(9) “อาคาร▇▇▇▇▇▇▇มีอยู่บนที่ดิน” หมายถึง สิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ จำนวน 5 รายการ ประกอบด้วย
(1) อาคารตึกแผนกบรรจุซอง แผนกมวน แผนกใบยา (2) ห้องน้ำ ห้องส้วมและที่พัก (3) อาคารที่ทำการ ผู้จัดการ แผนก▇▇▇▇▇▇ แผนกบรรจุหีบ (4) อาคารที่ทำการแผนกใบยา และห้องปฐมพยาบาล และ (5) ▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇
(10) “การเปลี่ยนแปลงกฎหมาย” หมาย▇▇▇ ▇▇▇ออกกฎหมาย▇▇▇▇▇▇▇ การแก้ไข
เปลี่ยนแปลงกฎหมายไทย หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล
(11) “การส่งมอบพื้นที่โครงการฯ” หมาย▇▇▇ ▇▇▇ที่ผู้ให้เช่า▇▇▇▇▇▇การส่งมอบพื้นที่ โครงการฯ ให้กับผู้เช่าตามสภาพทางกายภาพที่เป็นอยู่ ณ ขณะวันที่ทำการส่งมอบพื้นที่โครงการฯ ตามที่ กำหนดในหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed) ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 9.1
(12) “สัญญาเช่า” หมายถึง สัญญาเช่าที่ดินเพื่อ▇▇▇▇▇▇▇▇▇อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ใน
ที่ดิน “แปลงโกดัง ร.ย.ส.1 (เดิม)” เป็นระยะเวลาไม่เกิน 4 (สี่) ปี
(13) “ระยะเวลาการก่อสร้าง” หมายถึง ระยะเวลาตามกำหนดในสัญญาเช่าข้อ 3 หรือ ระยะเวลาการก่อสร้างที่ผู้ให้เช่าขยายออกไปเพราะเหตุอันควรตามข้อ 6.5.1 (2)
(14) “ข้อเสนอด้านเทคนิค” หมายถึง ข้อเสนอทางด้านคุณสมบัติ ด้านเทคนิค ด้าน
การเงิน ตลอดจน▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ซึ่งผู้▇▇▇▇▇▇▇ทำการเสนอต่อผู้ให้เช่าในขั้นตอนการประมูล
(15) “นิติบุคคลไทย” หมายถึง นิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่ง จดทะเบียนในประเทศไทยโดยมีบุคคลสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลไทยถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 51 (ห้าสิบ▇▇▇▇) ของเงินลงทุนทั้งหมด
(16) “ผู้ให้กู้” (Funders) หมายถึง สถาบันการเงิน ธนาคาร กองทุนรวม ทรัสต์ หรือนิติ บุคคล (ซึ่งไม่ใช่ผู้ถือหุ้นทั้งทางตรงหรือทางอ้อมของผู้เช่า) ซึ่งได้ให้เงินกู้หรือเงินสนับสนุนทางการเงินสำหรับใช้ ในการ▇▇▇▇▇▇โครงการฯ ▇▇▇▇▇▇เป็นเจ้าหนี้ของผู้▇▇▇▇ ▇▇▇▇ผู้ให้กู้ทั้งปัจจุบันและ▇▇▇▇▇▇▇▇ครอบคลุมตราสา รทาง การเงินในรูปแบบต่าง ๆ
(17) “ภาระผูกพัน” หมายถึง จำนำ จำนอง สิทธิยึดหน่วง การฟ้องร้อง การก่อภาระติด
พัน บุริมสิทธิ การโอน▇▇▇▇▇และ/หรือหน้าที่ หรือการก่อหลักประกัน การวางหลักทรัพย์เป็นประกัน หรือภาระ ผูกพันใด ๆ ไม่ว่าโดยทางกฎหมายไทย หรือสัญญา หรือการเข้าทำข้อตกลง หรือสัญญาใด ๆ ▇▇▇▇▇▇เป็นเหตุให้ ต้องถูกยึดอายัด ลิดรอนสิทธิ์ของเจ้าของทรัพย์นั้นหรืออยู่ในข่าย▇▇▇▇▇▇ถูกบังคับให้จำหน่ายจ่ายโอน ซึ่ง ทรัพย์สินไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนให้แก่บุคคลอื่น
(18) “ส่วนควบของที่ดิน” หมายถึง สิ่งก่อสร้างในรูปแบบหนึ่งรูปแบบใด▇▇▇▇▇▇อาจทำการ
เคลื่อนย้าย หรือแยกออกจากที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่โครงการฯ เว้นแต่จะได้มีการทำลาย ทำให้บุบ สลาย หรือทำให้ทรัพย์นั้นเปลี่ยน▇▇▇▇▇▇ หรือเปลี่ยนสภาพของทรัพย์นั้นไป
(19) “หนังสือแจ้งให้เริ่มงาน” (Notice to Proceed หรือ NTP) หมายถึง หนังสือที่
ผู้ให้เช่าออกให้แก่ผู้เช่า เมื่อผู้ให้เช่าพร้อมทำการส่งมอบพื้นที่โครงการฯ ตามสภาพทางกายภาพที่เป็นอยู่ ณ ขณะนั้นและเป็นไปตามแผนการส่งมอบพื้นที่โครงการฯ เพื่อให้ผู้เช่าเริ่ม▇▇▇▇▇▇การก่อสร้างโครงการฯ ได้ และ เมื่อได้มีการออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงานและทำการส่งมอบพื้นที่ตามแผนการส่งมอบพื้นที่โครงการฯ แล้ว ▇▇▇▇▇▇ เป็นการเริ่มนับระยะเวลาการก่อสร้าง
(20) “หนังสือรับรองความ▇▇▇▇▇▇▇บางส่วน” (Certificate of Partial Completion)
หมายถึง หนังสือรับรองที่ออกโดยผู้ให้เช่าเพื่อให้ความเห็นชอบว่าผู้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇การก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇ ส่วนควบของที่ดิน และทำการติดตั้งอุปกรณ์และระบบถูกต้องครบถ้วน และมีความพร้อมที่จะเปิด▇▇▇▇▇▇ ธุรกิจเฉพาะส่วน▇▇▇▇▇▇รับใบรับรองการก่อสร้างอาคาร (แบบ อ.6) ตามกฎกระทรวงกำหนดอาคารประเภท ควบคุมการใช้ พ.ศ. 2552 หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องแล้ว
(21) “หนังสือรับรองความ▇▇▇▇▇▇▇ของทั้งโครงการฯ” (Certificate of Completion)
หมายถึง หนังสือรับรองที่ออกโดยผู้ให้เช่าเพื่อให้ความเห็นชอบว่าผู้เช่า▇▇▇▇▇▇เปิด▇▇▇▇▇▇ธุรกิจได้เต็ม โครงการฯ ให้เป็นไปตามข้อเสนอด้านเทคนิค (แผนการก่อสร้างและแผนการ▇▇▇▇▇▇ธุรกิจ) ซึ่งผู้ให้เช่าจะออก หนังสือรับรองความ▇▇▇▇▇▇▇ของทั้งโครงการฯ ให้ก็ต่อเมื่อผู้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇การก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ให้ มี▇▇▇▇▇▇และขนาดพื้นที่อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇เป็นไปตามที่กำหนดในข้อเสนอทางด้านเทคนิค (แผนการ ก่อสร้างและแผน▇▇▇▇▇▇กิจการ) อย่างครบถ้วน และได้รับใบรับรองการก่อสร้างอาคาร (แบบ อ.6) ตาม กฎกระทรวงกำหนดอาคารประเภทควบคุมการใช้ พ.ศ. 2552 หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องแล้ว
(22) “เหตุอันควร” หมายถึง เหตุการณ์ที่ส่งผลให้การก่อสร้างมีความ▇▇▇▇▇▇▇▇▇กำหนดอัน▇▇▇
▇▇▇โทษผู้▇▇▇▇▇▇▇ตามกำหนดไว้
(23) “อนุมัติ” หมายถึง อนุมัติ ออกใบอนุญาต ให้ความเห็นชอบ ให้ความยินยอมให้ ▇▇▇▇▇หรือออกหนังสืออนุมัติโดยผู้ให้เช่า หรือรัฐบาล หน่วยงานของรัฐ ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ไทยและสัญญาเช่า
(24) “อสังหาริมทรัพย์” หมายถึง อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ทรัพย์ที่เคลื่อนที่▇▇▇▇▇▇ หรือสิ่ง
อื่นใดที่ติดตรึงและเป็นส่วนควบของที่ดิน▇▇▇▇▇▇มีการสร้างขึ้นในพื้นที่โครงการฯ
(25) “อุปกรณ์” หมายถึง ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ได้มีการติดตั้งกับทรัพย์ประธานที่เป็น อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งแม้ว่าอุปกรณ์ที่จะเป็นสิ่งเคลื่อนที่ได้หรือแยกออกจากทรัพย์ที่เป็นทรัพย์ประธานได้โดยไม่ ต้องทำลายหรือทำให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างก็ตาม แต่ความมีอยู่ของทรัพย์อุปกรณ์เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับ การมีอยู่ของทรัพย์ประธานหรือเป็นสิ่งจำเป็นต่อการ▇▇▇▇▇▇ธุรกิจของโครงการฯ ▇▇▇▇ สาธารณูปโภคภายนอก อาคาร ท่อสายไฟ เครื่องปรับอากาศ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ตกแต่งอาคารทั้งภายในและภายนอก เป็นต้น
(26) “แบบแปลนการก่อสร้าง” หมายถึง แบบแปลนอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ในการก่อสร้าง
และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ▇▇▇▇ แบบงานวิศวกรรมโครงสร้าง งานวิศวกรรมโยธา งานวิศวกรรมโครงสร้าง งาน วิศวกรรมระบบต่าง ๆ งานสถาปัตยกรรม งานตกแต่งภายใน งานภูมิสถาปัตยกรรม และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ผู้เช่า ต้อง▇▇▇▇▇▇การออกแบบตามรูปแบบโครงการฯ ที่กำหนด และได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้เช่าและได้รับอนุญาต ให้ก่อสร้างจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และต้องตรงกับแบบแปลนการก่อสร้างในการก่อสร้างจริง (As-Built Drawings)
(27) “ข้อกำหนดของผู้ให้เช่า” หมายถึง ข้อกำหนดของผู้ให้เช่าในการพัฒนาพื้นที่เชิง
พาณิชย์บริเวณโครงการฯ ตามที่ปรากฏในสัญญาเช่าที่ดินเพื่อ▇▇▇▇▇▇▇▇▇อาคารสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ฉบับนี้
(28) “เงิน▇▇▇▇▇การก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇” หมายถึง ▇▇▇▇▇▇การประเมินสิ่ง ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ต่อตารางเมตรตามมาตรฐานการประเมิน▇▇▇▇▇▇ทรัพย์สินแห่งประเทศไทย อ้างอิงขั้นต่ำตามประกาศ สมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เรื่อง ให้ใช้บัญชีราคามาตรฐานสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇
1.2 การตีความข้อสัญญา
นอกจากจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ในสัญญา▇▇▇▇▇▇▇
(1) จำนวนและตัวเลขต่าง ๆ ในสัญญา▇▇▇▇▇▇▇ หากการกำหนดจำนวนของสิ่งเดียวกันในรูป ตัวเลขและตัว▇▇▇▇▇▇▇ความแตกต่างกัน ให้ถือตามจำนวน▇▇▇▇▇▇กำหนดไว้เป็นตัว▇▇▇▇▇
(2) การอ้างอิงถึงจำนวน “วัน” จะหมายถึงวันตามปฏิทิน และการอ้างอิงถึง “เดือน” จะ หมายถึงเดือนตามปฏิทิน
(3) คำที่แสดงนัยเป็นบุคคล หรือกลุ่มบุคคลให้หมายความรวมถึง▇▇▇▇▇▇▇▇ ห้างหุ้นส่วน บริษัท และองค์กรใด ๆ ที่มีสถานะทางกฎหมาย และในทางกลับกัน▇▇▇▇เดียวกัน
(4) การอ้างอิงถึงบุคคลหรือคู่สัญญา จะรวมถึงผู้สืบ▇▇▇▇▇หรือผู้รับโอน▇▇▇▇▇ตามกฎหมาย ไทย หรือตามที่อนุญาต หรือกำหนดไว้ในสัญญาเช่า
(5) การอ้างอิงถึงผู้ให้เช่า หรือหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานรัฐอื่นใด ให้รวมถึงบุคคล และนิติบุคคลที่ผู้ให้เช่า หรือหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานรัฐดังกล่าวได้แต่งตั้งหรือมอบหมายด้วย
(6) การอ้างอิงถึงสัญญาเช่าที่ดินเพื่อ▇▇▇▇▇▇▇▇▇อาคารสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และสัญญาเช่าที่ดิน เพื่อ▇▇▇▇▇▇การจัดหาประโยชน์ ให้รวมถึงสัญญาเช่าฉบับนี้ หรือเอกสารอื่นใดดังกล่าว▇▇▇▇▇▇มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม หรือทำขึ้นใหม่ทั้งฉบับแทนที่สัญญาเช่าฉบับนี้ หรือเอกสารอื่นดังกล่าว และให้ หมายความรวมถึงเอกสารหรือสัญญา▇▇▇▇▇▇▇แสดง หรือเป็นหลักฐานการแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม หรือทำ ขึ้นใหม่ทั้งฉบับแทนที่สัญญาเช่าฉบับนี้ หรือเอกสารอื่นใดดังกล่าวนั้น รวมทั้งเอกสารแนบท้าย หรือภาคผนวก ของเอกสารหรือสัญญาเช่าดัง▇▇▇▇▇▇กล่าวถึงนั้นด้วย
(7) การอ้างอิงถึงเอกสาร หรือสิ่งใด ให้รวมถึงเอกสารหรือสิ่งนั้นไม่ว่าจะบันทึกหรืออยู่ใน รูปแบบที่เป็นลายลักษณ์▇▇▇▇▇ รูปภาพ แผนผัง ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ สื่อแม่เหล็ก หรืออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อ อื่นใด และให้รวมถึงส่วนประกอบของเอกสารหรือสิ่งนั้น
(8) การอ้างอิง▇▇▇▇▇▇อนุมัติ ตกลง เห็นชอบ หรือยินยอม ให้หมาย▇▇▇ ▇▇▇อนุมัติ ตกลง เห็นชอบ หรือยินยอมเป็นลายลักษณ์▇▇▇▇▇ของ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ให้การอนุมัติ ตกลง เห็นชอบ หรือยินยอม ดังกล่าว
(9) หากสัญญาเช่าฉบับนี้ กำหนดให้เรื่องใดเป็น ข้อสัญญาและหน้าที่ความรับผิดชอบ
ของคู่สัญญาฝ่ายใด (รวมถึงลูกจ้าง ตัวแทน ผู้รับมอบอำนาจ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องของคู่สัญญา) ให้หมายถึง คู่สัญญา ฝ่ายดังกล่าวนั้นต้องปฏิบัติหน้าที่หรือรับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวนั้น ด้วยค่าใช้จ่ายของตนด้วย เว้นแต่ จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
(10) การอ้างอิงถึงกฎหมาย พระราชบัญญัติ กฎกระทรวง ประกาศ ▇▇▇▇▇▇▇ คู่มือ ให้ รวมถึง กฎหมาย พระราชบัญญัติ กฎกระทรวง ประกาศ ▇▇▇▇▇▇▇ หรือคู่มือ ฉบับ▇▇▇▇▇▇มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง ผนวกรวม หรือออกแทนที่ด้วย
(11) ชื่อของหัวข้อ ในสัญญา▇▇▇▇▇▇▇มีไว้เพื่อความสะดวกในการอ้างอิงเท่านั้น และไม่มีผลต่อ การตีความสัญญาแต่อย่างใด
(12) หากในสัญญากำหนดให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมี▇▇▇▇▇และ/หรือมีหน้าที่ในการ กระทำหรืองดเว้นการกระทำใด ให้ตีความว่าคู่สัญญาฝ่ายนั้นใช้▇▇▇▇▇และ/หรือปฏิบัติหน้าที่นั้นโดย▇▇▇▇▇▇
(13) หากในสัญญาเช่ากำหนดให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งติดต่อหรือส่งเอกสารใดให้แก่ คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง ให้การติดต่อหรือส่งเอกสารดังกล่าวทำในรูปแบบลายลักษณ์▇▇▇▇▇และให้มีการจัดส่ง เอกสารดังกล่าวไปยังคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งตามรายละเอียดวิธีการติดต่อที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่า
(14) หากในสัญญาเช่ากำหนดให้ผู้เช่าหรือบุคคลใด จัดทำ หรือส่งมอบเอกสารใดให้แก่ผู้ให้ เช่า ให้หมาย▇▇▇ ▇▇▇จัดทำหรือส่งมอบเอกสารที่อยู่ในรูปแบบและมีเนื้อหาตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่า ทั้งนี้ หากสัญญา▇▇▇▇▇▇▇มิได้ระบุไว้ให้เป็นไปตามที่ผู้ให้เช่ากำหนด
(15) หากในสัญญาเช่ากำหนดให้ผู้เช่าจะต้องจัดทำ หรือส่งมอบเอกสารใดให้แก่ผู้ให้เช่า (ไม่ว่าเอกสารดังกล่าวจะทำขึ้นโดยบุคคลใดก็ตาม) หมาย▇▇▇ ▇▇▇ที่ผู้เช่ามีหน้าที่ต้องทำการตรวจสอบให้และคำ รับรองในความถูกต้องครบถ้วน▇▇▇▇▇▇▇ของเอกสารดังกล่าว รวมถึงข้อมูลและเนื้อหาที่ระบุในเอกสารดังกล่าว นั้นแล้วด้วย
(16) หากในสัญญาเช่ากำหนดให้ผู้เช่าจะต้องนำส่งสำเนารับรองถูกต้องของเอกสารใด ให้แก่ผู้ให้เช่า (ไม่ว่าเอกสารดังกล่าวจะทำขึ้นโดยบุคคลใดก็ตาม) หมายถึง ผู้เช่ามีหน้าที่ต้องตรวจสอบและทำ การลงนามโดยผู้▇▇▇▇▇▇▇ลงนามผูกพันผู้เช่าเพื่อรับรองเนื้อหาในเอกสารนั้นว่าถูกต้องตรงกันกับต้นฉบับของ เอกสารข้างต้นทั้งหมด
(17) ไม่มีข้อกำหนดใดในสัญญาเช่าจะถูกตีความในลักษณะที่มีผลทำให้ผู้ให้เช่ามีหน้าที่ ต้องกระทำหรืองดเว้นกระทำการใด ๆ ที่เป็นการฝ่าฝืนหรือขัดแย้งกับกฎหมายไทยหรือกระทำการใดที่อยู่ นอกเหนือ▇▇▇▇▇หน้าที่หรือความรับผิดชอบของผู้ให้เช่าตามกฎหมายไทย
(18) ในกรณีที่สัญญาเช่ามีข้อกำหนดหรือข้อความ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เป็นหลายนัยก็ดี หรือใน กรณีที่สัญญาเช่ากำหนดให้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇สองฝ่ายเจรจาตกลงร่วมกันก็ดี ให้ตีความข้อกำหนดหรือข้อความ ดังกล่าว หรือให้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇สองฝ่ายเจรจา ตกลงร่วมกัน โดย▇▇▇▇▇ถึงประโยชน์ของรัฐ ประโยชน์สาธารณะ หรือประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ
1.3 ลำดับความสำคัญและการบังคับใช้ของเอกสารทั้งหมดภายใต้สัญญาเช่า
(1) สัญญาเช่าฉบับนี้มีเอกสารแนบท้ายสัญญาเช่าตามที่ระบุไว้ในข้อ 33 และให้▇▇▇▇▇▇ เอกสารแนบท้ายสัญญาเช่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาเช่า
(2) ในกรณีที่สัญญาเช่ามีข้อความขัดหรือแย้งกับเอกสารแนบท้ายสัญญาเช่า ให้ถือตาม ข้อความที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่า
(3) ในกรณีที่ข้อความในเอกสารแนบท้ายสัญญา▇▇▇▇▇▇▇ต้องตรงกันหรือขัดแย้งกัน ให้ผู้เช่า ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ให้เช่า และให้คำวินิจฉัยของผู้ให้เช่าเป็นที่สุด โดยผู้เช่าไม่มี▇▇▇▇▇เรียกร้องค่าเสียหาย ค่า▇▇▇▇▇ หรือ▇▇▇▇▇ประโยชน์ใด ๆ จากผู้ให้เช่าทั้งสิ้น
ข้อ 2 ข้อตกลงการเช่า
ผู้ให้เช่าตกลงให้เช่าและผู้เช่าตกลงเช่าที่ดินตามโครงการฯ เพื่อ▇▇▇▇▇▇▇▇▇อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ สำหรับโครงการฯ พัฒนาที่ดิน▇▇▇▇▇▇▇ตอบแทนการจัดหาประโยชน์เชิงพาณิชย์ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ ระบุไว้ภายใต้สัญญา▇▇▇▇▇▇▇
โดยข้อกำหนด▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ผู้เช่าเป็นผู้ได้รับ▇▇▇▇▇ในการ▇▇▇▇▇▇▇▇▇อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ได้ ตลอดอายุของสัญญา▇▇▇▇▇▇▇ ซึ่งรายละเอียดทางกายภาพของที่ดินเพื่อ▇▇▇▇▇▇▇▇▇อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ปรากฏตาม เอกสารแนบท้ายสัญญาเช่า ข้อ 33
ข้อ 3 ระยะเวลาการเช่า
สัญญา▇▇▇▇▇▇▇มีกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 4 (สี่) ปี นับจาก▇▇▇▇▇▇ได้มีการลงนามในสัญญาเช่า (ภายใน ▇▇▇▇▇▇ ........ เดือน ..... พ.ศ )
ข้อ 4 วัตถุประสงค์การเช่า และขอบเขตโครงการฯ
4.1 การเช่าที่ดิน▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ผู้เช่ามีวัตถุประสงค์เพื่อ▇▇▇▇▇▇▇▇▇อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาโครงการฯ โดย▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ใช้พื้นที่โครงการฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งเป็นการ▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇ทรัพย์สินให้ผู้ให้เช่า โดยผู้เช่าเป็นผู้ลงทุนทั้งหมด ในรูปแบบการบริหารจัดการ ก่อสร้าง-▇▇▇▇▇▇การ-โอน ทรัพย์สินให้กับผู้ให้เช่า (BOT: Built-operate-transfer)
4.2 ผู้ให้เช่าตกลงสนับสนุนการก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ตามรูปแบบ▇▇▇▇▇▇▇▇▇เสนอใน เอกสารแนบท้ายสัญญาเช่า ข้อ 33 ให้แก่ผู้เช่าเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของผู้▇▇▇▇ ▇▇▇▇ การ สนับสนุนเรื่องการขออนุญาตก่อสร้างและการ▇▇▇▇▇▇การอื่น ๆ โดยจะสนับสนุนด้านการจัดเตรียมเอกสาร (หนังสืออนุญาตให้ก่อสร้าง สำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาสัญญาเช่า และอื่น ๆ)
4.3 กรรมสิทธิ์ในอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ให้เป็นของผู้เช่านับแต่เมื่อเริ่มลงมือก่อสร้างหรือ▇▇▇▇▇▇ ผู้เช่าขนย้ายหรือนำสัมภาระวัสดุภัณฑ์ เครื่องประกอบและอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้ามาในบริเวณที่ดินแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ผู้เช่าตกลงจะก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ โดยจะเป็นผู้รับผิดชอบในการ▇▇▇▇▇▇การให้ได้มาซึ่งใบอนุญาต ก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇จากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ใบรับรองการก่อสร้างอาคาร และ/หรือ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ▇▇▇▇ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม รวมถึง▇▇▇▇▇▇การก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇ตามแบบแปลนการก่อสร้าง▇▇▇▇▇▇รับอนุญาตให้เสร็จ▇▇▇▇▇▇▇พร้อมใช้งาน ภายในระยะเวลาการก่อสร้างที่ กำหนดในข้อ 3 ตลอดจนรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดจากการ▇▇▇▇▇▇งานข้างต้นทั้งหมดแต่ฝ่ายเดียว
การ▇▇▇▇▇▇การใด ๆ ดังกล่าวจะต้องเป็นไปตามกฎ ▇▇▇▇▇▇▇ เทศบัญญัติ ข้อบังคับ และกฎหมาย ใด ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ผู้เช่าตกลงว่าจะไม่ใช้ที่ดิน อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇เพื่อวัตถุประสงค์ อื่นนอกจากตามที่ระบุไว้ในข้อ 4 นี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่า
ข้อ 5 พื้นที่โครงการฯ และการส่งมอบ
5.1 พื้นที่โครงการ คือ ที่ดิน “แปลงโกดัง ร.ย.ส.1 (เดิม)” เนื้อที่ดิน 5 ไร่ 3 งาน 95 ตารางวา มีชาน▇▇▇ริมน้ำ หน้ากว้างที่ดินติดถนนเจริญกรุง ประมาณ 40 เมตร ที่ดินลึกประมาณ 232 เมตร ด้านหลังติด แม่น้ำเจ้าพระยา ประมาณ 45 เมตร ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง แขวงบ้าน▇▇▇▇ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร รายละเอียดพื้นที่โครงการฯ ดังนี้
5.1.1 ที่ดินมีอาณาเขตติดต่อพื้นที่โดยรอบ ดังนี้
ทิศเหนือ | ติดต่อกับ | สุสานโปรเตสแตนต์ | ระยะประมาณ | 232 | เมตร |
ทิศใต้ | ติดต่อกับ | วัด▇▇▇▇▇▇▇▇ | ระยะประมาณ | 231 | เมตร |
ทิศตะวันออก | ติดต่อกับ | ถนนเจริญกรุง | ระยะประมาณ | 40 | เมตร |
ทิศตะวันตก | ติดต่อกับ | แม่น้ำเจ้าพระยา | ระยะประมาณ | 45 | เมตร |
5.1.2 สภาพในพื้นที่โครงการฯ
สิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ จำนวน 5 รายการ ประกอบด้วย
(1) อาคารตึกแผนกบรรจุซอง แผนกมวน แผนกใบยา พื้นที่ใช้สอยรวม 3,676.00 ตารางเมตร
(2) ห้องน้ำ ห้องส้วมและที่พัก พื้นที่ใช้สอยรวม 93.00 ตารางเมตร
(3) อาคารที่ทำการผู้จัดการ แผนก▇▇▇▇▇▇ แผนกบรรจุหีบ พื้นที่ใช้สอยรวม 628.00 ตารางเมตร
(4) อาคารที่ทำการแผนกใบยา และห้องปฐมพยาบาล พื้นที่ใช้สอยรวม 2,326.00 ตารางเมตร
(5) ชาน▇▇▇ริมน้ำ
พื้นที่ใช้สอยรวม 392.00 ตารางเมตร
(ไม่มีรายการต้นไม้ในพื้นที่โครงการฯ)
5.1.3 การเข้าถึงพื้นที่โครงการฯ มีทางเข้าออก 2 ทาง ดังนี้
(1) ถนนเจริญกรุง เป็นทางสาธารณประโยชน์ เขตทางกว้างประมาณ 17.30-
19.60 เมตร (บริเวณด้านหน้าที่ดินกว้าง 18.00 เมตร) ผิวจราจรเป็นแอสฟัลต์ ด้านละ 2 ช่องทางจราจร รวม 4 ช่องทางจราจร โดยมีทางเท้ากว้าง 6 เมตร (ฝั่งละ 3 เมตร) ไม่มี▇▇▇▇▇▇▇▇ โดยมีระยะห่างจากระบบขนส่ง มวลชนใกล้เคียง คือ รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ (BTS) สายสีลม สถานีสะพานตากสินห่างจากที่ตั้งพื้นที่ โครงการฯ ไปทางทิศเหนือตามถนนเจริญกรุง ประมาณ 1.8 กิโลเมตร และรถโดยสารด่วนพิเศษ (BRT: Bus Rapid Transit) สายสาทร-ราชพฤกษ์ สถานีสะพานพระราม 3 ห่างจากพื้นที่โครงการฯ ไปทางทิศใต้ ประมาณ
1.0 กิโลเมตร
(2) แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณสถานีท่าเรือวัด▇▇▇▇▇▇▇▇ ห่างจากพื้นที่โครงการฯ ประมาณ 20 เมตร รวมทั้งที่ดินปัจจุบันมีชาน▇▇▇ริมน้ำในที่ตั้งพื้นที่โครงการฯ บริเวณด้านหลัง เคยมีการขอ อนุญาตก่อสร้างชาน▇▇▇ริมน้ำ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2510 และต่อมาในปี พ.ศ. 2543 ทั้งนี้ ยสท. เคยมีหนังสือ ขอซ่อมแซมและปรับปรุงชาน▇▇▇ริมน้ำ (ยื่นลงน้ำมุมซ้าย ระยะ 14 เมตร มุมขวา 16 เมตร และหน้ากว้าง
27.92 เมตร) ทั้งนี้ กรณีขออนุญาตทำโป๊ะเทียบเรือต้องทำหนังสือขออนุญาตต่อกรมเจ้าท่าโดยชาน▇▇▇ริมน้ำ ปัจจุบัน และ▇▇▇▇▇▇▇วิศวกรทำการตรวจสอบความแข็งแรงก่อน
5.1.4 สาธารณูปโภคพื้นฐานของพื้นที่โครงการฯ
ระบบประปา อยู่ในเขตของการประปานครหลวง สาขาทุ่งมหาเมฆ ระบบไฟฟ้า อยู่ในเขตของการไฟฟ้าเขตยานนาวา
ระบบโทรศัพท์ โครงข่ายระบบโทรศัพท์ของ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ระบบระบายน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสียโดยสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร
5.2 นับจาก▇▇▇▇▇▇ลงนามในสัญญาเช่า ผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇ส่งมอบการครอบครองที่ดินให้แก่ผู้เช่าตาม สภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง และผู้▇▇▇▇▇▇▇ตรวจสอบที่ดินเรียบร้อยแล้ว ดังนี้
5.2.1 ที่ดินในพื้นที่โครงการฯ ผู้ให้เช่าถือตามเอกสารโฉนดที่ดินเป็นสำคัญ ผู้เช่าจะต้องทำ การตรวจสอบรังวัดพื้นที่ใช้สอยจริง
5.2.2 ตรวจสอบความเพียงพอของระบบสาธารณูปโภค ▇▇▇▇ ไฟฟ้า ประปา เป็นต้น
5.2.3 ตรวจสอบเงื่อนไขและข้อจำกัดในการพัฒนาโครงการฯ ทั้ง▇▇▇▇▇▇▇ตั้ง อาณาเขตติดต่อ ลำรางสาธารณะ สภาพแวดล้อม ข้อกฎหมาย และอื่น ๆ
5.2.4 ตรวจสอบผู้บุกรุก (ถ้ามี)
5.2.5 ผู้เช่าจะต้อง▇▇▇▇▇▇การต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาคารโบราณสถานภายในพื้นที่ โครงการฯ กับหน่วยงานกรมศิลปากรเอง โดยผู้เช่าเอง และผู้ให้เช่าจะเป็นผู้อนุญาตการ▇▇▇▇▇▇การดังกล่าว
5.2.6 ค่าตรวจสอบอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ความแข็งแรง และอื่น ๆ ▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าข้อ 19 ให้เป็นความรับผิดชอบของเช่า
5.3 แผนการส่งมอบพื้นที่โครงการฯ และกำหนดการส่งมอบพื้นที่โครงการฯ เป็นไปตามที่ ปรากฏในเอกสารแนบท้ายสัญญาเช่าหมายเลข [……] (แผนการส่งมอบพื้นที่โครงการฯ)
5.4 ในกรณีที่ผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ส่งมอบพื้นที่โครงการฯ ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ และ ก่อให้เกิดความล่าช้าในการก่อสร้าง ผู้ให้เช่าและผู้เช่าจะร่วมกันปรึกษาหารือฉันท์▇▇▇▇เพื่อแก้ไขปัญหาการส่ง มอบพื้นทโี่ ▇▇▇การฯ ล่าช้านั้น และปรับเปลี่ยนแผนการก่อสร้างให้เหมาะสม
5.5 ในกรณีที่เกิดความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่โครงการฯ ดังกล่าว ผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇ชดเชยกรณีส่ง มอบพื้นที่โครงการฯ ล่าช้า โดยทำการขยายระยะเวลาในสัญญาเช่าที่ดินเพื่อ▇▇▇▇▇▇▇▇▇อาคารสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ออกไปเท่ากับระยะเวลาของการส่งมอบพื้นที่ช้ากว่ากำหนด ซึ่งความล่าช้าของการส่งมอบพื้นที่โครงการ ฯ ที่ เกิดขึ้นจะต้อง▇▇▇▇▇▇เกิดขึ้นจากความผิดของผู้เช่า ทั้งนี้ไม่ว่ากรณีใดก็ตามผู้ให้เช่าจะไม่ชด เชยความล่าช้าของ การส่งมอบพื้นที่เป็นตัวเงินแก่ผู้เช่า
5.6 ผู้เช่ามีหน้าที่รื้อย้ายสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ สิ่งกีดขวาง หรืออื่นใดที่เป็นอุปสรรคทั้งบนดินและใต้ดิน ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้เช่าซึ่งผู้เช่าจะต้องเสนอแผนหรือรายละเอียดให้ผู้ให้เช่าอนุมัติก่อน ทั้งนี้หลังการรื้อย้ายแล้ว เสร็จต้องมีการ▇▇▇▇▇▇การให้▇▇▇▇▇▇ใช้ประโยชน์พื้นที่ได้ตาม▇▇▇▇
ข้อ 6 การชำระค่าตอบแทน และค่าปรับ
6.1 ผู้เช่าตกลงชำระค่าตอบแทน โดยชำระล่วงหน้าเป็นรายปี ณ ฝ่ายบัญชีและการเงิน การ ยาสูบแห่งประเทศไทย ดังนี้
ปีที่ 1 ยกเว้นค่าตอบแทน
ปีที่ 2 ค่าตอบแทน เป็นเงิน ................. บาท ( บาทถ้วน)
ปีที่ 3 ค่าตอบแทน เป็นเงิน ................. บาท ( บาทถ้วน)
ปีที่ 4 ค่าตอบแทน เป็นเงิน ................. บาท ( บาทถ้วน)
ค่าตอบแทนข้างต้นไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีอื่นใด
ทั้งนี้ ในปีที่ 2 - ปีที่ 4 ผู้เช่าต้องชำระค่าตอบแทนภายในวันครบรอบวันลงนามในสัญญา เช่าของทุกปี (▇▇▇▇▇▇....เดือน ..... ของทุกปี) หากวันครบรอบวันลงนามในสัญญาเช่าของปีใดตรงกับวันหยุดทำ การของผู้ให้เช่า ให้ผู้เช่านำค่าตอบแทนมาชำระก่อนในวันทำการของผู้ให้เช่า
6.2 กรณีผู้เช่าค้างชำระค่าตอบแทนช่วงก่อสร้าง ตามข้อ 6.1 เกินกว่า 3 (สาม) เดือน และ ผู้ให้ ▇▇▇▇▇▇▇แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ที่ค้างชำระ พร้อมค่าปรับมาชำระ หากผู้▇▇▇▇▇▇▇ชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับแต่▇▇▇▇▇▇ได้รับแจ้ง ผู้เช่ายินยอมให้ผู้ให้เช่าริบหรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇ เช่าและผู้ให้เช่ามี▇▇▇▇▇บอกเลิกสัญญา▇▇▇▇▇▇▇ทันที โดยไม่ต้อง▇▇▇▇▇▇▇▇ล่วงหน้า
ผู้เช่ายินยอมชำระค่าปรับและ/หรือดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้เช่า ในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมาย กำหนด ณ ช่วงเวลาดังกล่าว แต่ต้องไม่ต่ำกว่าอัตราร้อยละ 1.5 (หนึ่งจุดห้า) ต่อเดือน ของจำนวนเงินที่ค้าง ชำระตลอดระยะเวลา▇▇▇▇▇▇▇▇▇นั้น ในการคำนวณระยะเวลา▇▇▇▇▇▇ปรับโดยเศษของเดือนให้นับเป็น 1 (หนึ่ง) เดือน โดยการเรียกค่าปรับ และ/หรือดอกเบี้ยดังกล่าว ไม่กระทบต่อ▇▇▇▇▇▇▇▇บอกเลิกสัญญาเช่าและ▇▇▇▇▇ เรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ของผู้ให้เช่า
6.3 เมื่อได้รับชำระค่าตอบแทน ผู้ให้เช่าจะออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้เช่าทุกครั้ง ซึ่ง ใบเสร็จรับเงินนั้นจะต้องประกอบด้วยรายการสำคัญ ดังนี้ คือ
(ก) ตราของหน่วย▇▇▇▇▇▇ยาสูบแห่งประเทศไทย
(ข) ชื่อผู้เช่า ชื่อและเลขที่สัญญาเช่า
(ค) วัน เดือน ปี ที่รับชำระ จำนวนเงิน และมีลายมือชื่อผู้รับเงินโดยถูกต้อง
6.4 ผู้เช่าจะไม่ขอปรับลดอัตราค่าตอบแทนในช่วงระยะเวลาใดของสัญญา▇▇▇▇▇▇▇ ไม่ว่าจะด้วย เหตุผลประการใด ๆ ทั้งสิ้น เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่า
6.5 กรณีที่มีการขยายสัญญาเช่าหรือก่อสร้างแล้วเสร็จล่าช้ากว่าที่กำหนดในข้อ 3 โดยคู่สัญญา ต้อง▇▇▇▇▇▇การ ดังนี้
6.5.1 กรณีเกิดจากเหตุสุดวิสัย เป็นผลให้การก่อสร้างมีความ▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇ หรือ▇▇▇▇▇▇ทำได้ ชั่วคราวให้ผู้เช่าทำการร้องขอต่อผู้ให้เช่าเพื่อขอให้ทำการพิจารณาขยายกำหนดเวลาการก่อสร้างตามข้อ 3 ออกไปตาม▇▇▇▇▇ โดยให้
(1) ให้ผู้เช่าทำการชำระในอัตราค่าตอบแทนของปีที่ 4 (สี่) ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ให้กับ ผู้ให้เช่าจนกว่าการขยายกำหนดระยะเวลาดังกล่าวจะสิ้นสุดลง ในกรณีขยายกำหนดระยะเวลาไม่เต็มปี ให้▇▇▇ ▇▇▇ตอบแทนโดยเฉลี่ยเป็นรายเดือน โดยเศษของเดือนให้นับเป็น 1 (หนึ่ง) เดือน
(2) เหตุสุดวิสัยที่ผู้เช่าทำการร้องขอให้มีการขยายระยะเวลาการก่อสร้างออกไป ตามรายละเอียดเหตุสุดวิสัยในสัญญาเช่าข้อ 26 ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้เช่า
6.5.2 กรณีก่อสร้างแล้วเสร็จล่าช้ากว่าที่กำหนดในข้อ 3 โดยมิได้เกิดจากเหตุสุดวิสัย ผู้เช่า จะต้องชำระค่าเช่า ในการจัดหาประโยชน์▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าที่ดินเพื่อ▇▇▇▇▇▇การจัดหาประโยชน์ เลขที่ ฉบับ
ลง▇▇▇▇▇▇ ............ ภายใน 90 (เก้าสิบ) วัน ก่อนวันครบกำหนด▇▇▇▇▇▇▇▇เช่า และให้ปรับลดระยะเวลาจัดหา ประโยชน์ลงตามระยะเวลาที่ก่อสร้างล่าช้าเป็นจำนวนวัน
6.6 กรณีก่อสร้างแล้วเสร็จก่อน 4 (สี่) ปี ▇▇▇▇▇▇เริ่มสัญญาเช่าที่ดินเพื่อ▇▇▇▇▇▇การจัดหา ประโยชน์ได้ก่อนวันเริ่มต้นสัญญาเช่าที่ดินเพื่อ▇▇▇▇▇▇การจัดหาประโยชน์ ให้เริ่มนับวันเริ่มต้นสัญญาเช่าที่ดิน เพื่อ▇▇▇▇▇▇การจัดหาประโยชน์ 30 (สามสิบ) ปี ตาม▇▇▇▇▇▇เปิด▇▇▇▇▇▇ธุรกิจ และ ยสท. ต้องออกหนังสือรับรอง ความ▇▇▇▇▇▇▇ของทั้งโครงการฯ (Certificate of Completion) และให้เริ่มจ่ายค่าเช่าในปีที่ 1 (หนึ่ง) ▇▇▇ ▇▇▇▇▇เช่าที่ดินเพื่อ▇▇▇▇▇▇การจัดหาประโยชน์ เลขที่ .......... ฉบับลง▇▇▇▇▇▇ .................
ข้อ 7 หลักประกันการปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇เช่า
7.1 ในขณะทำสัญญา▇▇▇▇▇▇▇ ผู้▇▇▇▇▇▇▇นำหลักประกันเป็น..…..........…… เป็นจำนวนเงิน ..….......
บาท (………………………….) ซึ่งเท่ากับร้อยละ 5 (ห้า) ของค่าตอบแทนตลอดโครงการฯ ตามข้อ 6.1 มามอบ ให้แก่ผู้ให้เช่าเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇
หลักประกันที่ผู้เช่านำมามอบให้ตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีอายุครอบคลุมความรับผิดทั้งปวง ของผู้เช่าตลอดอายุสัญญาเช่า ถ้าหลักประกันที่ผู้เช่านำมามอบให้ดังกล่าวลดลงหรือเสื่อมค่าลง หรือมีอายุไม่ ครอบคลุมถึงความรับผิดของผู้เช่าตลอดอายุสัญญา▇▇▇▇ ▇▇▇ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ผู้เช่าต้องหาหลักประกันใหม่ หรือหลักประกันเพิ่มเติมให้มีจำนวนครบถ้วนตามวรรคหนึ่งมามอบให้แก่ผู้ให้เช่าภายใน …........ (. ) วัน
นับถัดจาก▇▇▇▇▇▇ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่า หากผู้▇▇▇▇▇▇▇นำมาวางภายในกำหนดดังกล่าว ผู้ให้เช่ามี▇▇▇▇▇ บอกเลิกสัญญา▇▇▇▇▇▇▇
ผู้ให้เช่าจะคืนหลักประกันการปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าข้อนี้ให้แก่ผู้ เช่าโดยไม่มีดอกเบี้ยภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับแต่▇▇▇▇▇▇ผู้ให้เช่าออกหนังสือรับรองความ▇▇▇▇▇▇▇ของทั้ง โครงการฯ (Certification of Completion) และผู้เช่าทำการส่งมอบหลักประกันการปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇ เช่าเที่ดินเพื่อ▇▇▇▇▇▇การจัดหาประโยชน์ เลขที่ ........ ฉบับลง▇▇▇▇▇▇ แล้ว
ในกรณีที่ผู้เช่ามีหนี้สินหรือภาระความรับผิดชอบระหว่างก่อสร้างโครงการฯ ค้างชำระ อยู่กับผู้ให้เช่าและมีข้อผูกพัน ภาระความรับผิดชอบ ตามข้อสัญญา▇▇▇▇▇▇▇ที่ยัง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇การให้แล้วเสร็จ ผู้ให้เช่าจะไม่คืนหลักประกันการปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇จนกว่าผู้เช่าจะได้รับการชำระหนี้สินหรือ▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇ข้อผูกพัน ภาระรับผิดชอบทั้งปวงแล้ว
7.2 หลักประกันการปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ถ้าผู้ให้เช่าสั่งริบหรือบังคับจากหลักประกัน ทั้งหมดหรือบางส่วน ผู้เช่าต้องนำหลักประกันมา▇▇▇▇▇ให้ครบจำนวนหลักประกันการปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าตาม ข้อ 7.1 ในกรณีดังนี้
(1) กรณีที่ผู้เช่าผิดสัญญาเช่าและผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇▇▇ใช้▇▇▇▇▇บอกเลิกสัญญาเช่า โดยผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇การผิดสัญญาเช่านั้นให้ผู้เช่าทราบเป็นหนังสือแล้ว หากผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇▇▇ใช้▇▇▇▇▇เลิกสัญญาเช่า ให้ผู้เช่าทำการ เยียวยาความ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เกิดขึ้นจากการผิดสัญญาเช่าโดยชำระค่าเสียหายให้แก่ผู้ให้เช่า หากผู้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ไม่ ชำระค่าเสียหายดังกล่าว ผู้เช่ายินยอมให้ผู้ให้เช่าริบหรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ทันที โดยผู้เช่าสละ▇▇▇▇▇ในการโต้แย้งหรือคัดค้านอย่างสิ้นเชิง
(2) กรณีที่ผู้เช่าผิดสัญญาเช่า และผู้ให้เช่าใช้▇▇▇▇▇บอกเลิกสัญญาเช่า ให้ผู้ให้เช่าริบหรือ บังคับจากหลักประกันการปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าเต็มจำนวนได้ทันทีโดยมิต้อง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇
7.3 สัญญาเช่าทุกข้อถือเป็นสาระสำคัญ หากผู้เช่าผิดสัญญาเช่าแม้▇▇▇▇▇▇ระบุการปรับไว้ และผู้ เช่าซึ่งประพฤติผิดสัญญาเช่าดังกล่าวนั้น เมื่อได้รับคำ▇▇▇▇▇▇▇▇เป็นหนังสือจากผู้ให้เช่าแล้วไม่จัดการแก้ไขให้ ถูกต้อง▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าภายในระยะเวลาที่ผู้ให้เช่ากำหนด ผู้เช่ายินยอมให้ผู้ให้เช่าริบหลักประกันการปฏิบัติ▇▇▇ ▇▇▇▇▇เช่าเสียทั้งสิ้น
ข้อ 8 ข้อสัญญาของผู้เช่าและหน้าที่ความรับผิดชอบ
8.1 ผู้เช่าตกลงชำระค่าธรรมเนียมและค่าภาษี ตามที่ระบุไว้ในข้อ 22 ของสัญญาเช่าฉบับนี้
8.2 ผู้เช่ารับรองว่าได้ตรวจสอบที่ตั้งของที่ดิน สภาพที่ดินดีแล้ว และยืนยันว่าที่ดินเหมาะแก่การใช้ ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์การ▇▇▇▇▇▇▇ระบุไว้ในข้อ 4 ทั้งนี้ ผู้เช่าตกลงจะรับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียวในค่าใช้จ่าย ทั้งหมดที่เกิดจากการก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ในที่ดิน โดยการ▇▇▇▇▇▇งานดังกล่าวต้องเป็นไปโดยถูกต้อง และชอบด้วยกฎ▇▇▇▇▇▇▇ ข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ และกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและมีผลใช้บังคับกับการก่อสร้าง อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ผู้ให้เช่าตกลงจะ▇▇▇▇▇ความสะดวกให้แก่ผู้เช่าในการจัดหาเอกสารเพื่อสนับสนุนการ ▇▇▇▇▇▇การดังกล่าวเมื่อผู้เช่าร้องขอเป็นหนังสือ
8.3 หากการ▇▇▇▇▇▇การของผู้เช่าเป็นเหตุให้ผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและ/หรือ เป็นเหตุให้ผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇รับความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือความเสียหายอื่นใด ผู้เช่า▇▇▇▇▇▇▇▇▇จะปฏิบัติตามนโยบาย ของผู้ให้เช่าในการแก้ไขในเรื่องดังกล่าวทันที หรือหากการ▇▇▇▇▇▇การดังกล่าวของผู้เช่าเป็นเหตุให้ผู้ให้เช่าถูกฟ้อง หรือฟ้องแย้งจนอยู่ในฐานะจำเลย ผู้ให้เช่ามี▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇การต่อสู้คดีดังกล่าวได้ด้วยตนเอง ทั้งนี้ ผู้เช่าจะต้อง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการต่อสู้คดี รวมถึงค่าเสียหายตามคำพิพากษา ทั้งนี้ ภายในระยะเวลา 30 (สามสิบ) วัน นับแต่▇▇▇▇▇▇ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่า โดยไม่มี▇▇▇▇▇โต้แย้งคัดค้านแต่อย่างใด
8.4 ภายในระยะเวลาการ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ หากผู้เช่าต้องมีการขุดดิน ขนย้ายดิน หรือต้อง ▇▇▇▇▇▇การใด ๆ อันเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้ให้เช่า ผู้เช่าต้องได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าเป็นหนังสือก่อน ทั้งนี้ ผู้เช่า ตกลงยินยอมปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ให้เช่า และผู้เช่าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงฝ่ายเดียวทั้งสิ้น
8.5 ผู้เช่าตกลงให้ผู้ให้เช่า▇▇▇▇▇▇ใช้ประโยชน์ในที่ดิน ที่▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇สองฝ่ายตกลงกันตลอดอายุ สัญญา▇▇▇▇▇▇▇ โดยผู้เช่าจะ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ตอบแทนใดๆ จากผู้ให้เช่า และจะไม่ปิดกั้น หรือกระทำการใด ๆ มิให้ผู้ให้เช่า เข้าใช้ประโยชน์ในที่ดิน ดังกล่าวตามวัตถุประสงค์ของผู้ให้เช่า ซึ่งการใช้ประโยชน์ในที่ดินจะต้องเป็นไปเพื่อ กิจการของผู้ให้เช่า
8.6 ผู้เช่ามีหน้าที่ในการจัดหาเงินลงทุนของโครงการฯ สำหรับ▇▇▇▇▇▇การพัฒนา การก่อสร้าง ตลอดอายุสัญญาเช่าที่ดินเพื่อ▇▇▇▇▇▇▇▇▇อาคารสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ โดยผู้เช่ามีหน้าที่ในการรับภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ใน การ▇▇▇▇▇▇โครงการฯ ทั้งหมดซึ่งรวมถึง ค่าใช้จ่ายในการออกแบบ ก่อสร้าง บริหารจัดการ ซ่อมบำรุง ภาษี อากร อากรแสตมป์ ภาษีที่ดินและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ในระหว่างอายุสัญญาเช่า ถ้าผู้เช่ามีความ▇▇▇▇▇▇▇จะนำ▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าไปทำเงื่อนไขผูกพันใน การกู้ เบิกเงินเกินบัญชี ค้ำประกันเงินกู้ หรือแหล่งเงินทุนรูปแบบอื่น ๆ ที่ผู้ให้เช่ายอมรับ โดยต้องขอและได้รับ อนุญาตจากผู้ให้เช่าเป็นหนังสือเสียก่อนจึงจะ▇▇▇▇▇▇การได้ และผู้เช่าต้องเสียค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ให้เช่าในการ นำ▇▇▇▇▇ไปทำเงื่อนไขผูกพันในอัตราครั้งละร้อยละ 0.5 (ศูนย์จุดห้า) ของจำนวนเงินซึ่งนำไปทำเงื่อนไขผูกพัน
8.7 กรณีมีสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ที่เป็นอาคารโบราณสถาน ต้อง▇▇▇▇▇▇การตามเงื่อนไขของกรมศิลปากร รวมถึงกรณีมีผู้บุกรุก ผู้เช่าเดิม หรือมีผู้เข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่เช่าโดยไม่ถูกต้อง ไม่ว่าก่อนหรือหลังจาก▇▇▇▇▇▇ทำ สัญญาเช่า เป็นภาระของผู้เช่าในการ▇▇▇▇▇▇งานและเสียค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ▇▇▇▇ ค่ารื้อถอน ค่าใช้จ่ายในการ ให้ผู้บุกรุกออกจากที่ดิน เป็นต้น ตลอดจนต้องกำจัดสิ่งกีดขวางในการ▇▇▇▇▇▇งานต่าง ๆ เพื่อให้ออกไปจาก บริเวณ▇▇▇▇▇▇▇ด้วย▇▇▇▇▇▇▇▇▇ของผู้เช่าเองทั้งสิ้น
8.8 ผู้เช่ามีหน้าที่ในการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามข้อกำหนดของผู้ให้เช่า ตามที่กำหนดปรากฏ ตามเอกสารแนบท้ายสัญญาเช่าหมายเลข [.....] (…………………..) โดยมีราย▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇การ ก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ทั้งในช่วงก่อนก่อสร้าง ระหว่างก่อสร้าง และหลังการก่อสร้าง ตามข้อ 12
ข้อ 9 ข้อสัญญาของผู้ให้เช่า
9.1 ผู้ให้เช่าจะต้องส่งมอบพื้นที่โครงการฯ ให้กับผู้เช่าตามสภาพที่เป็นอยู่ ณ ▇▇▇▇▇▇กำหนดไว้ใน หนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed) ตามแผนงานที่กำหนดไว้ในข้อเสนอ (ให้ส่งมอบเป็นหนังสือ)
9.2 ผู้ให้เช่าสัญญาว่า ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ผู้▇▇▇▇▇▇▇ชำระค่าตอบแทน ค่าภาษี และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ให้แก่ ผู้ให้เช่าครบถ้วนและตรงตามกำหนดเวลาภายใต้สัญญา▇▇▇▇▇▇▇และผู้▇▇▇▇▇▇▇▇▇ประพฤติผิดสัญญาเช่าข้อหนึ่งข้อใด ผู้เช่ามี▇▇▇▇▇▇▇▇▇และใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ตลอดระยะเวลาการเช่า เว้นแต่กรณีมีเหตุใช้ที่ดินเพื่อสาธารณชนและ การเวนคืนที่ดิน ตามข้อ 21
9.3 ผู้ให้เช่าจะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนในการก่อสร้างของผู้เช่าในการติดต่อ ▇▇▇▇▇▇งานกับหน่วยงานราชการต่าง ๆ องค์กรด้านสาธารณูปโภค รวมทั้งการขอใบอนุญาตต่าง ๆ เพื่อให้ ▇▇▇▇▇การก่อสร้างในโครงการฯ ซึ่งในการ▇▇▇▇▇▇การให้ได้รับใบอนุญาตหรือได้การสนับสนุนอื่นใดจาก หน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ หรือองค์กรด้านสาธารณูปโภคนั้น ทั้งนี้ผู้เช่าจะต้อง▇▇▇▇▇▇การให้เป็นไปตามกฎ▇▇▇▇▇▇▇ และข้อกำหนดของหน่วยงานนั้น ๆ
9.4 ผู้ให้เช่าจะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการ▇▇▇▇▇▇งานของผู้เช่าในการขอวีซ่าและ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ให้แก่ชาวต่างประเทศซึ่งเป็นบุคลากรของผู้เช่าให้▇▇▇▇▇▇เข้าปฏิบัติงานใน โครงการฯ
9.5 ผู้ให้เช่าจะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการ▇▇▇▇▇▇งานของผู้เช่าในการขอ▇▇▇▇▇ประโยชน์ จากคณะกรรมการ▇▇▇▇▇▇▇▇การลงทุนสำหรับการ▇▇▇▇▇▇โครงการฯ (หากมี)
9.6 ข้อกำหนดของสัญญา▇▇▇▇▇▇▇ตามข้อ 9.1 ถึงข้อ 9.5 ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ผู้ให้เช่าให้ความช่วยเหลือและ สนับสนุนการ▇▇▇▇▇▇งานของผู้เช่าเท่านั้น มิได้เป็นข้อกำหนดที่ก่อให้เกิดหน้าที่แก่ผู้ให้เช่าในการ▇▇▇▇▇▇การ จัดทำคำขอ การขออนุญาต หรือการ▇▇▇▇▇▇การอื่นใดแทนผู้เช่าแต่อย่างใด และมิได้เป็นการรับรองว่าผู้เช่าจะ ได้รับใบอนุญาตหรือได้รับ▇▇▇▇▇พิเศษจากส่วนราชการอื่น ๆ และองค์กรด้านสาธารณูปโภค และการที่ผู้▇▇▇▇▇▇▇▇▇ รับการอนุญาตหรือมิได้รับความสะดวกจากการ▇▇▇▇▇▇การติดต่อกับหน่วยราชการอื่น ▇▇▇▇▇▇▇▇▇เป็นกรณีที่ผู้ให้ เช่าจะทำการผิดสัญญา▇▇▇▇▇▇▇
ข้อ 10 การจดทะเบียนสัญญาเช่า
ผู้ให้เช่าและผู้เช่าตกลงว่าทั้งสองฝ่ายจะนำสัญญาเช่าไปจดทะเบียนการเช่าที่ดิน ณ สำนักงานที่ดิน ภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับจากวันลงนามสัญญา▇▇▇▇▇▇▇ โดยผู้เช่าตกลงเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าภาษี ค่าธรรมเนียม ค่าอากรแสตมป์ และค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการจดทะเบียนการเช่าแต่เพียงฝ่ายเดียว
ข้อ 11 การให้▇▇▇▇▇▇▇▇ที่ดิน การโอน▇▇▇▇▇▇▇▇เช่า และการจำหน่ายจ่ายโอนที่ดิน
11.1 ผู้เช่าตกลงว่าจะไม่นำ▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าที่ดิน▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าไปให้ผู้อื่น▇▇▇▇▇▇▇▇ หรือโอน▇▇▇▇▇▇▇▇ เช่าให้ผู้อื่น หรือจัดหาประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์การเช่าเป็นอันขาด เว้นแต่ได้รับอนุญาตจาก ผู้ให้เช่าเป็นหนังสือและเสียค่าธรรมเนียมการ▇▇▇▇▇▇▇▇ให้กับผู้ให้เช่า กรณีที่มีการโอน▇▇▇▇▇▇▇▇เช่า ผู้ให้เช่าจะ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเท่ากับค่าเช่า 1 (หนึ่ง) ปี ณ ปีที่มีการโอน▇▇▇▇▇ หรือตามที่ผู้ให้เช่ากำหนด รวมทั้งเสีย ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้เช่าหรือผู้▇▇▇▇▇▇▇▇ ทั้งสิ้น หากผู้เช่าฝ่าฝืนให้▇▇▇▇▇▇สัญญาเช่าเป็นอันสิ้นสุดทันที และผู้เช่ายินยอมให้ผู้ให้เช่าริบหรือบังคับจาก หลักประกันการปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าเสียทั้งสิ้น
11.2 ผู้เช่าจะใช้สัญญา▇▇▇▇▇▇▇เป็นหลักประกันการชำระหนี้ให้กับผู้ให้กู้เท่านั้น โดยที่ผู้เช่าจะต้อง แจ้งการเข้าทำนิติกรรมกู้ยืมเงินโดยใช้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าเป็นประกันให้ผู้ให้เช่าทราบเป็นหนังสือ
ในกรณีที่ผู้ให้กู้ได้เรียกร้องให้ผู้เช่าชำระหนี้ที่ค้างอยู่ทั้งหมด▇▇▇▇▇▇▇▇กู้ยืมเงิน และผู้▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ชำระหนี้ได้ทั้งหมดได้ภายในเวลาที่กำหนด▇▇▇▇▇▇▇▇กู้ยืมเงิน ผู้ให้กู้อาจขอให้มีการโอน▇▇▇▇▇และ หน้าที่เพื่อประโยชน์แก่ผู้ให้กู้ให้แก่นิติบุคคลรายอื่น ซึ่งการ▇▇▇▇▇▇การโอน▇▇▇▇▇และหน้าที่ของผู้เช่า เพื่อ ประโยชน์แก่ผู้ให้กู้ให้▇▇▇▇▇▇การตามข้อ 11.3
11.3 นิติบุคคลผู้เข้าแทนที่ (Step-in Rights)
11.3.1 การโอน▇▇▇▇▇และหน้าที่ให้แก่ผู้ให้กู้ ผู้▇▇▇▇▇▇▇อาจทำการโอน▇▇▇▇▇หน้าที่▇▇▇▇▇▇▇▇เช่า ให้แก่บุคคลอื่นหรืออนุญาตให้บุคคลอื่นใด▇▇▇▇▇▇โครงการฯ ▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าแทนตนไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วน เว้นแต่เป็นการโอน▇▇▇▇▇และหน้าที่ดังกล่าวให้แก่ผู้ให้กู้
ในกรณีที่ผู้เช่ามีการโอน▇▇▇▇▇และหน้าที่ของตนภายใต้สัญญาเช่าให้แก่ผู้ให้กู้ และผู้เช่า ผิดสัญญากู้ยืมเงินจนเป็นเหตุให้ผู้ให้กู้เรียกร้องให้ผู้เช่าชำระหนี้ที่ค้างอยู่ทั้งหมด▇▇▇▇▇▇▇▇กู้ยืมเงิน และผู้▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ชำระหนี้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้ให้กู้มี▇▇▇▇▇ในการเสนอนิ ติบุคคลอื่นเป็นนิติบุคคลผู้เข้า แทนที่เพื่อเข้ามา▇▇▇▇▇▇โครงการฯ แทนผู้เช่า โดยต้อง▇▇▇▇▇▇การดังต่อไปนี้
(1) ผู้ให้กู้และผู้เช่าส่งคำ▇▇▇▇▇▇▇▇ถึงความจำเป็นในการเสนอนิติบุคคลผู้เข้าแทนที่ ให้แก่ผู้ให้เช่าทราบโดย▇▇▇▇ โดยผู้ให้เช่าจะพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อคุณสมบัติของนิติบุคคลผู้เข้าแทนที่ ดังกล่าว ภายในระยะเวลา 60 (หกสิบ) วันนับจากได้รับคำ▇▇▇▇▇▇▇▇จากผู้ให้กู้และผู้เช่า
(2) ผู้ให้กู้และผู้เช่าต้องแสดงหลักฐานต่อผู้ให้เช่าจนเป็นที่▇▇▇▇ว่านิติบุคคลผู้เข้าแทนที่ ดังกล่าวมีสถานะทางการเงินและมีความ▇▇▇▇▇▇ทางเทคนิคเป็น▇▇▇▇▇▇เชื่อถือ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇จะเข้าปฏิบัติงานและ รับภาระหน้าที่ของผู้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เช่า ทั้งนี้ นิติบุคคลผู้เข้า▇▇▇▇▇▇▇▇ต้องรับภาระชดใช้ค่าเสียหายใด ๆ ที่ผู้ให้ เช่ามี▇▇▇▇▇▇▇▇รับจากผู้เช่า และต้องมีความ▇▇▇▇▇▇ในการชำระเงินใด ๆ ที่ผู้เช่ามีความผูกพันจะต้องชำระให้แก่ ผู้ให้เช่าซึ่งยังค้างชำระอยู่ก่อนหรือในขณะที่เข้าแทนที่นั้น
(3) ในกรณีที่ผู้ให้เช่าให้ความเห็นชอบนิติบุคคลผู้เข้าแทนที่ตามข้อ 11.3.1 (1) แล้ว นิติบุคคลผู้เข้าแทนที่ดังกล่าวจะเข้ารับ▇▇▇▇▇และหน้าที่▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าแทนผู้เช่า ซึ่งในกรณีนี้ ผู้เช่าจะโอน ทรัพย์สินของโครงการฯ ทั้งหมดให้แก่นิติบุคคลผู้เข้าแทนที่ในทันที และให้▇▇▇▇▇▇การที่ผู้ให้เช่าให้ความเห็นชอบ นิติบุคคลผู้เข้าแทนที่เป็นการอนุมัติการโอนทรัพย์สินของโครงการฯ ให้กับนิติบุคคลผู้เข้าแทนที่ไปในคราวเดียว
(4) ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม การโอน▇▇▇▇▇และหน้าที่ของผู้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าย่อม▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ผู้เช่าให้หลุดพ้นจากความผิด▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าสำหรับความเสียหายอันเกิดจากการผิดสัญญาเช่า หรือการไม่ ปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าของผู้▇▇▇▇▇▇▇เกิดขึ้นก่อนการโอน▇▇▇▇▇และหน้าที่ดังกล่าวและผู้เช่าตกลงที่จะชำระค่าสินไหม ทดแทนให้แก่ผู้ให้เช่า สำหรับความเสียหายอันเกิดจากการผิดสัญญาเช่า หรือการไม่ปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าของผู้ เช่า
11.3.2 การขอให้ตั้งนิติบุคคลผู้เข้าแทนที่โดยผู้ให้เช่า ในกรณีที่ผู้เช่าผิดสัญญาเช่าจนเป็นเหตุ
ให้ผู้ให้เช่า▇▇▇▇▇▇ใช้▇▇▇▇▇บอกเลิกสัญญา▇▇▇▇▇▇▇ โดยต้อง▇▇▇▇▇▇การดังต่อไปนี้
(1) เมื่อเกิดเหตุแห่งการผิดสัญญาเช่า ผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เป็นหนังสือให้ผู้ให้กู้ทราบ เพื่อให้ผู้ให้กู้▇▇▇▇▇▇เข้ามาเยียวยาเหตุแห่งการใช้▇▇▇▇▇บอกเลิกสัญญาเช่าดังกล่าวได้ ทั้งนี้ เป็น▇▇▇▇▇ของผู้ให้กู้ ว่าจะเข้ามาเยียวยา เหตุผิดสัญญาเช่าดังกล่าวหรือไม่ หากเหตุผิดสัญญาเช่าดังกล่าวได้รับการเยียวยา ผู้ให้เช่า จะไม่ใช้▇▇▇▇▇ในการเลิกสัญญาเช่า และ/หรือ
(2) หากผู้ให้เช่าหรือผู้เช่า ตกลงให้ผู้ให้กู้มี▇▇▇▇▇เสนอนิติบุคคลผู้เข้าแทนที่ผู้เช่า ผู้ให้ เช่าจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ให้กู้ทราบ โดยผู้ให้กู้ชอบที่จะเสนอนิติบุคคลอื่นเข้ามาแทนที่ภายในระยะเวลา 60 (หก สิบ) วัน นับตั้งแต่ได้รับหนังสือแจ้ง ภายใต้เงื่อนไขที่ว่านิติบุคคลผู้เข้าแทนที่นั้นจะต้องแสดงหลักฐานต่อผู้ให้เช่า จนเป็นที่▇▇▇▇ว่านิติบุคคลผู้เข้าแทนที่ดังกล่าวจะมีสถานะทางการเงินและมีความ▇▇▇▇▇▇ทางเทคนิคเป็น▇▇▇ ▇▇▇เชื่อถือ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇จะเข้าปฏิบัติงานและรับภาระหน้าที่▇▇▇▇▇▇▇▇เช่า โดยให้ผู้ให้เช่าให้ความเห็นชอบนิติ บุคคลผู้เข้าแทนที่ภายใน 60 (หกสิบ) วัน นับจาก▇▇▇▇▇▇รับแจ้งการเสนอชื่อนิติบุคคลที่เข้าแทนที่จากผู้ให้กู้ ทั้งนี้ นิติบุคคลผู้เข้า▇▇▇▇▇▇▇▇ต้องรับภาระชดใช้ค่าเสียหายใด ๆ ที่ ผู้ให้เช่า มี▇▇▇▇▇▇▇▇รับจากผู้เช่าและจะต้องชำระ เงินใด ๆ ที่ผู้เช่ามีความผูกพันต้องชำระแก่ผู้ให้เช่า ซึ่งค้างชำระอยู่ก่อนหรือในขณะที่เข้าแทนที่นั้น
(3) ในกรณีที่ผู้ให้เช่าให้ความเห็นชอบตามข้อ 11.3.2 (2) แล้ว นิติบุคคลผู้เข้า ▇▇▇▇▇▇▇▇เข้ารับ▇▇▇▇▇ประโยชน์ทั้งหมดและรับภาระหน้าที่ที่มีต่อผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าแทนผู้เช่า ซึ่งในกรณีนี้ นิติบุคคลผู้เข้า▇▇▇▇▇▇▇▇ต้องรับโอนสินทรัพย์และ▇▇▇▇▇ต่าง ๆ ▇▇▇▇▇▇มา▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าทั้งหมดในทันทีและให้▇▇▇▇▇▇ ผู้ให้เช่าอนุมัติการโอนดังกล่าว
(4) ในกรณีที่ผู้ให้▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇ให้ความเห็นชอบนิติบุคคลผู้เข้าแทนที่ภายในกำหนดตาม ข้อ 11.3.2 (2) และผู้ให้กู้มิได้เสนอนิติบุคคลผู้เข้าแทนที่รายใหม่ให้ผู้ให้เช่าพิจารณา หรือผู้ให้กู้มิได้เสนอนิติ บุคคลผู้เข้าแทนที่ภายในระยะเวลาตามข้อ 11.3.2 (2) ให้▇▇▇▇▇▇ผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇จะเสนอนิติบุคคลผู้เข้าแทนที่ อีกต่อไป
(5) นิติบุคคลผู้เข้า▇▇▇▇▇▇▇▇ต้องปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของผู้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เช่า
หากนิติบุคคลผู้เข้าแทนที่ปฏิบัติผิดสัญญาเช่า ผู้ให้กู้มี▇▇▇▇▇เสนอนิติบุคคลรายใหม่ให้เข้าแทนที่นิติบุคคลผู้เข้า แทนที่รายเดิมได้ และนิติบุคคลผู้เข้าแทนที่รายใหม่นี้ปฏิบัติผิดสัญญาเช่าอีก ผู้ให้เช่ามี▇▇▇▇▇บอกเลิกสัญญา▇▇▇▇ ▇▇▇ทันที โดยผู้ให้กู้ไม่มี▇▇▇▇▇เสนอนิติบุคคลผู้เข้า▇▇▇▇▇▇▇▇▇อีก
11.4 ในกรณีที่ผู้ให้เช่า▇▇▇▇▇▇▇จะจำหน่ายจ่ายโอนที่ดิน ผู้ให้เช่าตกลงจะให้ผู้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ในการ ซื้อขายที่ดินนี้ก่อนบุคคลอื่น โดยจะตกลงราคาและทำสัญญาซื้อขายกันอีกครั้งหนึ่ง โดยผู้ให้เช่าต้องให้โอกาส แก่ผู้▇▇▇▇▇▇▇จะซื้อที่ดินก่อน โดย▇▇▇▇▇▇▇▇เป็นหนังสือพร้อมทั้งแจ้งราคาซึ่งผู้ให้เช่า▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇จะขายให้แก่ผู้เช่า ทราบ หากผู้เช่าปฏิเสธข้อเสนอของผู้ให้เช่า ผู้ให้เช่ามี▇▇▇▇▇จำหน่ายจ่ายโอนที่ดินให้แก่บุคคลภายนอกในราคา ไม่ต่ำกว่าราคาที่เสนอขายให้แก่ผู้เช่า และมีเงื่อนไขด้วยว่า ถ้าในกรณีที่อยู่ในระหว่างกำหนดอายุการ▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇เช่าฉบับนี้ บุคคลภายนอกดังกล่าวต้องให้สัญญาเป็นหนังสือที่จะปฏิบัติและผูกพันตามข้อกำหนด และ เงื่อนไขทั้งปวงของสัญญาเช่าฉบับนี้
11.5 กรณีก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ หรือแล้วเสร็จบางส่วน หากผู้เช่า▇▇▇▇▇▇▇จะโอน▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าไป ยังบุคคลอื่น ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้เช่า
กรณีสิ้นสุดสัญญาเช่าที่ดินเพื่อ▇▇▇▇▇▇▇▇▇อาคารสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ หากมีการสิ้นสุดสัญญาเช่าให้ ทรัพย์สินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่า รวมทั้งการโอนสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
ข้อ 12 การก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇
12.1 ผู้เช่าจะต้องก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ประเภท มีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อย
กว่า .................. (..........................) ตารางเมตร และมี▇▇▇▇▇▇อ าคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ไม่น้อยกว่า
........................ บาท ( บาทถ้วน) โดยจะต้อง▇▇▇▇▇▇การภายใต้กฎหมายผังเมือง กฎหมาย
ควบคุมอาคาร และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ พื้นที่ก่อสร้าง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ตามระบบโบนัสของกฎหมาย ผังเมือง ตามข้อกำหนดของผู้ให้เช่า ปรากฏตามเอกสารแนบท้ายสัญญาเช่าหมายเลข [….] (ข้อกำหนดของผู้ให้ เช่า – ข้อเสนอทางเทคนิค)
12.2 การออกแบบ การก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ผู้เช่าต้องปฏิบัติตามกฎ ▇▇▇▇▇▇▇ ข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ และกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและใช้บังคับกับการก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าโดยเคร่งครัด หากปรากฏว่าผู้ให้เช่าต้องรับผิดหรือต้องเสียหายไม่ว่ารูปแบบใด เพราะเหตุที่ผู้ ▇▇▇▇▇▇▇ปฏิบัติตามกฎ ▇▇▇▇▇▇▇ ข้อบัญญัติ เทศบัญญัติ และกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้เช่ายอมชดใช้ค่าเสียหาย ใด ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ผู้ให้เช่าทั้งสิ้นโดย▇▇▇▇▇▇▇▇▇
12.3 ก่อน▇▇▇▇▇▇▇▇▇อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ผู้เช่าจะต้องทำการยื่นแบบแปลนการก่อสร้างในแต่ ละขั้นตอนต่อผู้ให้เช่า เพื่อทำการรับรองและให้ความเห็นชอบภายใน 60 (หกสิบ) วัน นับแต่▇▇▇▇▇▇ได้รับแบบ แปลนการก่อสร้างจากผู้เช่า ทั้งนี้ หากเลยกำหนดดังกล่าวข้างต้นให้▇▇▇▇▇▇ผู้ให้เช่าให้ความเห็นชอบแบบแปลน การก่อสร้างนั้นแล้ว
การตรวจรับรองแบบแปลนการก่อสร้างให้รับรองที่เป็นสาระสำคัญของโครงการฯ ▇▇▇▇ รูปแบบโครงการฯ พื้นที่ใช้สอย ▇▇▇▇▇▇โครงการฯ พื้นที่เช่าหรือจำนวนห้อง▇▇▇ จำนวนที่จอดรถ สิ่ง▇▇▇▇▇ความ สะดวกภายในอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ โครงสร้าง การรับน้ำหนัก ระยะร่น เป็นต้น หรือผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇ทำการ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ปรึกษา▇▇▇▇▇ตามข้อ 12.9 ให้▇▇▇▇▇▇การแทนก็ได้
หากผู้ให้เช่าพิจารณาแล้วเห็นว่าแบบแปลนการก่อสร้างดังกล่าวไม่เป็นไปตามข้อเสนอด้าน เทคนิคว่าด้วยการออกแบบและก่อสร้างโครงการฯ ดังที่กำหนดในเอกสารแนบท้ายสัญญาเช่า ข้อ 33 ให้ผู้ให้ เช่าส่งแบบแปลนการก่อสร้างนั้นกลับไปยังผู้เช่าเพื่อให้ทำการแก้ไขให้ถูกต้อง โดยผู้เช่าจะต้องแก้ไขแบบแปลน การก่อสร้างดังกล่าวให้ถูกต้องตามข้อเสนอด้านเทคนิคว่าด้วยการออกแบบและก่อสร้างโครงการฯ และให้ยื่น แบบแปลนการก่อสร้างที่แก้ไขแล้วต่อผู้ให้เช่าภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับแต่▇▇▇▇▇▇ได้รับแบบแปลนการก่อสร้าง คืนจากผู้ให้เช่า หากผู้ให้เช่าเห็นว่าแบบแปลนการก่อสร้างที่แก้ไขนั้นเป็นไปตามข้อเสนอด้านเทคนิคว่าด้วยการ ออกแบบและก่อสร้างโครงการฯ แล้ว และผู้ให้เช่าเห็นชอบแบบแปลนการก่อสร้างและให้แจ้งผลดังกล่าวให้ผู้เช่า ทราบภายใน 15 (สิบห้า) วัน นับแต่▇▇▇▇▇▇ได้รับแบบแปลนการก่อสร้างที่แก้ไขถูกต้องจากผู้เช่า
12.4 ผู้เช่าจะต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามประกาศฯ ปี 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องจนได้รับความเห็นชอบจากสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยผู้เช่าจะเป็นผู้นำเสนอและปรับปรุงรายงานเอง แต่ผู้ให้เช่าจะเป็นผู้อนุญาตในการ ▇▇▇▇▇▇การและให้ความเห็นชอบ และกำหนดให้▇▇▇▇▇▇การตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ สิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งในระยะการก่อสร้างและระยะการ ▇▇▇▇▇▇การจัดหาประโยชน์ ตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ที่สำนักนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เห็นชอบ
12.5 เมื่อได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้เช่าแล้ว ผู้เช่าต้องไปยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารและสิ่ง ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับจาก▇▇▇▇▇▇ได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้เช่า เมื่อได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการแล้ว ให้จัดส่งแบบแปลนการก่อสร้าง▇▇▇▇▇▇รับการอนุญาตเป็นทางการ ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร และอื่น ๆ (ถ้ามี) รวมทั้งนำส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องใน▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇ ใบรับรองการ ก่อสร้างอาคาร หรือใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ▇▇▇▇ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (ถ้ามี) รวมทั้งรายละเอียด โดย▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇ทางด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และอื่น ๆ พร้อมทั้งรายการประกอบแบบแปลนการก่อสร้าง รายการคำนวณประมาณราคา (BOQ: Bill of Quantity) พร้อมสำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ วิศวกรรมควบคุมของวิศวกร สำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมของ▇▇▇▇▇▇▇ และ แผนงานก่อสร้างที่ลำดับขั้นตอนการ▇▇▇▇▇▇งานให้ผู้ให้เช่า จำนวน 5 (ห้า) ชุด จึงจะ▇▇▇▇▇▇การก่อสร้างได้
ทั้งนี้ ผู้เช่าต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร และกฎหมายอื่นๆ ที่
เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดในการก่อสร้างในที่ดินโดยเคร่งครัด และให้▇▇▇▇▇▇แบบแปลนการก่อสร้างและรายการ ต่าง ๆ ▇▇▇▇▇▇รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าและหน่วยงานราชการเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาเช่า
หากผู้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇การส่งแบบแปลนการก่อสร้าง ใบอนุญาตก่อสร้างที่เกี่ยวข้อง หรือ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ (▇▇▇▇ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (ถ้ามี)) รวมทั้งรายละเอียดโดย▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇ ทางด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และอื่น ๆ พร้อมทั้งรายการประกอบแบบแปลนการก่อสร้าง รายการคำนวณ ประมาณราคา (BOQ) พร้อมสำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมของวิศวกร สำเนา ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมของ▇▇▇▇▇▇▇ และแผนงาน▇▇▇▇▇▇▇▇▇ที่ลำดับขั้นตอนการ ▇▇▇▇▇▇งาน ให้ผู้ให้เช่าพิจารณาภายในเวลา 1 (หนึ่ง) ปี นับจาก▇▇▇▇▇▇ลงนามในสัญญาเช่า ให้▇▇▇▇▇▇ผู้เช่าผิดสัญญา เช่าโดยยินยอมให้ผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญา▇▇▇▇▇▇▇ทันทีพร้อมริบเงินหลักประกันการปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇เช่า ตามข้อ 7 ค่าตอบแทน และค่าอื่น ๆ (ถ้ามี) ▇▇▇▇▇▇มอบให้ผู้ให้เช่าในวันทำสัญญาเช่า
ทั้งนี้ การที่ผู้ให้เช่าให้ความเห็นชอบแบบแปลนการก่อสร้างของผู้▇▇▇▇ ▇▇▇เป็นผลทำให้ผู้▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇จากความผิดใดๆ อันเกิดขึ้นจากการก่อสร้าง และ/หรือ ความ▇▇▇▇▇▇มาตรฐานในการก่อสร้างตามแบบแปลนการ ก่อสร้าง▇▇▇▇ว่านั้น
12.6 ผู้เช่าจะต้อง▇▇▇▇▇▇การก่อสร้างตามรูปแบบโครงการฯ แบบแปลนอาคาร ใบอนุญาต ก่อสร้าง หรืออื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ตามข้อกำหนดของผู้ให้เช่า – ข้อเสนอด้านเทคนิค โดยผู้เช่าจะต้องทำการ ก่อสร้างให้แล้วเสร็จเรียบร้อยตามมาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ภายในระยะเวลาก่อสร้างที่กำหนด ไว้ในข้อ 3 หรือระยะเวลาที่ผู้ให้เช่าขยายออกไป
ผู้เช่ามีหน้าที่รายงานความ▇▇▇▇▇▇▇▇ของการก่อสร้างของโครงการฯ ให้ผู้ให้เช่าทราบเป็น
รายเดือน
ผู้ให้เช่าหรือผู้ที่ผู้ให้เช่ามอบหมายมีสิทธิ์เข้าทำการตรวจสอบการก่อสร้าง ตรวจตรา ดูแล
ความเรียบร้อย และความถูกต้องของการก่อสร้างตามแบบแปลนการก่อสร้าง▇▇▇▇▇▇รับอนุญาตจากหน่วยงาน ราชการ โดยแจ้งให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 (สาม) วัน โดยผู้เช่าจะต้อง▇▇▇▇▇ความสะดวกและ สนับสนุนการปฏิบัติงานของผู้ให้เช่าหรือผู้ที่ผู้ให้เช่ามอบหมายในการตรวจสอบการก่อสร้างตลอดระยะเวลาใน การ▇▇▇▇▇▇การก่อสร้างโครงการฯ ทั้งนี้ผู้เช่ามีหน้าที่▇▇▇▇▇▇การในระหว่างก่อสร้างให้เป็นไปตามกฎหมายที่ เกี่ยวข้องกำหนดและเป็นไปตามรูปแบบโครงการฯ (ข้อกำหนดของผู้ให้เช่า - ข้อเสนอทางเทคนิค) ทั้งนี้ ผู้เช่า จะเป็นรับภาระค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบการก่อสร้างตามที่กำหนดในสัญญา▇▇▇▇▇▇▇
12.7 หากผู้ให้เช่าพบว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบแปลนการก่อสร้าง▇▇▇▇▇▇รับอนุญาตจาก หน่วยงานราชการ▇▇▇▇▇นัยสำคัญ เมื่อผู้ให้เช่ามีหนังสือแจ้งให้ผู้เช่าทราบ ผู้เช่าต้อง▇▇▇▇▇▇การแก้ไขตามที่ผู้ให้ เช่าแจ้งโดย▇▇▇▇ หากผู้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇การแก้ไข ▇▇▇▇▇▇เป็นการผิดสัญญาเช่าและผู้ให้เช่ามี▇▇▇▇▇บอกเลิกสัญญาเช่า ตามข้อ 23
12.8 ผู้เช่าต้องทำการก่อสร้างด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งและต้องมิให้ก่อให้เกิดความ▇▇▇▇▇▇▇
▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ของผู้ให้เช่าและสิ่งสาธารณูปโภคที่มีอยู่เดิม และ/หรือทรัพย์สินของบุคคลอื่นหรือต่อสิ่งแวดลอม
โดยผู้เช่าจะใช้ความระมัดระวังเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพในการป้องกันมิให้เกิดความบาดเจ็บ สูญเสีย สูญหาย หรือเสียชีวิตต่อคนงานหรือบุคคลอื่นใด ทั้งนี้ หากเกิดความเสียหาย ความบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตของบุคคลใด อันเกี่ยวข้องกับการ▇▇▇▇▇▇การก่อสร้าง ให้ผู้เช่าเป็นฝ่ายรับผิดชอบ ชดใช้ค่าเสียหายค่ารักษาพยาบาลหรือ ค่าใช้จ่ายทั้งปวงที่เกิดขึ้นแต่ผู้เดียว
ในกรณีที่ผู้ให้เช่าต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายอื่นใด ไม่ว่า ด้วยเหตุใด จากการเรียกร้องหรือการฟ้องร้องจากบุคคลใดที่ผู้เช่าจะต้องชดใช้คืนแก่ผู้ให้เช่าในบรรดา ค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇ชำระไปอันเนื่องมาจากการเรียกร้องหรือ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ว่านั้นในทันทีที่▇▇▇▇▇▇ โดยจะไม่ทำการโต้แย้งคัดค้านใด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคัดค้านใน ประเด็นความเหมาะสมของ▇▇▇▇▇▇ความ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇ชำระให้กับผู้เสียหายไปแล้ว
12.9 ที่ปรึกษา▇▇▇▇▇หรือวิศวกรที่ปรึกษา ในการก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ตามโครงการฯ ผู้เช่าเป็นผู้▇▇▇▇▇▇การ▇▇▇▇▇▇▇หน่วยงานราชการหรือเอกชนในการรังวัดพื้นที่และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) รวมทั้งผู้เช่าเป็นผู้▇▇▇▇▇▇การ▇▇▇▇▇▇▇บริษัทวิศวกรที่ปรึกษาผู้ควบคุมงานก่อสร้างที่มีชื่อเสียง (ซึ่งมิใช่เป็นของผู้ เช่า) ให้เป็นผู้ตรวจสอบรายละเอียดในการก่อสร้าง ควบคุมงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบแปลนการก่อสร้าง▇▇▇ ▇▇▇รับอนุญาตก่อสร้างและตามแผนงานก่อสร้าง จนแล้วเสร็จ▇▇▇▇▇▇▇ ซึ่งผู้เช่าเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
อีกทั้งผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇คัดเลือกและแต่งตั้งที่ปรึกษา▇▇▇▇▇เพื่อเป็นที่ปรึกษา▇▇▇▇▇ของทั้งผู้ให้เช่า และผู้เช่า ซึ่งมีความรู้และประสบการณ์เป็นครั้งคราวเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่คู่สัญญาตกลงกัน ซึ่งข้อกำหนด และเงื่อนไขในสัญญา▇▇▇▇▇▇▇ปรึกษา▇▇▇▇▇ให้เป็นไปตามที่ผู้ให้เช่าเห็นชอบ โดยที่ปรึกษา▇▇▇▇▇จะต้องให้ คำปรึกษาและความเห็น▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ปราศจากความ▇▇▇▇▇▇▇แก่คู่สัญญา เพื่อลดและขจัดความเห็น▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇กันใน ด้านวิชาการ ซึ่งผู้เช่าเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇ปรึกษา▇▇▇▇▇ข้างต้นอาจเป็นการ▇▇▇▇▇▇การโดยผู้เชี่ยวชาญของผู้ให้เช่าเองและผู้ให้ เช่ามี▇▇▇▇▇ตรวจและควบคุมงานตามโครงการฯ ให้เป็นไป▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇โดยผู้เช่าต้อง▇▇▇▇▇ความสะดวก ตาม▇▇▇▇▇
12.10 การก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าจะ▇▇▇▇▇▇เป็นอันแล้วเสร็จ▇▇▇▇▇▇▇
ต่อเมื่อผู้▇▇▇▇▇▇▇รับใบรับรองการก่อสร้างอาคาร หรือใบอนุญาตให้ใช้อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇จากหน่วยงาน ราชการที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด
12.11 ผู้เช่าจะต้องจัดให้มีถนนคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นทางรถยนต์▇▇▇▇▇▇เข้าออกพื้นที่ โครงการฯ ไปจนถึงชาน▇▇▇ริมน้ำบริเวณด้านหลัง ขนาดกว้าง ........ ( ) เมตร ซึ่งกำหนดให้ผิวจราจรเป็น
คอนกรีตหรือเทียบเท่าและจัดทำทางเท้ากว้าง ....... ( ) เมตร พร้อมท่อระบายน้ำ รวม▇▇▇▇▇▇เว้นพื้นที่ว่าง
ระหว่างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ในพื้นที่โครงการฯ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
12.12 ผู้เช่าต้องทำรั้วอย่างน้อยเป็นตาข่ายไวร์เมท ความสูงไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร ตลอดแนว เขตที่ดินทุก▇▇▇▇▇▇▇ติดต่อกับที่ดินของบุคคลอื่น และห้ามผู้เช่าเปิดเพื่อให้เป็นทางผ่านเข้า-ออก ของที่ดินบุคคล อื่น สู่ที่ดินหรือสู่ทางสาธารณะ เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่า
12.13 การ▇▇▇▇▇▇โครงการฯ จะต้อง▇▇▇▇▇ถึงด้านระบบกำจัดน้ำเสีย ทั้งในระหว่างการก่อสร้าง และการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคระหว่าง▇▇▇▇▇▇โครงการฯ ▇▇▇▇▇▇ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำผิวดิน ต่อ แม่น้ำลำคลอง ให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน (ประเภทที่ 3) ตามประกาศคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2537) เรื่องกำหนดมาตรฐานคุณภาพในแหล่งน้ำผิวดิน ใน▇▇▇▇▇▇▇▇ นุเบกษา เล่ม 111 ตอนที่ 16ง ลง▇▇▇▇▇▇ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537 และป้องกันปัญหาด้าน▇▇▇▇▇▇▇▇อาจส่งผล กระทบ
12.14 การ▇▇▇▇▇▇โครงการฯ จะต้อง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ควบคุมด้านมลพิษและการปนเปื้อนจากฝุ่น▇▇▇ ▇▇▇เกิดในระหว่าง▇▇▇▇▇▇การก่อสร้าง ซึ่งอาจจะ▇▇▇▇▇▇▇▇กระทบจากการก่อสร้างของโครงการฯ
12.15 การ▇▇▇▇▇▇โครงการฯ จะต้องมีการวางมาตรการป้องกัน เสียง▇▇▇▇▇▇▇▇จะ▇▇▇▇▇มากขึ้น จากโครงการฯ อย่างเหมาะสมที่เกิดจากการทำงานของ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇กล อุปกรณ์ และเครื่องมือชนิดต่าง ๆ ใน การขุดเจาะ
12.16 การ▇▇▇▇▇▇โครงการฯ จะต้อง▇▇▇▇▇ถึงผลกระทบด้านเสียงรบกวนจากการทำกิจกรรมของ พื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเสียงรบกวนจากการเดินทางของผู้คนที่เข้าใช้บริการในพื้นที่โครงการฯ จะต้อง▇▇▇▇▇▇การ ป้องกันการได้รับเสียงรบกวนจากภายนอก และป้องกันผลกระทบจากเสียง▇▇▇▇▇▇▇▇เกิดขึ้นในพื้นที่โครงการฯ ▇▇▇▇▇▇ส่งผลกระทบต่อประชาชนพื้นที่โดยรอบ
12.17 เมื่อการก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าแล้วเสร็จ ผู้เช่าต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่า ทราบภายในกำหนด 30 (สามสิบ) วัน เพื่อให้ผู้ให้เช่าตรวจสอบความถูกต้องของงานก่อสร้าง พร้อมจัดส่งแบบ แปลนการก่อสร้างในรูปแบบเอกสาร▇▇▇▇▇▇▇▇▇และข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ให้เช่า จำนวน 5 (ห้า) ชุด
เมื่อผู้เช่าทำการก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇แล้วเสร็จทั้งหมดหรือบางส่วน ก่อนเปิด ▇▇▇▇▇▇ธุรกิจทั้งหมดหรือบางส่วนให้ผู้เช่าร้องขอให้ผู้ให้เช่าหรือผู้ที่ผู้ให้เช่ามอบหมาย เข้าตรวจสอบคุณภาพ ระหว่างการก่อสร้างและทดสอบการเสร็จของงานก่อสร้างทั้งหมดหรือบางส่วน และเมื่อผู้ให้เช่าหรือผู้ที่ผู้ให้เช่า มอบหมายเห็นว่าอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇มีความพร้อมที่จะเปิด▇▇▇▇▇▇ธุรกิจทั้งหมดหรือบางส่วน ผู้ให้เช่าจะ ออกหนังสือรับรองความ▇▇▇▇▇▇▇ของทั้งโครงการฯ หรือหนังสือรับรองความ▇▇▇▇▇▇▇บางส่วนและผู้▇▇▇▇▇▇▇จะมี สิทธิ์เปิด▇▇▇▇▇▇ธุรกิจทั้งหมดหรือบางส่วน
หลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ผู้เช่าต้อง▇▇▇▇▇▇การเปิดใช้อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇โดยยื่นขอ กับหน่วยงานราชการ ▇▇▇▇ ใบรับรองการก่อสร้าง และ/หรือใบอนุญาตประกอบธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ▇▇▇▇ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (ถ้ามี) และแจ้งผู้ให้เช่า ให้ออกหนังสือรับรองความ▇▇▇▇▇▇▇ของโครงการฯ (Certificate of Completion) และหนังสือแจ้งให้เริ่ม▇▇▇▇▇▇งานจัดหาประโยชน์ ▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าที่ดินเพื่อ ▇▇▇▇▇▇การจัดหาประโยชน์
12.18 ในระหว่างที่การก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ตามโครงการฯ ที่ยังไม่แล้วเสร็จก็ดี หรือ เสร็จแล้วก็ดี หากมีความเสียหายหรือสูญหายใด ๆ ▇▇▇▇▇▇▇อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ดังกล่าวไม่ว่ากรณีใด ๆ รวมทั้งเหตุสุดวิสัย ผู้เช่าต้องซ่อมแซมหรือก่อสร้างขึ้นใหม่ด้วย▇▇▇▇▇▇▇▇▇ของผู้เช่าเองทั้งสิ้น โดยการซ่อมแซม หรือสร้างขึ้นใหม่ต้องมีรูปแบบโครงการฯ เดิมหรือจะมีการเปลี่ยนแปลงโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้เช่า และต้องมี▇▇▇▇▇▇ไม่น้อยกว่าเดิม
12.19 ถ้าการก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ รวมถึงส่วนควบของที่ดินไม่แล้วเสร็จครบถ้วน ▇▇▇▇▇▇▇ภายในระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในข้อ 3 ผู้เช่ายินยอมให้ผู้ให้เช่าใช้▇▇▇▇▇บอกเลิกสัญญาเช่าที่ดินเพื่อ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และสัญญาเช่าที่ดินเพื่อ▇▇▇▇▇▇การจัดหาประโยชน์ได้ทันที พร้อมริบหรือบังคับ จากหลักประกันการปฏิบัติ▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าเสียทั้งสิ้น ผู้เช่าไม่มี▇▇▇▇▇ยับยั้งหรือขัดขวางการที่ผู้ค้ำประกันจะชำระ เงินดังกล่าวให้แก่ผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇ว่ากรณีใด ๆ เว้นแต่ความล่าช้าดังกล่าวมิได้เกิดจากความผิดของผู้เช่า และความ ล่าช้านั้นอยู่เหนือการควบคุมของผู้เช่า และ/หรือเป็นเหตุสุดวิสัย โดยผู้▇▇▇▇▇▇▇▇▇มีส่วนร่วมในการทำให้เกิดความ ล่าช้านั้นไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
ข้อ 13 การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือก่อสร้างเพิ่มเติม
13.1 กรณีผู้เช่าจะรื้อถอน โยกย้าย ▇▇▇▇▇▇▇▇▇เพิ่มเติม ต่อเติม ดัดแปลงหรือตกแต่งส่วนหนึ่งส่วน ใดของอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ส่วนควบของที่ดิน ตลอดจนรายการอื่นตามโครงการฯ ในผังรวมและผังเฉพาะ ให้ผิดไปจากแบบแปลนการก่อสร้าง รายละเอียดและรายการประกอบแบบแปลนการก่อสร้าง▇▇▇▇▇▇รับความ เห็นชอบจาก ผู้ให้เช่าไว้แล้ว ผู้เช่าต้องแจ้งความ▇▇▇▇พร้อมรายละเอียดแผนผัง ประมาณการค่าใช้จ่าย กำหนดวันแล้วเสร็จสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ที่จะขอรื้อถอน โยกย้าย ก่อสร้างเพิ่มเติม ต่อเติม ดัดแปลง หรือตกแต่ง และ ข้อเสนอ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ตอบแทนเพิ่มเติม ซึ่งจะได้ทำความตกลงเป็นกรณีไป เมื่อ ผู้ให้เช่าพิจารณาอนุญาตเป็น หนังสือแล้ว ผู้เช่าจะต้องยื่นขอและได้รับอนุญาตจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องด้วยจึงจะ▇▇▇▇▇▇การได้ บรรดาสิ่งดัดแปลง ต่อเติม หรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ขึ้นใหม่ไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตามให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ ผู้ให้เช่าเมื่อ สิ้นสุดสัญญาเช่าที่ดินเพื่อ▇▇▇▇▇▇การจัดหาประโยชน์ที่กำหนดไว้
13.2 ผู้ให้เช่ามี▇▇▇▇▇ขอให้มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงการให้บริการอันเนื่องมาจากการ เปลี่ยนแปลงจากเหตุสุดวิสัย หรือการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี หรือเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการที่ แท้จริงของประชาชนผู้ใช้บริการ ซึ่ง ผู้ให้เช่าและผู้เช่าจะทำการตกลงกันใน▇▇▇▇▇▇▇▇กร ะทบทางด้านการเงิน ▇▇▇▇ ค่าเช่าในระยะเวลาที่เหลือ ระยะเวลาการจัดหาประโยชน์คงเหลือ เป็นต้น
13.3 ผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇ขอให้ผู้เช่าทำการแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือการก่อสร้างเพิ่มเติมโดยมี การเปลี่ยนแปลงแบบแปลนการก่อสร้างหรืองานในส่วนใด ๆ ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งผู้ให้เช่าเห็นว่าเป็นไปเพื่อ ประโยชน์สาธารณะ เพื่อประโยชน์ของรัฐหรือความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม▇▇▇▇▇ของ ประชาชนและประโยชน์ของผู้ให้เช่า ทั้งนี้ หากมีค่าใช้จ่ายที่▇▇▇▇▇ขึ้นให้เป็นความรับผิดชอบของผู้ให้เช่า โดยให้ผู้ เช่านำเสนอประมาณการค่าใช้จ่ายที่▇▇▇▇▇ขึ้นต่อผู้ให้เช่าเพื่อให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ หากเกิดความล่าช้าของการ ▇▇▇▇▇▇โครงการฯ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบแปลนการก่อสร้าง หรืองานในส่วนใด ๆ ที่ผู้ให้เช่าร้อง ขอผู้เช่าต้องเสนอขอแก้ไขกำหนดเวลาการก่อสร้างไปพร้อมกัน
13.4 ในระหว่างการก่อสร้าง หากมีการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ผู้▇▇▇▇▇▇▇ร้องขอแก้ไข เปลี่ยนแปลงแบบแปลนการก่อสร้างหรืองานในส่วนใด ๆ ทั้งนี้ หากมีค่าใช้จ่ายที่▇▇▇▇▇ขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงนี้ ให้เป็นความรับผิดชอบของผู้เช่า หากเกิดความล่าช้าของการ▇▇▇▇▇▇โครงการฯ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงแก้ไข แบบแปลนการก่อสร้างหรืองานในส่วนใด ๆ ที่ผู้เช่าร้องขอ ให้ผู้เช่านำเสนอขอแก้ไขกำหนดเวลาการก่อสร้างมา ด้วยพร้อมกัน โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้เช่า
วิธีการและกำหนดเวลาการให้ความเห็นชอบกับค่าใช้จ่ายที่▇▇▇▇▇ขึ้นและความล่าช้าของการ ▇▇▇▇▇▇โครงการฯ เพราะการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบแปลนการก่อสร้าง หรืองานส่วนหนึ่งส่วนใดเพราะการ เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีตามที่ผู้เช่าร้องขอข้างต้น ให้เป็นไปตามข้อ 13.3
13.5 อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ตามโครงการฯ ต้องเป็นไปตามแบบแปลนการก่อสร้างที่ผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇ ตรวจสอบเห็นชอบและได้รับอนุญาตให้▇▇▇▇▇▇▇▇▇จากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยให้▇▇▇▇▇▇แบบที่ผู้ให้เช่า อนุญาตให้ก่อสร้างเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาเช่าด้วย หากผู้เช่าจำเป็นต้องแก้ไขหรือดัดแปลงส่วนหนึ่งส่วนใดของ อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ตามโครงการฯ ให้ผิดไปจากแบบแปลนการก่อสร้าง▇▇▇▇▇▇รับความเห็นขอบจากผู้ให้เช่าไว้แล้ว ต้องแจ้งความ▇▇▇▇ขอความเห็นชอบจากผู้ให้เช่าพร้อมรายการละเอียดที่จะขอแก้ไขหรือดัดแปลงต่อผู้ให้เช่า โดยการแก้ไขหรือดัดแปลงต้องไม่ทำให้พื้นที่ใช้สอยและ/หรือ▇▇▇▇▇▇อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ลดลงจากเดิม ในระหว่างอายุสัญญาเช่า หากผู้เช่ามีความ▇▇▇▇▇▇▇จะก่อสร้างอาคาร หรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇อื่น ๆ เพิ่มเติมจากแบบ แปลนการก่อสร้างตามข้อ 12 ผู้เช่าต้องเสนอโครงการฯ ▇▇▇▇▇▇▇ประโยชน์ตอบแทนเพิ่มเติมให้ผู้ให้เช่าพิจารณา และเห็นชอบก่อน
13.6 ให้ผู้เช่าแจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบในโอกาสแรกเกี่ยวกับรายชื่อผู้รับเหมาหลักของผู้▇▇▇▇▇▇▇จะทำ การก่อสร้างโครงการฯ ให้เป็นไปตามข้อเสนอทางด้านเทคนิค การเปลี่ยนตัวผู้รับเหมาหลักจะต้องได้รับความ เห็นชอบจากผู้ให้เช่า โดยที่ผู้รับเหมาหลักที่จะมาปฏิบัติงานแทนที่นั้นจะต้องมีความ▇▇▇▇▇▇และประสบการณ์ ▇▇▇▇▇▇ด้อยกว่าผู้รับเหมาหลักรายเดิม และจะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการก่อสร้างโครงการฯ โดยรวม
ข้อ 14 การดูแลรักษาและซ่อมแซม
14.1 ผู้เช่าสัญญาว่าจะรักษาบริเวณที่ดินให้เรียบร้อย ไม่กระทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความ เสียหายหรือ▇▇▇▇▇▇▇▇▇รำคาญแก่บุคคลอื่นที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงที่ดิน หรือให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงาน ของ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇หน้าที่ตามกฎหมาย กับยอมปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ของผู้ให้เช่าตามความที่ กล่าวในข้อนี้ทุกประการ และจะไม่นำป้ายโฆษณาใด ๆ มาติดตั้งในพื้นที่โครงการฯ หรือภายนอกอาคารและสิ่ง ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ที่อยู่ในที่ดินเป็นอันขาด นอกจากป้ายโฆษณาโครงการฯ ของผู้เช่าในที่ดิน เว้นแต่ได้รับความยินยอม จากผู้ให้เช่า รวมทั้งการ▇▇▇▇▇▇การใด ๆ ▇▇▇▇▇▇ขัดและไม่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์กรของผู้ให้เช่า
14.2 ผู้เช่าต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ซ่อมแซม ที่ดิน อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และ อุปกรณ์ รวมถึงส่วนควบของที่ดิน ให้อยู่ในสภาพใช้การ▇▇▇▇▇▇▇▇▇อายุสัญญาเช่า ตลอดจนต้องกำจัดสิ่งกีด ขวางการ▇▇▇▇▇▇งานต่าง ๆ ในบริเวณที่ดินด้วย▇▇▇▇▇▇▇▇▇ของผู้เช่าเองทั้งสิ้น จนครบกำหนดระยะเวลาการเช่า ตามข้อ 3 หรือสัญญาเช่าฉบับนี้สิ้นสุดลงตามข้อ 23 ทั้งนี้ จะไม่ขุดดิน ขนย้ายดินออกนอกที่ดิน หรือยอมให้ ผู้อื่นทำการดังกล่าว โดย▇▇▇▇▇▇รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าเป็นหนังสือ
14.3 ในระหว่างระยะเวลาการเช่า หากมีการแก้ไขกฎหมายฉบับใดอันเป็นผลให้ต้องมีการแกไ้ ข ดัดแปลง หรือต่อเติมอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇เพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ผู้เช่าจะเป็นผู้รับผิดชอบใน ค่าใช้จ่ายดังกล่าวทั้งหมด
ข้อ 15 ค่าปรับช่วงก่อสร้าง
15.1 กรณีผู้เช่าทำการก่อสร้าง ต่อเติม ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารหรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ที่มีการ เปลี่ยนแปลงแก้ไขแบบแปลนการก่อสร้าง หรืองานในส่วนใด ๆ โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่า ผู้เช่ายินยอม ให้ผู้ให้เช่า ปรับตามเงื่อนไข ดังนี้
15.1.1 ถ้าผู้เช่าก่อสร้างอาคารหรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ใดๆ โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่า ผู้ให้ เช่าจะเรียกเก็บค่าปรับในอัตราร้อยละ 5 (ห้า) ของ▇▇▇▇▇▇อาคารหรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ดังกล่าว ทั้งนี้ การเรียกเก็บ ค่าปรับไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) ต่อครั้ง
15.1.2 ถ้าผู้เช่าก่อสร้างอาคารหรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ใดๆ โดยได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าโดย ถูกต้องแล้ว แต่ในภายหลังผู้เช่าต่อเติม หรือดัดแปลงอาคารหรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ใด ๆ โดยมิได้รับอนุญาต ผู้ให้เช่า จะเรียกเก็บค่าปรับในอัตราร้อยละ 5 (ห้า) ของ▇▇▇▇▇▇ที่ต่อเติมหรือดัดแปลง ทั้งนี้ การเรียกเก็บค่าปรับไม่ต่ำ กว่า 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) ต่อครั้ง
15.1.3 ถ้าผู้เช่าต่อเติมหรือดัดแปลงอาคารหรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇โดยมิได้รับอนุญาต ผู้ให้เช่า จะเรียกเก็บค่าปรับในอัตราร้อยละ 5 (ห้า) ของ▇▇▇▇▇▇ที่ต่อเติมหรือดัดแปลง ทั้งนี้ การเรียกเก็บค่าปรับไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) ต่อครั้ง
15.1.4 ถ้าผู้เช่ารื้อถอนอาคารหรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนโดยมิได้รับ อนุญาต ผู้ให้เช่าจะเรียกเก็บค่าปรับในอัตราร้อยละ 5 (ห้า) ของ▇▇▇▇▇▇อาคารหรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ที่ถูกรื้อถอน ทั้งนี้ การเรียกเก็บค่าปรับไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท (ห้าพันบาทถ้วน) ต่อครั้ง โดยยังไม่รวมถึงค่าเสียหายอื่น
15.1.5 ถ้าผู้เช่าลงมือก่อสร้างอาคารก่อนเจ้าหน้าที่ทำการปักผังอาคาร ผู้ให้เช่าจะเรียก เก็บค่าปรับในอัตราร้อยละ 10 (สิบ) ของ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇การไปก่อนเจ้าหน้าที่ทำการปักผังอาคาร ทั้งนี้ การ เรียกเก็บค่าปรับไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) ต่อครั้ง
15.1.6 ถ้าผู้เช่าเปลี่ยนรายการก่อสร้าง รื้อถอน ต่อเติม หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งหรือ ทั้งหมดของอาคารหรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ก่อนได้รับอนุญาตหรือโดยไม่มี▇▇▇▇▇จะกระทำได้ ผู้ให้เช่าจะเรียกเก็บ ค่าปรับในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 (สิบ) ของ▇▇▇▇▇▇ที่เปลี่ยนแปลงรายการก่อสร้าง รื้อถอน ต่อเติม หรือ ดัดแปลง และถ้าทำให้▇▇▇▇▇▇ของอาคารหรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ลดลง ผู้ให้เช่าจะเรียกเก็บเงิน▇▇▇▇▇ราคา▇▇▇▇▇▇ที่ ลดลงอีกส่วนหนึ่งด้วย
15.1.7 กรณีการก่อสร้าง ต่อเติม ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร หรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ตามข้อ 15.1.1, 15.1.2, 15.1.3, 15.1.4, 15.1.5 หรือ 15.1.6 เป็นเหตุให้อาคารหรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ขาดความมั่นคง แข็งแรงอันอาจจะเป็นอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน ถ้าเห็นว่า▇▇▇▇▇▇เสริมความมั่นคงได้ ผู้ให้เช่าจะให้ผู้ เช่าเสริมความมั่นคงด้วย▇▇▇▇▇▇▇▇▇ของผู้เช่าเอง และจะเรียกเก็บค่าปรับจาก▇▇▇▇▇▇อาคารหรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ก่อน เสริมความมั่นคง
15.1.8 กรณี▇▇▇▇▇▇อาจ▇▇▇▇▇▇การตามข้อ 15.1.7 หรือทำให้ขาดความสวยงาม หรือมีเหตุ
อื่นใดเพื่อประโยชน์ของผู้ให้เช่า ให้ผู้เช่าทำให้ที่ดิน อาคารหรือสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇นั้นกลับคืน▇▇สภาพเดิมด้วย▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇ของผู้เช่าเอง และให้เรียกเก็บค่าปรับตามข้อ 15.1.1, 15.1.2, 15.1.3, 15.1.4, 15.1.5 หรือ 15.1.6 รวมทั้งค่าเสียหายอื่นด้วย
15.2 สัญญาเช่าทุกข้อถือเป็นสาระสำคัญ หากผู้เช่าผิดสัญญาเช่าแม้▇▇▇▇▇▇ระบุการปรับไว้ และผู้ เช่าประพฤติผิดสัญญาเช่าดังกล่าวนั้น เมื่อได้รับคำ▇▇▇▇▇▇▇▇เป็นหนังสือจากผู้ให้เช่าแล้วไม่จัดการแก้ไขให้ ถูกต้อง▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าภายในระยะเวลาที่ผู้ให้เช่ากำหนด ผู้เช่ายินยอมให้ปรับเป็นจำนวนเงินเท่ากับ ค่าตอบแทนหรือค่าเช่า 1 (หนึ่ง) ปี ของตามอัตราค่าตอบแทน▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ หรือค่า▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าที่ดิน เพื่อ▇▇▇▇▇▇การจัดหาประโยชน์ เลขที่ ..................... ฉบับลง▇▇▇▇▇▇ ที่พึงต้องชำระในขณะนั้น
ข้อ 16 ที่ดิน อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇เสียหายหรือถูกทำลาย
16.1 กรณีที่ดิน อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇เสียหายไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด อันเนื่องมาจากเหตุ ▇▇▇▇▇▇▇▇ หรือเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือความบกพร่อง หรือประมาทเลินเล่อของผู้เช่าหรือผู้ครอบครองที่ดิน อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ จนทำให้ที่ดิน อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของสัญญา ▇▇▇▇▇▇▇ได้อีกต่อไป ในกรณีข้างต้นผู้เช่าจะต้องแจ้งความ▇▇▇▇▇▇▇ของผู้เช่าว่าต้องการกลับเข้าซ่อมแซมที่ดิน อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇รับความเสียหาย หรือต้องการให้สัญญา▇▇▇▇▇▇▇สิ้นสุดลง ให้ผู้ให้เช่าทราบภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับแต่▇▇▇▇▇▇เหตุนั้นสิ้นสุดลง
16.2 กรณีอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ได้รับความเสียหายแต่เพียงบางส่วน ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดและ ไม่ว่าจะเกิดจากการกระทำของผู้เช่าหรือไม่ ผู้เช่ามีหน้าที่ซ่อมแซม อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ให้กลับคืนสภาพดี ดังเดิมด้วยค่าใช้จ่ายของผู้เช่าเอง
16.3 ในการซ่อมแซมที่ดิน อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ตามข้อ 16.1 และข้อ 16.2 ให้นำหลักการ และวิธีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือก่อสร้างเพิ่มเติมตามข้อ 13 มาบังคับใช้โดยอนุโลม
16.4 ผู้ให้เช่าและผู้เช่าตกลงให้นำการก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ตามข้อ 12 มาบังคับใช้กับ บรรดาอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ที่ถูกซ่อมแซม หรือก่อสร้างขึ้นใหม่ตามเหตุแห่งข้อนี้
16.5 กรณีซ่อมแซมใหม่ ให้เป็นไปตามรูปแบบโครงการฯ ที่เสนอไว้ในข้อเสนอด้านเทคนิค ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้เช่า ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇โครงการฯ โดยรวมต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้เดิม โดยแยกเป็น
(1) ▇▇▇▇▇▇งานฐานรากและโครงสร้าง เป็นเงินไม่น้อยกว่า .............. บาท (………บาทถ้วน)
(2) ▇▇▇▇▇▇งานสถาปัตยกรรม เป็นเงินไม่น้อยกว่า .............. บาท (… บาทถ้วน)
(3) ▇▇▇▇▇▇งานระบบทั้งหมดภายในอาคาร เป็นเงินไม่น้อยกว่า ........... บาท (……บาทถ้วน)
(4) ▇▇▇▇▇▇งานตกแต่งภายใน เป็นเงินไม่น้อยกว่า .............. บาท (… บาทถ้วน)
(5) ▇▇▇▇▇▇งานภูมิทัศน์ เป็นเงินไม่น้อยกว่า .............. บาท (… บาทถ้วน)
(6) ▇▇▇▇▇▇อื่น ๆ ระบุ ...................... เป็นเงินไม่น้อยกว่า .............. บาท (… บาทถ้วน)
ข้อ 17 การประกันภัย
17.1 ตลอดระยะเวลาก่อสร้างโครงการฯ ผู้เช่าต้องจัดทำประกันภัยกับบริษัทประกันภัยที่ผู้ให้ เช่าให้ความเห็นชอบ โดยมีความคุ้มครองเต็ม▇▇▇▇▇▇ทรัพย์สินของโครงการฯ โดยผู้ให้เช่าเป็นผู้รับ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ดังต่อไปนี้
(1) กรมธรรม์ประกันภัยหลัก (Master Insurance Policy) โดยวงเงินคุ้มครองไม่น้อย กว่าวงเงินค่าก่อสร้างอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ รวมทั้งอุปกรณ์และระบบที่เป็นส่วนควบของที่ดินทั้งหมด ตามที่ กำหนดไว้ในเอกสารสัญญาแนบท้ายหมายเลข […..] (กรมธรรม์ประกันภัยหลัก) และ
(2) ประกันภัยวิชาชีพ (Professional Indemnity Insurance) สำหรับการออกแบบ และควบคุมงานด้วย โดยผู้เช่าเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัย เพื่อประกันความรับผิดชอบของผู้เช่าหรือผู้รับจ้างของ ผู้เช่า และ
(3) ประกันภัยสำหรับพนักงานและลูกจ้างของผู้เช่าหรือผู้รับจ้างของผู้เช่าซึ่งปฏิบัติงาน ในการก่อสร้างโครงการฯ และ
(4) ประกันความรับผิดชอบจากการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตต่อบุคคลใด ๆ และเพื่อประกัน ความเสียหาย▇▇▇▇▇▇เกิด▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ของผู้ให้เช่า หรือเพื่อประกันความเสียหาย▇▇▇▇▇▇เกิดต่อบุคคลที่สาม (Third Party Liabilities) อันเป็นผลมาจากการก่อสร้าง ▇▇▇▇▇▇งานหรือการให้บริการของผู้เช่า โดยวงเงิน ประกันเพื่อคุ้มครองความเสียหายต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้งต้องเป็นไปตามที่ผู้ให้เช่าให้ความเห็นชอบ
ผู้เช่าต้องส่งมอบหลักฐานการชำระเบี้ยค่าประกันภัยของกรมธรรม์ของสัญญาเช่าที่ดินเพื่อ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇อาคารสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ให้แก่ผู้ให้▇▇▇▇ ▇ วันลงนามในสัญญาเช่า และให้การคุ้มครองต่อเนื่องจนสิ้นสุด สัญญาเช่า
ในทันทีที่เริ่มทำการ▇▇▇▇▇▇▇▇▇ และ▇▇▇▇▇▇การจนกว่าจะครบ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇ว่าจะเป็น กรณีอุบัติเหตุแก่บุคคลหรือทรัพย์สินไว้ตลอดอายุสัญญาเช่า ในวงเงินความคุ้มครองที่ผู้ให้เช่าเห็นชอบ โดยระบุ ให้ผู้ให้เช่าเป็นผู้รับประโยชน์ และต้องมอบหลักฐานการชำระเบี้ยค่าประกันภัยของกรมธรรม์ให้แก่ผู้ให้เช่าก่อน วันเริ่มต้นการก่อสร้างตามข้อ 3 และให้การคุ้มครองต่อเนื่องจนกว่าการก่อสร้างแล้วเสร็จ และส่งมอบ ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เช่าที่ดินเพื่อ▇▇▇▇▇▇การจัดหาประโยชน์ เลขที่ ฉบับลง▇▇▇▇▇▇
.......................... ให้ต่อเนื่องกัน
ทั้งนี้ ให้ประเภทของการประกันภัยและจำนวนเงินที่เอาประกันภัยให้คุ้มครองเต็มจำนวน ▇▇▇▇▇▇ทรัพย์สินของโครงการฯ หากผู้เช่าทำกรมธรรม์ประกันภัยเป็นรายปี ผู้เช่าจะต้องส่งมอบกรมธรรม์ ประกันภัยให้แก่ผู้ให้เช่า ภายในกำหนด 15 (สิบห้า) วัน นับจากวันเริ่มต้นของการเช่าแต่ละปี
ในกรณีดังกล่าวข้างต้น ผู้เช่าจะต้องไม่กระทำการใด ๆ อันจะทำให้การประกันภัยตกเป็น โมฆะหรือใช้บังคับ▇▇▇▇▇▇ด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม และจะต้องปฏิบัติตามคำชี้แจงแนะนำของผู้ให้เช่าหรือบริษัท ประกันภัยอย่างเคร่งครัดในกรณีที่เกิดเหตุตามที่ประกันภัยไว้
17.2 ตลอดระยะเวลาสัญญาเช่า การก่อสร้าง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ผู้เช่าต้องจัดให้มีการประกันภัย เพื่อคุ้มครองอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ รวมทั้งอุปกรณ์และระบบที่เป็นส่วนควบของที่ดินทั้งหมดในลักษณะการ เสี่ยงภัยทุกชนิด (All Risks Insurance Policy) รวม▇▇▇▇▇▇ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก การประกันภัยการ▇▇▇ ▇▇▇ร้าย และการประกันภัยความรับผิดชอบตามกฎหมายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ในวงเงินคุ้มครองเต็มจำนวน▇▇▇▇▇▇ทรัพย์สินของโครงการฯ กับบริษัทประกันภัยที่ผู้ให้เช่าให้ความเห็นชอบ โดย ผู้ให้เช่าเป็นผู้รับประโยชน์ และผู้เช่าเป็นฝ่ายชำระค่าเบี้ยประกันภัย การประกันภัยต้อง▇▇▇▇▇▇การตลอด ระยะเวลา▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇
17.3 ตลอดระยะเวลาสัญญาเช่า การก่อสร้าง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ให้ผู้เช่าทำประกันภัยกับบริษัท ประกันภัยที่ผู้ให้เช่าให้ความเห็นชอบ สำหรับคุ้มครองพนักงานและลูกจ้างของผู้เช่าซึ่งปฏิบัติงานในขอบเขต การบริการของผู้เช่า โดยผู้เช่าเป็นผู้ชำระเบี้ยประกัน การประกันภัยดังกล่าวจะต้องคุ้มครองถึงความรับผิด ทั้งหมดของผู้เช่า และครอบคลุมถึงความรับผิดชอบทั้งหมดของผู้รับจ้างของผู้เช่า สำหรับการชดใช้ค่าเสียหาย ตามกฎหมายที่เกิดจากอุบัติเหตุหรือความบาดเจ็บหรือเสียชีวิตของพนักงานและลูกจ้าง ตลอดจนบุคคลอื่นใด จากการปฏิบัติงานหรือการให้บริการของผู้เช่า หรือผู้รับจ้างของผู้เช่า ทั้งนี้ ผู้เช่าจะต้องส่งมอบสำเนากรมธรรม์ ประกันภัยให้แก่ผู้ให้เช่าด้วย
17.4 ตลอดระยะเวลาสัญญาเช่า การก่อสร้าง▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ระยะเวลา▇▇▇▇▇▇ธุรกิจของ โครงการฯ ตามกำหนดในข้อ 3 ผู้เช่าจะต้องจัดทำประกันภัยกับบริษัทประกันภัยที่ผู้ให้เช่าให้ความเห็นชอบ โดยให้ผู้เช่าเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัยเพื่อคุ้มครองความเสียหายหรือความสูญ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇เกิด▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ของ บุคคลที่สาม (Third Party Liabilities) ความบาดเจ็บหรือเสียชีวิต▇▇▇▇▇▇เกิดต่อบุคคลที่สาม อันเป็นผลมาจาก การ▇▇▇▇▇▇งานหรือการให้บริการของผู้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ โดยวงเงินประกันเพื่อคุ้มครองความเสียหายต่อ อุบัติเหตุแต่ละครั้งต้องเป็นไปตามที่ผู้ให้เช่าให้ความเห็นชอบ
17.5 ในกรณีที่ผู้ให้▇▇▇▇▇▇▇ชดใช้ค่าเสียหายสำหรับความเสียหาย ความสูญเสีย ความบาดเจ็บ หรือ เสียชีวิตให้แก่บุคคลที่สามหรือบุคคลที่มี▇▇▇▇▇▇▇▇รับค่าเสียหายดังกล่าวทั่วไปแล้ว ผู้เช่าจะต้องชดใช้▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇ว่านั้นคืนให้แก่ผู้ให้เช่า ภายใน 15 (สิบห้า) วันนับแต่▇▇▇▇▇▇ผู้▇▇▇▇▇▇▇รับคำ▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇▇นั้นจากผู้ให้เช่า ทั้งนี้ผู้เช่าจะต้องทำการส่งมอบสำเนากรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้ให้เช่าด้วย
17.6 ผู้เช่าจะต้องไม่กระทำการใด ๆ อันจะทำให้การประกันภัยตกเป็นโมฆะหรือใช้บังคับ▇▇▇▇▇▇ ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด และจะต้องปฏิบัติตามคำชี้แนะของผู้ให้เช่าหรือบริษัทประกันภัยอย่างเคร่งครัด ในกรณีที่ เกิดเหตุตาม▇▇▇▇▇▇ประกันภัยไว้
17.7 ในระหว่าง▇▇▇▇▇▇การก่อสร้าง หากอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ อุปกรณ์ ส่วนควบของที่ดิน และอื่น ๆ ได้รับความเสียหายเพราะวินาศภัยใด ๆ ผู้ให้เช่าจะ▇▇▇▇▇▇ค่า▇▇▇▇▇▇▇▇ได้รับจากบริษัทประกันภัย มอบให้กับผู้เช่ามาใช้ในการซ่อมแซม หรือก่อสร้าง▇▇▇▇▇ใหม่แล้วแต่กรณี โดยผู้เช่าต้อง▇▇▇▇▇▇การภายใต้ เงื่อนไขและให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ผู้ให้เช่ากำหนดด้วย
ข้อ 18 การให้ใช้และข้อจำกัดการใช้ที่ดิน อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇
18.1 ผู้เช่าสัญญาว่าจะใช้ที่ดิน อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ตามวัตถุประสงค์และภายใต้เงื่อนไข ที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าเท่านั้น เว้นแต่ได้รับอนุญาตล่วงหน้าเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่า
18.2 ผู้เช่าสัญญาว่าจะไม่ใช้ที่ดิน อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ หรือกระทำการใดๆ ไม่ว่าโดยตนเอง หรือยอมให้ผู้อื่นใช้หรือกระทำการใดๆ ที่ผิดกฎหมาย หรือ▇▇▇▇▇▇▇ข้อบังคับของทางราชการหรืออาจ กระทบกระเทือนความปลอดภัย และความสงบสุข หรือเป็นอันตรายต่อสังคมส่วนรวม
ผู้เช่าตกลงว่าจะไม่กระทำหรือยอมให้ผู้▇▇▇▇▇▇▇▇หรือบุคคลใดกระทำการ ซึ่งอาจก่อให้เกิด ความเสียหายหรือ▇▇▇▇▇▇▇▇▇รำคาญแก่ผู้ให้เช่าหรือสังคมส่วนรวม รวม▇▇▇▇▇▇▇กระทำหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการ ใดๆ อันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม▇▇▇▇▇ของประชาชน
18.3 นอกจากอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇และส่วนควบของที่ดิน รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็น ส่วนติดตรึงกับอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ในที่ดินที่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าภายหลังสิ้นสุดสัญญาเช่าที่ดิน เพื่อ▇▇▇▇▇▇การจัดหาประโยชน์ เลขที่ ........... ฉบับลง▇▇▇▇▇▇ ............ ให้บรรดาส่วนประกอบอาคารต่างๆ ▇▇▇▇ ระบบเครื่องปรับอากาศ ระบบไฟฟ้า ระบบเครื่องโทรคมนาคม ระบบบำบัดสิ่งโสโครก และน้ำเสีย รวมทั้ง เครื่องตกแต่งและครุภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งผู้▇▇▇▇▇▇▇จัดทำไว้ในระหว่างอายุสัญญาเช่าให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่า ทั้งสิ้น
ข้อ 19 การตรวจสอบอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇
ผู้เช่าต้อง▇▇▇▇▇▇การตรวจสอบอาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยค่าใช้จ่ายของ ผู้เช่าเองทั้งสิ้นและมีหน้าที่ต้องส่งสำเนาหนังสือรับรองการตรวจสอบอาคาร ให้ผู้ให้เช่าเก็บรักษาไว้เป็น หลักฐานภายใน 15 (สิบห้า) วัน นับแต่▇▇▇▇▇▇ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว
ผู้เช่าต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ของผู้ให้เช่าเข้าตรวจที่ดิน อาคารและสิ่ง▇▇▇▇▇▇▇▇▇ได้ โดยผู้เช่าต้อง ▇▇▇▇▇ความสะดวกและดูแลให้ความปลอดภัยตาม▇▇▇▇▇
ข้อ 20 การรักษาความลับ
20.1 ผู้เช่าและผู้ให้เช่าตกลงจะเก็บรักษาเอกสาร สูตรการคำนวณ เทคนิควิทยาการ ความลับทางการค้า และข้อมูลสำคัญอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลทางธุรกิจ เทคนิค การเงิน การเศรษฐกิจ ข้อมูลของการตลาด หรือข้อมูล ด้านทรัพย์สินของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งได้รับมาในระหว่างการเจรจาต่อรองหรือปรึกษาหารือก่อนที่จะมีการทำ สัญญาเช่าฉบับนี้ หรือภายหลังจาก▇▇▇▇▇▇มีการทำสัญญาเช่าฉบับนี้ขึ้นไว้เป็นความลับอย่างดีที่สุด
โดยจะไม่ทำการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับต่อบุคคลภายนอกหรือใช้ข้อมูลที่เป็นความลับเพื่อ วัตถุประสงค์อื่น โดย▇▇▇▇▇▇รับความเห็นชอบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์▇▇▇▇▇จากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งก่อน เว้นแต่ กฎหมายใดจะให้เปิดเผยโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
20.2 หน้าที่ในการเก็บรักษาข้อมูลไว้เป็นความลับดังกล่าวข้างต้นจะไม่นำมาใช้ในกรณีที่
(ก) ข้อมูลดังกล่าวเป็นที่ทราบโดยทั่วไปของสาธารณชน หรือเป็นข้อมูลที่สาธารณชนทราบ ภายหลังจากนี้ ซึ่งมิได้เกิดขึ้นจากความผิดของคู่สัญญา
(ข) บุคคลภายนอกผู้ซึ่งมี▇▇▇▇▇เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวได้เป็นผู้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่ ▇▇▇▇▇▇▇▇ ▇▇▇▇▇▇▇ เฉพาะในกรณีที่บุคคลภายนอกได้รับข้อมูลดังกล่าวโดยมิได้กระทำละเมิดต่อหน้าที่ความผูกพันใน การเก็บรักษาความลับ
(ค) ข้อมูลดังกล่าวจำเป็นต้องเปิดเผยตามที่กฎหมายกำหนดหรือตามคำสั่งศาลหรือรัฐบาล
ข้อ 21 การใช้ที่ดินเพื่อสาธารณชนและการเวนคืนที่ดิน
ผู้เช่ารับทราบแล้วว่าไม่มีการเวนคืนที่ดินอยู่ก่อนหรือขณะทำสัญญาเช่าฉบับนี้ หากภายหลังมี ผลกระทบที่เกิดจากนโยบายภาครัฐ▇▇▇▇▇▇จะ▇▇▇▇▇▇การใน▇▇▇▇▇ของโครงการฯ ▇▇▇▇ การเวนคืนที่ดินและอื่น ๆ และปรากฏว่าที่ดินมีเนื้อที่ลดลง ผู้เช่าต้องยอมรับความเสี่ยง▇▇▇▇▇▇เกิดขึ้น โดยการออกแบบและการ▇▇▇▇▇▇ โครงการฯ จะต้องพิจารณาถึงปัจจัยดังกล่าว ซึ่งผู้เช่าไม่มี▇▇▇▇▇เรียกร้องค่าเสียหายหรือฟ้องร้องใด ๆ จากผู้ให้ เช่าทั้งสิ้น และให้มีการ▇▇▇▇▇▇การ ดังนี้
21.1 ในระหว่างอายุสัญญา▇▇▇▇▇▇▇ หากรัฐบาลจำเป็นจะใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์แก่สาธารณชนหรือ ราชการเป็นระยะเวลาเกินกว่า 6 (หก) เดือน โดยไม่มีการเวนคืน ผู้ให้เช่ามี▇▇▇▇▇ระงับสัญญาเช่าไว้ชั่วคราวไม่ว่า ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือบอกเลิกสัญญา▇▇▇▇▇▇▇ได้ก่อนครบกำหนดระยะเวลาเช่าโดย▇▇▇▇▇▇▇▇▇ผู้ให้เช่าผิด สัญญาเช่า โดยแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 (สามสิบ) วัน และผู้เช่าตกลงจะส่งมอบ ที่ดินคืนให้แก่ผู้ให้เช่าภายในกำหนด 12 (สิบสอง) เดือน นับแต่▇▇▇▇▇▇ผู้▇▇▇▇▇▇▇รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่า
21.2 ในระหว่างอายุสัญญา▇▇▇▇▇▇▇ หากรัฐหรือหน่วยงานของรัฐได้ขอเวนคืนที่ดินตามสัญญาเช่านี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน อันทำให้ผู้เช่าไม่อาจใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์การเช่าได้อีกต่อไป ให้ถือว่า สัญญาเช่านี้เป็นอันสิ้นสุดทันที และผู้เช่าตกลงจะส่งมอบที่ดินคืนให้แก่ผู้ให้เช่าภายในระยะเวลาที่คู่สัญญาจะ กำหนดร่วมกัน
21.3 กรณีมีการเวนคืนที่ดินบางส่วน และทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่ามีความเห็นร่วมกันว่ายังใช้ ประโยชน์ได้พร้อมตกลงปรับลดค่าตอบแทนตามข้อ 6.1 ให้ตามสัดส่วนของที่ดินและระยะเวลาการเช่าที่ เหลืออยู่ โดยผู้เช่ามีหนังสือยืนยันการเช่า ภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับแต่วันที่ตกลงร่วมกัน
ทั้งนี้ ผู้ให้เช่าได้รับค่าเวนคืนในส่วนของที่ดิน และผู้เช่าได้รับค่าเวนคืนในส่วนของอาคาร และสิ่งปลูกสร้างจากภาครัฐ โดยใช้ผลการประเมินค่าเวนคืนจากบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินอิสระที่ได้รับ การรับรองจากตลาดหลักทรัพย์ที่คัดเลือกโดยผู้ให้เช่าและเป็นค่าใช้จ่ายของผู้เช่า
21.4 หากสัญญาเช่าฉบับนี้สิ้นสุดลงไม่ว่าจะตามข้อ 21.1 หรือ 21.2 ผู้ให้เช่าจะคืนเงิน ค่าตอบแทนที่ได้รับชำระล่วงหน้า ตามข้อ 6.1 ให้แก่ผู้เช่าตามสัดส่วนของระยะเวลาการเช่าที่เหลืออยู่ ภายใต้ เงื่อนไขว่าผู้เช่าจะต้องให้ความร่วมมือส่งมอบที่ดินคืนในสภาพเรียบร้อยปราศจากความเสียหายใด ๆ หากผู้เช่า ผิดนัดไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว ผู้ให้เช่ามีสิทธิเข้ายึดถือและครอบครองที่ดินได้ทันที และริบเงิน ค่าตอบแทนที่ชำระไว้ล่วงหน้า และผู้ให้เช่ามีสิทธิเรียกค่าปรับจากการส่งมอบคืนล่าช้าในอัตราที่กำหนดในข้อ 25
ข้อ 22 การชำระค่าธรรมเนียมและภาษี
22.1 ผู้เช่าเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมทางราชการ ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน ค่าฤชาธรรมเนียม ในการทำสัญญาเช่า ค่าภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวกับที่ดิน อาคารและสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาเช่านี้เอง ทั้งสิ้น และนำส่งเอกสารหลักฐานการชำระให้กับผู้ให้เช่า ภายใน 15 (สิบห้า) วัน นับตั้งแต่วันที่ชำระ หากผู้ให้เช่า ได้ชำระแทนผู้เช่าไปแล้วไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ผู้เช่าต้องชดใช้ให้แก่ผู้ให้เช่าทั้งสิ้นภายใน 15 (สิบห้า) วัน นับแต่ วันที่ผู้ให้เช่าแจ้งให้ทราบเป็นหนังสือ หากไม่ชำระภายในกำหนด ผู้เช่าต้องชำระค่าปรับให้ผู้ให้เช่าตามข้อ 6.2
22.2 ผู้เช่าเป็นผู้รับภาระภาษีที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือภาษีอื่นใด และ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับที่ดิน อาคารและสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาเช่านี้ อันต้องชำระให้แก่หน่วยงานราชการ หรือผู้ให้เช่าตามกำหนดเวลา โดยภาระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของสัญญาเช่า ผู้เช่าต้องชำระให้เสร็จสิ้นภายใน วันที่หน่วยงานราชการกำหนด และนำส่งเอกสารหลักฐานการชำระให้กับผู้ให้เช่า ภายใน 15 (สิบห้า) วัน นับตั้งแต่วันที่ชำระ หากผู้ให้เช่าได้ชำระแทนผู้เช่าไปแล้วไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ผู้เช่าต้องชดใช้ให้แก่ผู้ให้เช่าทั้งสิ้น ภายใน 15 (สิบห้า) วัน นับแต่วันที่ผู้ให้เช่าแจ้งให้ทราบเป็นหนังสือ หากไม่ชำระภายในกำหนด ผู้เช่าต้องชำระ ค่าปรับให้ผู้ให้เช่าตามข้อ 6.2
22.3 ค่าธรรมเนียมและภาษีอื่น ๆ (ถ้ามี) หากต้องชำระเพิ่มเติมตามที่หน่วยงานราชการเรียกเก็บ ผู้เช่าต้องชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 15 (สิบห้า) วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่าหรือหน่วยงาน ราชการ หากไม่ชำระภายในกำหนด ผู้เช่าต้องชำระค่าปรับให้ผู้ให้เช่าตามข้อ 6.2 หรือชำระต่อหน่วยงานราชการ ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
22.4 ถ้าผู้เช่าค้างชำระ ค่าธรรมเนียม และค่าภาษี ตามข้อ 22.1 ข้อ 22.2 และข้อ 22.3 เกินกว่า 3 (สาม) เดือน และผู้ให้เช่าได้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้เช่านำเงินที่ค้างชำระ พร้อมค่าปรับมาชำระ หากผู้เช่าไม่ ชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 15 (สิบห้า) วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ผู้เช่ายินยอมให้ผู้ให้เช่าริบ หรือบังคับจาก หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาเช่าเสียทั้งสิ้น และผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่านี้ได้ทันที โดยไม่ต้องบอก กล่าวล่วงหน้า
22.5 ในการชำระค่าภาษีรายปีของปีสุดท้ายที่อาจมีกำหนดชำระภายหลังวันสิ้นสุดสัญญาเช่า หากผู้ให้เช่าได้ชำระแทนผู้เช่าไปแล้วไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ผู้เช่าต้องชดใช้ให้แก่ผู้ให้เช่าทั้งสิ้นภายใน 15 (สิบห้า) วัน นับแต่วันที่ผู้ให้เช่าแจ้งให้ทราบเป็นหนังสือ หากผู้เช่าเพิกเฉยไม่ชำระภายในกำหนดเวลา ผู้เช่ายินยอมให้ ผู้ให้เช่าริบหรือบังคับจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาเช่า เท่ากับจำนวนภาษีของปีก่อนหน้าปีสุดท้าย ดังกล่าวไว้ล่วงหน้า เพื่อการชำระค่าภาษีต่าง ๆ ตามข้อนี้ของรอบประเมินปีสุดท้าย
22.6 กรณีผู้เช่าไม่ชำระค่าธรรมเนียม ค่าภาษีใด ๆ ตามข้อ 22.1 ข้อ 22.2 และข้อ 22.3 ผู้ให้เช่าจะ ดำเนินการปรับตามข้อ 6.2 และ/หรือบอกเลิกสัญญาเช่าตาม ข้อ 23
ข้อ 23 การเลิกสัญญาเช่า
23.1 ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่า ในกรณีที่เกิดเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(1) ผู้เช่าเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หรือเป็นผู้ถูกคำ พิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย
(2) ผู้เช่าปฏิบัติผิดเงื่อนไขการให้เช่าช่วงที่ดิน การโอนสิทธิการเช่า และการจำหน่ายจ่าย
โอนที่ดิน สัญญาเช่าข้อ 14
(3) ผู้เช่าแจ้งว่าไม่ประสงค์จะซ่อมแซมอาคารและสิ่งปลูกสร้างให้กลับคืนสภาพเดิมตาม
(4) ผู้เช่าค้างชำระค่าตอบแทนตาม ข้อ 6.1 ทั้งหมดหรือบางส่วนเกินกว่า 3 (สาม) เดือน
และไม่ชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่า
(5) สิทธิตามสัญญาเช่าที่ดินเพื่อปลูกสร้างอาคารสิ่งปลูกสร้างถูกเพิกถอน เช่น สิทธิในการ ปลูกสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างถูกเพิกถอนตามการบังคับคดี การจำนอง สิทธิในการอนุญาตก่อสร้าง ใบอนุญาตการประกอบธุรกิจ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
(6) สภาพการเป็นนิติบุคคลของผู้เช่าสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุใด
(7) ผู้เช่าไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาเช่าให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ หรือ ระยะเวลาที่ผู้ให้เช่าขยายออกไปตามข้อ 26 ทั้งนี้ ยกเว้นกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาเช่าเพราะเหตุ สุดวิสัยซึ่งผู้เช่ามิได้เป็นผู้ก่อหรือมีส่วนร่วมก่อให้เกิดขึ้น
(8) ผู้เช่าต้องจัดตั้งนิติบุคคลขึ้นใหม่เพื่อเข้าทำสัญญาเช่ากับผู้ให้เช่ามีการลดทุนจดทะเบียน ที่กำหนดไว้ในข้อ 27 และ/หรือมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นผู้ให้เช่า
(9) การเลิกสัญญาเช่าข้อ 23.1 (1) – 23.1 (8) นั้น หากปรากฏว่าผู้เช่าได้โอนสิทธิการเช่า ให้แก่ผู้ให้กู้ ให้ดำเนินการตามข้อ 11.3.2
(10) ในกรณีที่ผู้เช่าประพฤติผิดสัญญาเช่าข้อหนึ่งข้อใด และไม่ดำเนินการแก้ไข ภายใน 30
(สามสิบ) วัน นับจากได้รับหนังสือแจ้งจากผู้ให้เช่า ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้
(11) ในระหว่างอายุสัญญาเช่า หากสัญญาเช่าสิ้นสุดลงไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้สัญญาเช่าที่ดิน เพื่อดำเนินการจัดหาประโยชน์ เลขที่ ........................... ฉบับลงวันที่ สิ้นสุดลงด้วย
(12) ผู้เช่าไม่ปฏิบัติตามสัญญาเช่า หรือผิดสัญญาเช่าข้อใดข้อหนึ่ง และการผิดสัญญาเช่า นั้นเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อประโยชน์ของประเทศชาติ หรือต่อความปลอดภัย หรือความเป็นอยู่ของ ประชาชน หรือต่อกิจการของผู้ให้เช่า ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้ทันที
(13) ถ้าผู้เช่านำที่ดินทั้งหมดหรือบางส่วนไปให้ผู้อื่นเช่าช่วง นำไปใช้หรือจัดหาประโยชน์ อย่างอื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์การเช่า ยอมให้ผู้อื่นใช้หรือจัดหาประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ที่เช่า หรือ โอนสิทธิการเช่าให้กับบุคคลอื่น โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่า หากผู้เช่าปฏิบัติฝ่าฝืนให้ถือว่าสัญญาเช่าเป็น อันสิ้นสุดทันที และผู้เช่ายินยอมให้ผู้ให้เช่าริบเงินหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาเช่าเสียทั้งสิ้น
ผู้ให้เช่าใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว ผู้ให้เช่าสามารถเข้ายึดถือครอบครองที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้างได้ทันที และมีอำนาจดำเนินการจัดการตามที่เห็นสมควร
หากผู้เช่าละเลย เพิกเฉย ไม่ปฏิบัติตามสัญญาเช่านี้ทั้งหมดหรือบางส่วนหรือผิดสัญญาเช่า ข้อใดข้อหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งให้ผู้ให้เช่าได้ส่งคำบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังผู้เช่าให้ปฏิบัติตามสัญญา เช่าหรือให้ทำการแก้ไขการผิดสัญญาเช่าเช่นว่านั้น แต่ผู้เช่ายังคงเพิกเฉย ไม่ปฏิบัติตามสัญญาเช่า หรือไม่ทำการ แก้ไขการผิดสัญญาเช่าเช่นว่านั้นภายในระยะเวลา 90 (เก้าสิบ) วัน นับแต่ได้รับการบอกกล่าว ให้ผู้ให้เช่ามีสิทธิ บอกเลิกสัญญาเช่านี้ได้ทันที
23.2 ผู้เช่าจะไม่เป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาเช่านี้ เว้นแต่มีเหตุต่อไปนี้
(1) ผู้ให้เช่าจงใจผิดสัญญาเช่าในข้อสาระสำคัญและผู้เช่าได้แจ้งต่อผู้ให้เช่าว่าให้ทำการ แก้ไขและเยียวยาการผิดสัญญาเช่านั้น และเหตุการณ์ที่ผิดสัญญาเช่านั้นไม่ได้รับการแก้ไขเป็นเวลานาน มากกว่า 30 (สามสิบ) วัน
(2) ผู้ให้เช่าจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่ดำเนินการตามข้อกำหนดใด ๆ ของ
สัญญาเช่า
(3) ผู้ให้เช่าไม่สามารถส่งมอบพื้นที่การให้สิทธิในการจัดหาประโยชน์ที่ดินระยะยาวได้
(4) ผู้ให้เช่าไม่ยอมอนุมัติตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการอนุมัติดังกล่าว
เป็นการที่สัญญาเช่านี้กำหนดไว้เป็นเงื่อนไขก่อนที่จะสามารถดำเนินงานหรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปได้
(5) หากเกิดเหตุที่ทำให้ผู้เช่าไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาเช่าได้เนื่องจากความผิดของผู้ให้ เช่า ผู้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้และผู้ให้เช่าจะต้องคืนเงินค่าตอบแทนที่ชำระตามสัดส่วนของระยะเวลา เช่าที่เหลืออยู่ หลังหักค่าใช้จ่ายใดที่ค้างชำระตามสัญญาเช่านี้
(6) มีการเวนคืนหรือยึดเป็นที่ดินของรัฐส่วนหนึ่งส่วนใดของที่ดินที่เป็นที่ตั้งโครงการ ฯ และผลของการเวนคืนนั้นกระทบต่อโครงการฯ อย่างมีนัยสำคัญ ตามข้อ 21
ทั้งนี้ ก่อนการใช้สิทธิ์บอกเลิกสัญญาเช่า ตามข้อ 23.2 (1) ถึงข้อ 23.2 (6) ผู้เช่าจะต้องมี หนังสือบอกกล่าวให้ผู้ให้เช่าแก้ไข เยียวยาการผิดสัญญาเช่า หรือเหตุผิดนัดนั้น และผู้ให้เช่าจะต้องใช้ความ พยายามอย่างดีที่สุดที่จะแก้ไขเยียวยาเหตุดังกล่าวภายในระยะเวลาที่ผู้เช่ากำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่า 90 (เก้า สิบ) วัน หากเหตุการณ์ดังกล่าวมิได้รับการแก้ไขเยียวยาภายในระยะเวลาที่กำหนดผู้เช่าอาจใช้สิทธิ์บอกเลิก สัญญาเช่านี้ได้ทันที
23.3 การเลิกสัญญาเช่าโดยคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยและเหตุดังกล่าว รุนแรงถึงขนาดที่ทำให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่อาจปฏิบัติตามพันธะของตนที่มีอยู่ตามสัญญาเช่านี้ได้ทั้งหมด ให้คู่สัญญาอีกฝ่ายมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้
ข้อ 24 ผลของการเลิกสัญญาเช่า
24.1 เมื่อมีการบอกเลิกสัญญาเช่า หรือสัญญาเช่าสิ้นสุดลงเพราะเหตุสุดวิสัยหรือเหตุอื่น นอกเหนือจากการสิ้นสุดลงเพราะครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาเช่า ไม่ว่ากรณีใด ๆ ผู้เช่าสิ้นสิทธิในการ จัดการและดำเนินโครงการฯ ให้อาคารและสิ่งปลูกสร้าง ส่วนควบของที่ดิน อุปกรณ์สิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งระบบ เครื่องปรับอากาศ ระบบไฟฟ้า ระบบเครื่องโทรคมนาคม ระบบบำบัดสิ่งโสโครกและน้ำเสีย เครื่องตกแต่ง ครุภัณฑ์ และอื่น ๆ ของโครงการฯ ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าทันที และผู้เช่าต้องส่งมอบที่ดินและทรัพย์สิน ดังกล่าวให้แก่ผู้ให้เช่าในสภาพที่ดีและใช้การได้ ภายใน 90 (เก้าสิบ) วัน นับจากวันสิ้นสุดสัญญาเช่า
ผู้ให้เช่ามีสิทธิ์เลือกรับโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินของโครงการฯ ทั้งหมดหรือบางส่วน หรือสั่ง ให้รื้อถอนทั้งหมดหรือบางส่วน ในกรณีที่ผู้ให้เช่าไม่ประสงค์รับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของโครงการฯ รายการใด ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ ผู้เช่ามีหน้าที่ในการรื้อถอน ขนย้ายทรัพย์สินของ โครงการฯ ที่ผู้ให้เช่าไม่ประสงค์รับโอนให้แล้วเสร็จภายใน 90 (เก้าสิบ) วัน นับจากวันสิ้นสุดสัญญาเช่า หรือ ระยะเวลาที่ผู้ให้เช่ากำหนดด้วยค่าใช้จ่ายของผู้เช่าเอง
ทั้งนี้ ผู้เช่าต้องขนย้ายทรัพย์สินเฉพาะส่วนของผู้เช่าที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจและ บริวารออกไปภายในกำหนด 90 (เก้าสิบ) วัน นับจากวันที่สัญญาเช่าสิ้นสุดลง หากผู้เช่าไม่ดำเนินการภายใน กำหนดเวลาดังกล่าว ผู้เช่ายินยอมให้ผู้ให้เช่าเข้าไปขนย้ายทรัพย์สินของผู้เช่า และเข้าครอบครองที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาเช่าได้ทันที โดยผู้เช่ายินยอมสละสิทธิที่จะดำเนินคดี ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญากับ ผู้ให้เช่า และยินยอมชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ให้เช่าทั้งสิ้น โดยผู้เช่าไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าทดแทน จากผู้ให้เช่าแต่อย่างใด
ในกรณีทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งชำรุดหรือเสียหาย ผู้เช่าจะต้องซ่อมแซมความชำรุดหรือ เสียหายเช่นว่านั้นให้ดีและใช้การได้ดังเดิม ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้เช่าก่อนกำหนดการส่งมอบตามวรรคหนึ่ง ตาม เงื่อนไขข้อ 14 รวมทั้งจะต้องเป็นผู้ดำเนินการขออนุญาตจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
24.2 บรรดาเงินค่าตอบแทน ค่าธรรมเนียมการเช่า ค่าเช่า ค่าภาษีต่าง ๆ ค่าธรรมเนียมการจด ทะเบียนการเช่า ค่าธรรมเนียมทางราชการ รวมทั้งค่าเสียโอกาสในการจัดหาประโยชน์ในที่ดินตามสัญญาเช่านี้ และสัญญาเช่าที่ดินเพื่อดำเนินการจัดหาประโยชน์ เลขที่ ........ ฉบับลงวันที่ และอื่น ๆ (ถ้ามี) ที่ผู้เช่า
ได้ชำระให้แก่ผู้ให้เช่าไว้แล้วให้ตกเป็นของผู้ให้เช่าทั้งสิ้น
24.3 ในกรณีที่ผู้ให้เช่าต้องเสียหายจากการบอกเลิกสัญญาเช่าโดยเหตุที่ผู้เช่าเป็นฝ่ายประพฤติผิด สัญญาเช่า ผู้เช่ายินยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งปวงให้แก่ผู้ให้เช่า และยอมให้ผู้ให้เช่าริบหรือบังคับจากหลักประกัน การปฏิบัติตามสัญญาเช่า
24.4 กรณีที่สัญญาเช่าเลิกกันไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ แต่ผู้เช่ายังคงครอบครองที่ดิน อาคารและสิ่ง ปลูกสร้างอยู่ และชำระค่าตอบแทนให้แก่ผู้ให้เช่า กรณีเช่นว่านี้ไม่ถือว่าเป็นการต่อสัญญาเช่า ส่วนค่าตอบแทน ที่ได้รับไว้ดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าเสียหาย ซึ่งผู้ให้เช่าอาจรับไว้เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดหรืออาจ เกิดแก่ผู้ให้เช่า ทั้งนี้ ไม่ถือเป็นการตัดสิทธิผู้ให้เช่าที่จะเรียกค่าเสียหายทั้งหลายทั้งปวงจากผู้เช่า
24.5 เมื่อสัญญาเช่านี้สิ้นสุดลง บรรดาข้อผูกพันทั้งปวงระหว่างผู้ให้เช่ากับผู้เช่า และ/หรือ คู่สัญญาของผู้เช่าย่อมสิ้นสุดลงไปด้วย เว้นแต่ ข้อผูกพันทางการเงินซึ่งยังมิได้มีการปฏิบัติครบถ้วน และข้อ ผูกพันที่กำหนดในสัญญาเช่านี้ว่าจะต้องปฏิบัติหลังสัญญาเช่านี้สิ้นสุดลง
24.6 ผู้เช่าต้องโอนสิทธิและข้อผูกพันและข้อตกลงใด ๆ ที่ผู้เช่าทำกับบุคคลภายนอกในช่วง ระยะเวลาก่อสร้าง เช่น สิทธิประโยชน์จากการประกันภัย ความคุ้มครองตามกฎหมาย เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ให้เช่า จะได้รับโอนสิทธิและข้อผูกพันและข้อตกลงเฉพาะส่วนที่ผู้ให้เช่าจะได้รับประโยชน์
24.7 นอกจากการโอนกรรมสิทธิ์ตามข้อ 24.6 สิทธิและข้อผูกพันและข้อตกลงซึ่งเป็นการโอน ตามสภาพที่เป็นอยู่ในขณะนั้น ผู้เช่าไม่มีภาระผูกพันที่จะโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินอื่น ๆ ของผู้เช่าให้แก่ผู้ให้เช่า
24.8 ตราบใดที่ยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ ผู้เช่ายังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอุปกรณ์และ ทรัพย์สินอื่น ๆ และมีสิทธิในอันจะก่อภาระติดพันและก่อสิทธิให้เจ้าหนี้มีหลักประกันเหนือทรัพย์สินของผู้เช่า หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของทรัพย์สินของผู้เช่า
24.9 ก่อนที่จะได้มีการส่งมอบพื้นที่โครงการฯ ผู้เช่าต้องตรวจสอบสภาพของทรัพย์สินของ โครงการฯ ร่วมกับผู้ให้เช่าให้แล้วเสร็จภายใน 90 (เก้าสิบ) วัน นับจากวันสิ้นสุดสัญญาเช่า
24.10 ผู้เช่าต้องจัดเตรียมเอกสาร รายงาน คู่มือการปฏิบัติงาน เอกสารทางการบัญชีและเอกสาร เกี่ยวกับการดำเนินโครงการฯ ทั้งหมดเพื่อทำการส่งมอบให้กับผู้ให้เช่าพร้อมการส่งมอบทรัพย์สินตามข้อ 24.1 โดยให้จัดทำทะเบียนทรัพย์สินและตรวจสอบร่วมกันระหว่างผู้ให้เช่าและผู้เช่า และส่งมอบทรัพย์สินให้กับผู้ให้ เช่าทั้งสิ้น โดยมีรายการประกอบด้วย ชื่อทรัพย์สิน ยี่ห้อ รุ่น จำนวน อายุ ราคาทางบัญชี มูลค่าทรัพย์สินที่มี การประเมินโดยบริษัทประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (กลต.)
24.11 การส่งมอบพื้นที่โครงการฯ ให้แก่ผู้ให้เช่าเพราะเหตุของการเลิกสัญญาเช่าที่ไม่ได้เกิดจาก ความผิดของผู้ให้เช่าหรือสัญญาเช่าสิ้นสุดลง ไม่ก่อให้เกิดสิทธิในการได้รับค่าก่อสร้าง ค่าดำเนินการ หรือ ค่าตอบแทนอื่นใดแก่ผู้เช่า
24.12 ในกรณีผู้ให้เช่าทำการเลิกสัญญาเช่าตามข้อ 23.1 หรือในกรณีที่ผู้เช่าปฏิบัติผิดสัญญาเช่า ผิดข้อใดข้อหนึ่ง และไม่ทำการเยียวยาแก้ไขการผิดสัญญาเช่าที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาที่ผู้ให้เช่ากำหนด ผู้ให้ เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่า นับตั้งแต่สิ้นสุดระยะเวลาให้ทำการแก้ไขข้อผิดสัญญาเช่านั้นโดยมิต้องบอกกล่าว ใด ๆ อีก
ทั้งนี้ผู้ให้เช่ามีสิทธิ์ที่จะริบหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาเช่า ในกรณีเรียกให้ผู้เช่ามาทำ การชำระเงินทดแทนการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างไม่ครบถ้วน และทำการเรียกค่าเสียหายอื่นใดที่ เกิดขึ้นต่อผู้ให้เช่าหรือบุคคลภายนอกเพราะเหตุที่ผู้เช่าผิดสัญญาเช่า โดยผู้เช่ายินยอมให้ผู้ให้เช่าหักเงินทดแทน การก่อสร้างอาคารให้ครบถ้วน ตามข้อกำหนดของผู้ให้เช่าจากหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาเช่า กรณี หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาเช่าไม่เพียงพอให้ผู้เช่าจ่ายเงินทดแทนเพิ่มให้ครบตามจำนวน
24.13การสิ้นสุดลงของสัญญาเช่า ไม่ว่าด้วยการสิ้นสุดลงของระยะเวลาหรือการเลิกสัญญาเช่า โดยคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ให้การสิ้นสุดลงของสัญญาเช่าไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อข้อสัญญาเช่าที่กำหนดไว้ อย่างชัดแจ้ง ให้คู่สัญญาต้องดำเนินการหลังจากสัญญาเช่าสิ้นสุดลง และไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อการ ดำเนินการที่จำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่องต่อไปแม้ว่าสัญญาเช่าจะสิ้นสุดลง
ข้อ 25 การดำเนินการในกรณีปฏิบัติตามข้อ 24.1 ล่าช้า
25.1 หากผู้เช่าไม่ส่งมอบทรัพย์สินให้ผู้ให้เช่าตามข้อ 24.1 ผู้เช่าต้องเสียค่าปรับจากการส่งมอบ ล่าช้าในอัตราวันละ ................ บาท (.....................บาทถ้วน) นับแต่วันครบกำหนดส่งมอบ จนถึงวันที่ ดำเนินการเสร็จสิ้น อย่างไรก็ดี หากผู้ให้เช่าต้องเสียหายจากการที่ผู้เช่าปฏิบัติล่าช้าดังกล่าวผู้เช่าตกลงยินยอม รับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ให้เช่าจนครบถ้วนโดยมิชักช้า
25.2 เพื่อเป็นหลักประกันการส่งมอบทรัพย์สินภายในเวลาที่กำหนด ผู้เช่าต้องจัดหาหนังสือ ค้ำประกันที่ไม่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการค้ำประกันของธนาคารที่ผู้ให้เช่าเห็นชอบในวงเงินไม่น้อยกว่า
................. บาท (.......................... บาทถ้วน) มาส่งมอบให้แก่ผู้ให้เช่าภายใน 30 (สามสิบ) วัน ก่อนวันเริ่มปี การเช่าปีสุดท้าย เมื่อผู้เช่าปฏิบัติตามข้อ 24.1 ครบถ้วน ภายในเวลาที่กำหนด ผู้ให้เช่าจะปลดภาระค้ำประกัน และส่งคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารให้แก่ผู้เช่าภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับจากวันที่ผู้เช่าได้ส่งมอบ ทรัพย์สินในสภาพเรียบร้อยให้แก่ผู้ให้เช่าเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ผู้เช่าเป็นฝ่ายรับภาระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ เกี่ยวกับการออกหนังสือค้ำประกันดังกล่าว ในกรณีที่ผู้เช่าไม่จัดหาหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาส่ง มอบให้กับผู้ให้เช่าภายในระยะเวลาที่กำหนด และไม่ส่งมอบหนังสือค้ำประกันธนาคารภายใน 45 (สี่สิบห้า) วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่า ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้
ข้อ 26 เหตุสุดวิสัย
26.1 ความหมายของ เหตุสุดวิสัย (Force Majeure)
(1) “เหตุสุดวิสัย” หมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติหรือการกระทำของบุคคล หนึ่งบุคคลใดที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน อยู่นอกเหนือจากการควบคุมของคู่สัญญา และไม่อาจป้องกันหรือหลีกเลี่ยง แม้ว่าจะได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้นก็ตาม ซึ่ง เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุให้การดำเนินการตามสัญญาเช่านี้ โดยคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถทำได้หรือ มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า การดำเนินการตามสัญญาเช่านี้เป็นไปไม่ได้ โดยที่เหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ดังกล่าว รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงเหตุการณ์ ดังต่อไปนี้
(ก) สงคราม เหตุการณ์ระหว่างสงคราม การรุกราน สงครามกลางเมือง การปฏิวัติ การก่อการจลาจล การก่อการร้ายอันมิใช่จารกรรมหรืออาชญากรรมปกติ
(ข) การนัดหยุดงานของลูกจ้าง หรือของพนักงานของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งอันขยายวง กว้างขวางส่งผลกระทบเกินกว่าเฉพาะในองค์กรของคู่สัญญา
(ค) คำสั่งของรัฐบาลพลเรือนหรือทหารเกี่ยวกับการกำหนดให้ถือเอาการริบหรือการ ทำลาย การเวนคืนทรัพย์สิน
(ง) ภัยพิบัติตามธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว การระเบิดของภูเขาไฟ อุทกภัยร้ายแรง วาตภัยร้ายแรง และอัคคีภัย
(2) เหตุการณ์ดังต่อไปนี้ ไม่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ดังต่อไปนี้จะเกิดขึ้น และก่อให้เกิดความเสียหายโดยสิ้นเชิงต่อทรัพย์สินของโครงการฯ และทำให้การดำเนินโครงการฯ ไม่อาจ เป็นไปได้อีกต่อไปก็ตาม จะไม่ถือเป็นเหตุทำให้คู่สัญญาหลุดพ้นจากหนี้และความรับผิดตามสัญญาเช่านี้
(ก) เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะเจตนา หรือความประมาทเลินเล่อของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใด หรือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเจตนาหรือประมาทเลินเล่อของลูกจ้าง ตัวแทน หรือผู้รับเหมาช่วงของ ผู้เช่า
(ข) เหตุการณ์ที่อาจคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้น ณ วันที่ทำสัญญาเช่า หรือเป็นเหตุการณ์ที่ เป็นการหลบเลี่ยงหรือละเว้นการปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญาเช่า
(ค) การที่ผู้เช่าไม่อาจดำเนินโครงการฯ ต่อไปได้เพราะเหตุขาดเงินลงทุน หรือไม่อาจ หาแหล่งงานของโครงการฯ ได้
26.2 เหตุสุดวิสัยที่มีผลให้คู่สัญญาหลุดพ้นจากหนี้และความรับผิด เหตุสุดวิสัยที่มีผลให้คู่สัญญาหลุดพ้นจากหนี้และความรับผิดตามสัญญาเช่านี้ จะต้องเป็น
เหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นแล้วทำให้เกิดความเสียหายโดยสิ้นเชิงต่อทรัพย์สินของโครงการฯ และทำให้การดำเนิน โครงการฯ ไม่อาจเป็นไปได้อีกต่อไป โดยที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างมิได้มีส่วนก่อให้เกิด หรือมิได้มีส่วนทำให้ เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นทั้งทางตรงหรือทางอ้อม อีกทั้งคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต่างได้พยายามอย่างเต็มความสามารถ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดขึ้นของเหตุการณ์นั้น และ/หรือดำเนินการเพื่อลดความเสียหายที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจาก เหตุการณ์นั้น ๆ
26.3 เหตุสุดวิสัยทำให้การปฏิบัติตามสัญญาเช่านั้นเป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิง เมื่อมีเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นและส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติตามสัญญาเช่านี้ของคู่สัญญาฝ่ายใด
ฝ่ายหนึ่งแห่งสัญญาเช่านี้ในสาระสำคัญอย่างรุนแรงหรือกระทบต่อฐานะทางการเงินของคู่สัญญา ฝ่ายใดฝ่าย หนึ่งแห่งสัญญาเช่านี้อย่างรุนแรง จนคาดหมายได้ว่าอาจทำให้การปฏิบัติตามสัญญาเช่านั้นเป็นไปไม่ได้โดย สิ้นเชิงหรือบางส่วน หรือทำให้การดำเนินโครงการฯ สำเร็จล่าช้า เมื่อคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอเป็นลาย ลักษณ์อักษรไปยังคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง พร้อมแสดงหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนคำร้องขอของตน คู่สัญญา ทั้งสองฝ่ายจะต้องร่วมกันพิจารณาถึงการร้องขอนั้น โดยมิชักช้าเพื่อหาทางป้องกันหรือแก้ไขโดยเร็วอย่างเป็น ธรรม หากคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเห็นว่า การร้องขอนั้นเป็นเรื่องที่พึงบรรเทาความเสียหายระหว่างกันได้ก็ให้ คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันตามนั้น
26.4 การขยายระยะเวลาของสัญญาเช่าเพราะเหตุสุดวิสัย ให้ระยะเวลาของการดำเนินการตามสัญญาเช่านี้ขยายออกไปเท่ากับระยะเวลาที่ทำให้
คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่อาจปฏิบัติการตามสัญญาเช่าได้เนื่องจากเหตุสุดวิสัย
26.5 การเลิกสัญญาเช่าเพราะเหตุสุดวิสัย เมื่อมีเหตุสุดวิสัยอันเป็นเหตุให้มีการเลิกสัญญาเช่าได้โดยชอบเกิดขึ้น ให้คู่สัญญาทั้งสอง
ฝ่ายพิจารณาร่วมกันเพื่อหาทางออกร่วมกัน หากคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายไม่อาจหาข้อยุติของการดำเนินการแก้ไข ปัญหาที่เกิดจากเหตุสุดวิสัยได้ภายใน 90 (เก้าสิบ) วัน นับจากที่ได้มีการเจรจาร่วมกัน ให้คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่าย ใดบอกเลิกสัญญาเช่าได้
หากเหตุสุดวิสัยเกิดขึ้นนานกว่า 1 (หนึ่ง) ปี คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีสิทธิบอกเลิกการเช่า นี้ได้และผู้ให้เช่าตกลงคืนค่าตอบแทนตามข้อ 6.1 ให้แก่ผู้เช่าตามสัดส่วนของระยะเวลาเช่าที่เหลืออยู่หลังหัก ค่าใช้จ่ายใดที่ค้างชำระตามสัญญาเช่านี้ โดยผู้ให้เช่าจะดำเนินการส่งคืนค่าตอบแทนดังกล่าวให้แก่ผู้เช่าภายใน 30 (สามสิบ) วัน นับแต่วันที่คู่สัญญาได้รับการบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่า
ข้อ 27 การจัดตั้งนิติบุคคล
27.1 การจัดตั้งนิติบุคคลขึ้นใหม่
(1) ในวันทำสัญญาเช่านี้ ผู้เช่า คือ ผู้ประมูลที่ชนะการประมูลและต่อมาได้จดทะเบียนจัดตั้ง นิติบุคคลขึ้นใหม่เป็นบริษัทตามกฎหมายไทย เพื่อเข้าลงนามในสัญญาเช่ากับผู้ให้เช่า และเป็นผู้ดำเนินโครงการฯ ตั้งแต่ทำการลงทุน ออกแบบ ก่อสร้าง ดำเนินธุรกิจ และบำรุงรักษาทรัพย์สินของโครงการฯ เพื่อการปฏิบัติการ ตามข้อกำหนดการดำเนินโครงการฯ ตลอดทั้งหน้าที่ต่าง ๆ ซึ่งอาจจำเป็นหรือสะดวกในการปฏิบัติงานดังกล่าว ข้างต้น
(2) ผู้เช่าจะต้องดำเนินการให้มีการออกหนังสือรับรองและค้ำประกันของบริษัทแม่หรือ บริษัทที่เป็นผู้ก่อตั้งและถือหุ้นของผู้เช่า ตามรูปแบบที่กำหนดไว้ในเอกสารแนบท้ายหมายเลข […..] (ผู้ประมูลที่ ชนะการประมูลและโครงสร้างผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลใหม่)
(3) ผู้เช่าจะต้องมีและดำรงไว้ซึ่งทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่าทุนจดทะเบียนที่ กำหนดไว้ 500,000,000 บาท (ห้าร้อยล้านบาทถ้วน) ตลอดอายุของสัญญาเช่านี้
(4) ผู้เช่าจะต้องดำรงไว้ซึ่งสถานะของนิติบุคคลไทยตลอดอายุของสัญญาเช่านี้ และห้ามทำ การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลใหม่ (ผู้เช่า) ตลอดระยะเวลาการก่อสร้างตามกำหนดในข้อ 3 หรือระยะเวลา ที่ผู้ให้เช่าขยายออกไป
(5) เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จและสามารถเปิดดำเนินธุรกิจได้ทั้งโครงการฯ ผู้เช่าอาจทำการ ระดมทุนในตลาดทุนตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือนำหุ้นของผู้เช่าเข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ หรือระดมทุนผ่านทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust: REIT) ซึ่งอาจส่งผลให้สัดส่วนของผู้ถือหุ้นเดิมของผู้เช่าอาจมีการลดสัดส่วนลง แต่ อย่างไรก็ตาม การลดสัดส่วนการถือหุ้นเพราะการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์จะต้องไม่ส่งผลให้ผู้ถือหุ้นเดิมถือ หุ้นรวมกันทั้งหมดในผู้เช่าน้อยกว่าร้อยละ 51 (ห้าสิบเอ็ด) ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของผู้เช่า
(6) ผู้เช่าจะต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบถึงการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
(ก) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับบริษัทของผู้เช่า
(ข) การเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทและ/หรือผู้บริหารระดับอาวุโสของผู้เช่า
(ค) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรอบปีทางการเงิน
27.2 ในกรณีที่ผู้เช่าเป็นนิติบุคคลรายเดียวแล้วต้องมีการจัดตั้งนิติบุคคลขึ้นใหม่เพื่อเข้าทำสัญญา เช่ากับผู้ให้เช่า หากในภายหลังต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลดังกล่าว จะต้องดำเนินการ ตามเงื่อนไขโดยแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้
(1) กรณีที่เป็นการเปลี่ยนแปลงโดยที่ผู้เช่ายังคงเป็นผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลดังกล่าวเกินกว่า ร้อยละ 90 (เก้าสิบ) นั้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้ต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบเป็น หนังสือ และต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้เช่าด้วย
(2) กรณีที่เป็นการเปลี่ยนแปลงแล้วทำให้ผู้เช่าไม่ได้ถือหุ้นในนิติบุคคลดังกล่าวเกินกว่า ร้อยละ 90 (เก้าสิบ) อีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงเช่นว่าต้องได้รับการเห็นชอบเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่าก่อน และ ผู้ถือหุ้นที่มีสัดส่วนการถือหุ้นในนิติบุคคลใหม่ดังกล่าวมากที่สุดต้องให้คำรับรองว่าจะค้ำประกัน การดำเนินงาน ของนิติบุคคลดังกล่าวไปจนครบช่วงเวลา 5 (ห้า) นับจากวันที่เริ่มระยะเวลาจากวันเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น
27.3 ในกรณีที่ผู้เช่าเป็นกิจการร่วมค้า (Joint Venture) แล้วต้องมีการจัดตั้งนิติบุคคลขึ้นใหม่เพื่อ เข้าทำสัญญาเช่ากับผู้ให้เช่านั้น หากภายหลังต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลดังกล่าว จะต้องดำเนินการตามเงื่อนไข โดยแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้
(1) กรณีที่เป็นการเปลี่ยนแปลงแล้วทำให้ผู้ถือหุ้นที่เป็นนิติบุคคลหลัก (Lead Firm) ยังคง เป็นผู้ที่มีสัดส่วนการถือหุ้นในนิติบุคคลดังกล่าวมากที่สุดและมีสัดส่วนการถือหุ้นขั้นต่ำไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 (สามสิบ) กรณีเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น สมาชิกที่เหลือในกลุ่มมีสัดส่วนการถือหุ้นขั้นต่ำร้อยละ 10 (สิบ) การ เปลี่ยนแปลงดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ โดยต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบเป็นหนังสือ และต้องได้รับความ เห็นชอบจากผู้ให้เช่าด้วย
(2) กรณีที่เป็นการเปลี่ยนแปลงแล้วทำให้นิติบุคคลหลัก (Lead Firm) ไม่ได้สัดส่วนการถือ หุ้นในนิติบุคคลใหม่ดังกล่าวมากที่สุดหรือนิติบุคคลหลัก (Lead Firm) ไม่ได้มีสัดส่วนการถือหุ้นขั้นต่ำไม่น้อย กว่าร้อยละ 30 (สามสิบ) กรณีเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น สมาชิกที่เหลือในกลุ่มไม่ได้มีสัดส่วนการถือหุ้นขั้นต่ำร้อย ละ 10 (สิบ) การเปลี่ยนแปลงเช่นว่าต้องได้รับการเห็นชอบเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่าก่อน และผู้เช่าหรือผู้ถือหุ้น เดิมที่มีสัดส่วนการถือหุ้นในนิติบุคคลใหม่ดังกล่าวมากที่สุดต้องให้คำรับรองว่าจะค้ำประกันการดำเนินงานของ นิติบุคคลดังกล่าวไปจนครบช่วงเวลา 5 (ห้า) ปี นับจากวันที่เริ่มระยะเวลาจากวันเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น
27.4 ห้ามมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น หากพบกรณีที่มีการดำเนินการจะถือว่าสัญญาเช่า เป็นอันสิ้นสุดทันที เว้นแต่ได้มีการแจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบและให้ความยินยอมจากผู้ให้เช่าเป็นหนังสือ
ทั้งนี้ผู้เช่าต้องส่งบัญชีผู้ถือหุ้นทุกปีนับจากวันที่ลงนามสัญญาเช่า โดยส่งมอบภายใน 15 (สิบ ห้า) วัน ของเดือนที่เริ่มต้นสัญญาเช่าปีถัดไป
ข้อ 28 กฎหมาย ภาษา และการตีความสัญญาเช่า
28.1 สัญญาเช่านี้อยู่ภายใต้บังคับและการตีความตามกฎหมายไทย ในการปฏิบัติงานต่าง ๆ ตาม สัญญาเช่านี้ ผู้เช่า ตัวแทน และบริวารของผู้เช่า ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ และ คำสั่งต่าง ๆ ที่ออกโดยผู้ให้เช่า หรือหน่วยงานราชการหรือองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องภายในราชอาณาจักร ไทยที่ออกใช้บังคับอยู่แล้วในขณะทำสัญญาเช่า หรือจะออกใช้บังคับ หรือแก้ไขเพิ่มเติมในภายหน้าในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับงานนั้น ๆ ด้วย
28.2 คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้การบังคับและการตีความตามข้อกำหนดในสัญญาเช่านี้และ เอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง และให้ระงับข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับสัญญาเช่านี้ ตลอดจนการตีความสัญญาเช่าให้อยู่ใน อำนาจของศาลไทย
28.3 สัญญาเช่าฉบับนี้ทำขึ้นเป็นภาษาไทย และการติดต่อสื่อสารระหว่างคู่สัญญาให้ทำเป็น
ภาษาไทย
28.4 การปฏิบัติตามกฎหมายและประโยชน์สาธารณะ ในการดำเนินโครงการฯ ตามสัญญาเช่านี้
คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ทั้งปวงของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด และ ตลอดเวลาของการดำเนินโครงการฯ ให้ถือว่าคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายได้รับรู้ถึงข้อกำหนดต่าง ๆ ของกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศและการรักษาไว้ซึ่งประโยชน์สาธารณะและกิจการ อันมีผลกระทบต่อความผาสุกปลอดภัยของประชาชน
28.5 ผลของการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย การออกกฎหมายไทยใหม่ การแก้ไขเปลี่ยนแปลง กฎหมายไทย หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเป็นผลโดยตรงทำให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อ การดำเนินธุรกิจและต่อรายได้ หรือค่าใช้จ่ายของผู้เช่า เมื่อเปรียบเทียบกับรายได้และ/หรือค่าใช้จ่ายของผู้เช่า หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ให้เช่าให้คู่สัญญาฝ่ายที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวทำหนังสือแจ้งถึงผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงข้อกฎหมายดังกล่าวต่อคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อเข้าหารือและหาแนวทางการแก้ไขผลกระทบ ดังกล่าวให้สิ้นไปหรือหาแนวทางในการจ่ายค่าชดเชยให้แก่คู่สัญญาฝ่ายที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและ สมเหตุสมผล
ข้อ 29 การแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาเช่า
การแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาเช่าให้ทำเป็นหนังสือ ตามรูปแบบและพิธีการเช่นเดียวกับการทำสัญญา เช่านี้ หรือตามรูปแบบที่ผู้ให้เช่าเห็นสมควร
ข้อ 30 การส่งคำบอกกล่าวหรือหนังสือ
บรรดาหนังสือติดต่อ ทวงถาม บอกกล่าว การให้ความยินยอม หรือความเห็นชอบใด ๆ หรือ หนังสืออื่นใดที่ส่งให้แก่คู่สัญญาตามสัญญาเช่า ต้องทำเป็นหนังสือ และจะถือว่าได้ส่งไปโดยชอบแล้ว หากได้ จัดส่งโดยทางหนึ่งทางใด ดังต่อไปนี้
- ส่งมอบโดยบุคคลแก่ผู้แทนที่ได้รับมอบหมายแต่ละฝ่าย
- ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ
- ทางโทรสาร หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล / E-mail) แล้วยืนยันเป็นหนังสือโดยเร็วไปยัง ชื่อและที่อยู่ของคู่สัญญา ดังต่อไปนี้
ผู้ให้เช่า : ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย การยาสูบแห่งประเทศไทย
184 ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย
เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์/โทรสาร ..................................................
อีเมล .................................................
ผู้เช่า : ผู้มีอำนาจกระทำการ
บริษัท .....................................................
ที่อยู่ ................................................................
................................................................
โทรศัพท์/โทรสาร ..................................................
อีเมล ..................................................
ข้อ 31 ข้อกำหนดที่ใช้บังคับไม่ได้ไม่มีผลกระทบต่อข้อกำหนดอื่นที่ใช้บังคับได้
หากข้อกำหนดและ/หรือเงื่อนไขในข้อใดข้อหนึ่งของสัญญาเช่าเป็นโมฆะ ไม่สมบูรณ์ ไม่ชอบด้วย กฎหมาย หรือใช้บังคับไม่ได้ตามกฎหมาย ให้ข้อกำหนดและเงื่อนไขข้ออื่น ๆ ซึ่งชอบด้วยกฎหมายสมบูรณ์ หรือใช้บังคับได้ ยังคงมีผลสมบูรณ์ใช้บังคับคู่สัญญาได้ต่อไปโดยแยกต่างหากจากส่วนที่เป็นโมฆะหรือไม่ สมบูรณ์นั้น
ข้อ 32 การระงับข้อพิพาท
32.1 ในกรณีที่มีข้อพิพาทเกิดขึ้นเกี่ยวกับข้อกำหนดของสัญญาเช่า หรือการปฏิบัติตามสัญญานี้ คู่สัญญาจะต้องทำการแก้ไขข้อพิพาทโดยการเจรจาก่อน หากไม่สามารถแก้ไขหรือหาข้อยุติสำหรับข้อพิพาท ดังกล่าวได้ให้คู่สัญญานำข้อพิพาทดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของศาลไทย คู่สัญญาตกลงให้ถือเอากฎหมายไทย เป็นหลักในการบังคับใช้ต่อกัน และใช้ภาษาไทยเป็นภาษาในการดำเนินกระบวนการพิจารณา
32.2 ในระหว่างที่ข้อพิพาทอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ให้คู่สัญญายังคงต้องปฏิบัติตาม ข้อกำหนดในสัญญาเช่าต่อไปจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด โดยไม่อาจอ้างข้อขัดแย้ง หรือข้อพิพาทดังกล่าว เพื่อเป็นเหตุหยุดหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาเช่า เว้นแต่กรณีที่มีการเลิกสัญญาเช่า
ข้อ 33 เอกสารอันเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาเช่า
เอกสารแนบท้ายสัญญาเช่าต่อไปนี้ ให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาเช่านี้
33.1 ผนวก 1 (สำเนาโฉนดที่ดินและแผนที่แสดงที่ตั้งและขอบเขตโครงการฯ) จำนวน .......
(. ) หน้า
33.2 ผนวก 2 (รูปแบบอาคารและสิ่งปลูกสร้าง) จำนวน ....... (. ) หน้า
33.3 ผนวก 3 (แบบแปลนการก่อสร้าง, รายละเอียดการก่อสร้าง, รายการวัสดุอุปกรณ์, ตาราง การดำเนินงานและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้รับเหมา) จำนวน ....... (. ) หน้า
33.4 ผนวก 4 (ข้อเสนอด้านเทคนิคว่าด้วยการออกแบบและก่อสร้างโครงการฯ) จำนวน .......
(. ) หน้า
…………….…………..ฯลฯ…………….…………..
ความใดในเอกสารแนบท้ายสัญญาเช่าที่ขัดหรือแย้งกับข้อความในสัญญาเช่า ให้ใช้ข้อความใน สัญญาเช่าบังคับ และในกรณีที่เอกสารแนบท้ายสัญญาเช่าขัดแย้งกันเอง ผู้เช่าจะต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของ ผู้ให้เช่า คำวินิจฉัยของผู้ให้เช่าให้ถือเป็นที่สุด และผู้เช่าไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียห าย หรือค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมจากผู้ให้เช่าทั้งสิ้น
สัญญาเช่านี้ทำเป็น 3 (สาม) ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน ผู้เช่าเก็บรักษาไว้สองฉบับ (เพื่อตนเอง และเพื่อจดทะเบียนการเช่ากับสำนักงานที่ดิน) และผู้ให้เช่าเก็บรักษาไว้หนึ่งฉบับ ทั้งนี้หลังการจดทะเบียนกับ สำนักงานที่ดินแล้วเสร็จให้ผู้เช่าส่งมอบเอกสารต้นฉบับที่มีการจดทะเบียนส่งมอบให้ผู้ให้เช่าภายใน 15 (สิบห้า) วัน ทั้งสองฝ่ายต่างเข้าใจในข้อความในสัญญาเช่านี้ดีแล้ว เพื่อเป็นหลักฐานจึงลงลายมือชื่อไว้เป็น
สำคัญต่อหน้าพยานท้ายสัญญาเช่านี้ ณ วันเดือนปีที่กล่าวข้างต้น
ผู้ให้เช่า ผู้เช่า
โดย................................................. โดย..................................................
(ประทับตรา) (ประทับตรา)
...................................................... ......................................................
พยาน พยาน
...................................................... ......................................................
พยาน พยาน
หมายเหตุ :- ร่างสัญญาที่แนบท้ายประกาศเชิญชวนเข้าร่วมประมูลเป็นเพียงตัวอย่างร่างสัญญาเพื่อให้ ผู้เข้าร่วมประมูลใช้ศึกษาประกอบการพิจารณาในเบื้องต้น โดยยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานอัยการ สูงสุด ซึ่งการยาสูบแห่งประเทศไทยสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไข หรือข้อกำหนดให้แบบสัญญาเป็นไป ตามความเห็นชอบของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี) และผู้ชนะการประมูลต้องลงนามในสัญญาเช่าที่ดินเพื่อ ปลูกสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้าง และสัญญาเช่าที่ดินเพื่อดำเนินการจัดหาประโยชน์ ตามแบบสัญญาที่ผ่าน ความเห็นชอบของสำนักงานอัยการสูงสุดเท่านั้น
