ทั้งนี้ ในการทำสัญญา คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายจะต้องแสดงเจตนารมณ์ให้เห็นว่ามีความประสงค์ ตรงกันในการเข้าทำสัญญานั้น ๆ จึงทำให้เกิดสัญญาขึ้น เจตนารมณ์ของสัญญาอาซมีที่มาจากนโยบายของ หน่วยงานนั้นเอง หรือออกม กมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งออกมาใช้บังคับกับสัญญานั้น...
คู่มือ การตรวจร่างสัญญา
องคการบรหารส่วนตําบลลาดงา อําเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยธยา
แนวทางปฏบติการตรวจรางสญญา
สัญญาต่างๆ ที่หน่วยงรายการได้ทำขึ้นแม้จะมีเนื้อหาหรือสระสำคัญของสัญญาที่มีความแตกต่าง กันไปโดยขึ้นอยู่กับxxxxxของคู่สัญญา แต่สัญญาส่วนใหญ่ก็มีโครงสร้างที่คล้ายกันโดยxxxxxxแบ่งโครงสร้าง ของสัญญาออกได้เป็น ๓ ส่วนใหญ่ๆ คือ
๑. ส่วนนำของสัญญาได้แก่ใช้กำหนตเกี่ยวกับชื่อสัญญา xxxxxxxx xxxทำสัญญา และสถานที่ทำสัญญา
๒. ส่วนที่เป็นเนื้อหาของสัญญา เป็นส่วนที่ระบุถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขที่คู่สัญญาตกลงกัน แบ่งเป็น ส่วนที่เป็นข้อกำหนดและเงื่อนขเฉพาะซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละสัญญา xxxx วัตถุประสงค์ของสัญญา สิ่งคอยแทนแลกเปลี่ยนในการทำสัญญา และส่วนที่เป็นข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไปxxxxxxxxxxเป็นมาตรฐาน ที่สัญญาทุกสัญญาจึงกำหนดไว้ xxxx การตรวจรับ การบอกเลิกสัญญา ค่าปรับ เป็นต้น
๓. ส่วนที่เป็นข้อสรุปหรือลงท้ายสัญญาเป็นส่วนที่แสดงxxxxxxรับรู้และเข้าใจของดูสัญญาถึงข้อสัญญา ต่างๆ จำถูกต้องตรงกับเจดนาของคู่สัญญาทุกฝ่าย การลงลายมือชื่อ ของคู่สัญญาหรือตราประทับของคู่สัญญา และการลงลายมือชื่อของพยาน
โดยมีรายละเอียดของโตรงสร้างสัญญาแต่ละส่วน ดังต่อไปนี้
๑.สวนนำของสญญา
ส่วนนำของสัญญาเป็นส่วนที่เสดงรายละเอียดของชื่อสัญญา xxxxxxxx xxxทำสัญญา สถานที่ ทำสัญญา และเจตนารมณ์หรือวัตถุประสงค์ของคู่สัญญา ดังนี้
๑.๑ชอสญญา
ชื่อสัญญาเป็นส่วนที่มีความสำคัญที่จะต้องพิจารณาในเบื้องตัน และมีผลต่อการตีความ สัญญาแต่ละฉบับโดยบ่งบอกถึงเจตพาในการทำสัญญา เนื้อหาโดยรวม ลักษณะของสัญญา และวัตถุประสงค์ใน การทำสัญญา ตลอดจนxxxxxและหน้าที่ของสัญญาในแต่ละประเภท ตังนั้นใพการกำหนดชื่อของสัญญาจะต้องมี ความชัดเจน กะทัดรัด และตรงตามเนื้อหาของสัญญานั้น ซึ่งจะxxxxxxบ่งบอกถึงลักษณะของสัญญานั้นๆ ได้ ว่าเย็นสัญญาประเภทใด xxxx สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า หรือสัญญาxxxx เป็นตัน ซึ่งสัญญาแต่ละประเภทย่อมมี ลักษณะเจตนารมณ์ วัตถุประสงค์ในการทำสัญญา รวมถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับxxxxxxxx xหน้าที่ของxxxxxxxx xxx แตกต่างกัน ทั้งนี้ในการตรวจร่างสัญญาแต่ละประเภท ซึ่งต้องพิจารณาชื่อสัญญาให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ใน การทำสัญญา เพื่อมิให้เกิดข้อผิดพลาดในการบริหารและจัดการเกี่ยวกับสัญญานั้น
ในทางปฏบติ ชื่อสัญญาของหน่วยงานรัฐส่วนใหญ่ จะเป็นชื่อที่ใด้รับการกำหนดมาแล้ว
จากหน่วยงานผู้รับผิดขอบในการจัดทำร่างสัญญา และที่ไต้ประกาศไปในขึ้นตอนของการจัดซื้อxxxxxxx ชื่อของ สัญญาที่กำหนดขึ้นจึงต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์และลักษณะของสัญญา ประกอบกับต้องxxxxxถึงชื่อสัญญา xxxxxxประกาศไปแล้ว ในขั้นตอนการจัดซื้อxxxxxxxด้วย xxxxxxxxxxxปัญหาและข้อจำกัดประการหนึ่ง ในขั้นตอนการ พิจารณาตรวจร่างสัญญาของนิติกรผู้รับผิดชอบทำให้การพิจารณาเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขชื่อของสัญญา ให้สอดคล้องกับเนื้อหา แสะวัตถุประสงค์ของสัญญาที่แท้งริงกระทำได้อย่างจำกัด เนื่องจากต้องxxxxxถึงขีด สัญญาตามที่ใด้มีการอ้างอิง และกำหนดขึ้นไว้ในประกา*ในส่วนขั้นตอน กรจัดซื้อxxxxxxxแล้วตัวย xxxx "สัญญาซื้อครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ จำนวน 6 รายการ " มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายที่กำหนดชื่อสัญญาให้ สอดคล้องกับเอกสารรายละเอียตและคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ ในขั้นตอนของการจัดซื้อลงนามในสัญญา
ขอสังเกต เรื่องการตีความสัญญาจากชื่อสัญญา แม้ว่าโดยหลักแล้วกรณีxxxxxว่า ใช้ชื่อ
สัญญาอย่างหนึ่ง แต่ข้อความในสัญญาไม่สอดคองตรงกันแล้ว หากมีกรณีเกิดข้อสงสัยการดีความหรือการ งคับใช้ให้เป็นไปxxxxxxxxต้องพิจารณาจากสาระสำคัญของสัญญาหรือเนื้อความในสัญญาเป็นหลักก็ตาม แต่การกำหนดชื่อของสัญญาก็ถือเป็นส่วนที่มีความสำคัญ เนื่องจากในบางครั้งเมื่อข้อกำหนดในสัญญาไม่มี ความขัดxxx ในการดีความอาจต้องพิจารณาจากชื่อของสัญญานั้นประกอบกันด้วย เพื่อดูว่าแท้จริงแล้ว คู่สัญญามีเจตนารมณ์ในการทำสัญญาตังกล่าวเป็นประการใด ตังนั้น การกำหนดชื่อสัญญาไม่ตรงกับเนื้อความ หรือวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของสัญญาอาจทำให้เกิดคว วามเข้าใจผิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสะดวกในการ อ้างอิง รวมxxxxxxกำหนดเนื้อหาของสัญญาแต่ละประเภทที่เกี่ยวกับxxxxxและหน้าที่ของคู่สัญญา ให้คลาดเคลื่อน ไปจากวัตถุที่xxxxxxxอย่างแท้จริงได้
๑.๒ สถานที่ทำสญ
ญาหรอ
สถานทลงนามในสญญา
สถานที่ทำสัญญาโดยหลักแล้วเป็นการแสตงให้เห็นว่าสัญญานั้นเกิดขึ้นที่ใต xxxx "สัญญาฉบับนี้ทำขึ้น ฌ องค์การบริหารส่วนตำบลลาดงา" ซึ่งสถานที่ทำสัญญาที่กำหนดนี้จะมีผลในทาง กฎหมายเมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้นว่าอยู่ในเขตxxxxxของสาลใดในการพิจารณาคดี
ขอสงเกต การไม่ระบุสถานที่ทำสัญญาไม่มีผลทำให้สัญญาที่ทำขึ้นนั้นเสียไปทั้งฉบับ
แต่อาจมีผลในประเด็นเกี่ยวกับxxxxxxxxxxxxxxจะพิจารณาคดีได้โดยตรง เนื่องจากสถานที่ทำสัญญาเป็นข้อกำหนด ตกลงระหว่างคู่สัญญาว่ากรณีหากเกิดข้อพิพาทและมีการxxxxxxxxxxxต้องบังคับกันxxxxxxxx เนื่องจาก ภูมิลำเนาของเลยแล้ว ดูสัญญาจะต้องยื่นฟ้องคดีต่อศาลใด ซึ่งโดยหลักแล้วบุคคลย่อมมีxxxxxเสนอxxxxxx ต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นใน เขตศาลก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพง มาตรา ๔ (๑) ที่กำหนดว่า เว้นแต่จะมีบทบัญญัติเป็นอย่างอื่น xxxxxxในเสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนา อยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่ โดยกรณีนี้ถือxxxxxxxถามที่ทำสัญญาเป็นxxxxxxxxxxมูล คดีนั้นเกิด ขึ้นคู่สัญญายอมมีxxxxxเสนอxxxxxxต่อศาลที่มี เขตxxxxxเหนือxxxxxxxทำสัญญาอันเป็นxxxxxxxxxxxxxxxคดีเกิดขึ้นตัวย
๑.๓ วนททำสญญา
การระบุxxxxxxทำสัญญามีความสำคัญในผลทางกฎหมายหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น การเริ่มตันของการมีมิติxxxxxxxxระหว่างกัน การนับระยะเวลา าxxxxxxxxxxxxxx หรือการบังคับใช้ของสัญญา โดยxxxxแล้วxxxxxxทำสัญญาจะเป็นxxxxxxมีการลงนามในสัญญานั้นเพื่อมีผสบังคับ xxxx "สัญญาฉบับนี้ทำขึ้น ณ องค์การบริหารส่วนตำบลลาดงา เมื่อxxxxxx ๑ เดือน xxxxxx พ.ศ. ๒๕๖๗" นั่นหมายถึงว่า สัญญาฉบับนี้จะมี ผลบังคับตั้งแต่xxxxxx ๑ เดือน xxxxxx พ.ศ. ๒๕๖๗ ดังนั้น วันทำสัญญาจึงเป็นวันเริ่มตันนับระยะเวลาต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ในเนื้อหาของสัญญาให้คูสัญญาต้องปฏิบัติต่อกัน xxxx กำหนดส่งมอบ กำหนดการชำระราคา การนับอายุความ เป็นตัน xxxx "ผู้ชายจะส่งมอบสิ่งของที่ซื้อขายxxxxxxxxให้แก่ผู้ซื้อ ณ องค์การบริหารส่วน ตำบลลาดงา ตำบลลาดงา อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๑๑0 ภายใน ๘๐ วันนับถัดจากวัน
ขอสงเกต แม้ว่าการไม่ระบุxxxxxxทำสัญญาจะไม่ทำให้ สัญญาเสียเปล่าแต่อย่างใด
แต่อาจก่อให้เกิดปัญหาข้อกฎหมายตามมาxxx xxxx จะxxxxxxสัญญานั้นเริ่มตัน และสิ้นสุตลงเมื่อใต หรือทำนอง เดียวกัน อาจมีประเด็นว่าอายุความจะเริ่มตันแ เละสิ้นสุดลงเมื่อใด อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการมิให้เกิดปัญหา ในการบังคับให้สัญญาจึงควรระบุxxxxxxทำสัญญาแต่ละฉบับให้ชัดเจนทุกครั้ง
๑.๔ ชอ
และทอ
ยของคส
ัญญา
โดยทั่วไปแล้วชื่อของดูสัญญาและที่อยู่ของคู่สัญญาจะปรากฏอยู่ในวรรคแรกหรือส่วนตัน ของสัญญาโดยข้อมูลส่วนนี้ต้องระบุชื่อและที่อยู่ตามกฎหมายของผู้xxxxxxxลงนามในสัญญารวมถึงระบุสถานะ ที่จะใช้รียกxxxคู่สัญญาแต่ละฝ่ายเพื่อให้ทราบ ถึงสถานะของคู่สัญญาว่าอยู่ในฐานะใดในสัญญา xxxx ผู้ซื้อ
ผู้ขาย ผู้xxxxxxx ผู้รับจ้าง ผู้ให้เช่า ผู้เข่า ซึ่งจะระบุฐานะเอาไว้ท้ายชื่อ และที่อยู่ของคู่สัญญาฝ่ายนั้นเพื่อใช้เรียกxxx คู่สัญญา และเป็นการบ่งบอกถึงxxxxxและหน้าที่ของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายได้อย่างขัดxxx ซึ่งในการทำสัญญา คู่สัญญา ผู้เข้าทำสัญญา จะต้องเป็นบุคคลตามกฎหมายโดยอาจเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลก็ได้ ซึ่งบุคคล ที่จะเป็นคู่สัญญาในการเข้าทำสัญญาฉบับหนึ่งๆ จะต้องเป็นผู้xxxxxxxกระทำก ละมีความxxxxxxในการทำ มิติกรรมตามกฎหมายตัวย กล่าวคือ หากคู่สัญญาเป็นบุคคลธรรมตาบุคคลนั้นจะต้องเป็นบุคคลผู้มีความxxxxxx ในการทำนิติกรรมตามกฎหมาย และหากคูสัญญาเป็นนิติบุคคลผู้ที่เข้าเป็นคู่สัญญาและxxxxxxxลงนามในสัญญา
ต้องเป็นบุคคลxxxxxxxxxxกระทำการแทนมิติบุคคลตามกฎหมายด้วย ในการระบชอ
คสญ
ญาถอ
เปนองค์ประกอบ
ที่เปนสาระสำคญประการหนงึ่ ของสญ
ญา และเปนสว
นทขาดxxxx xเนอ
งจากเป็นการระบต
วบุคคลผเู้ ขาทำ
xxxxxxxสรา
งนตสม
พนธใ์ หผลของสัญญาทท
ำขนนั้นตกอยู่แกต
นเอง กล่าวคือ เป็นการระบุส่วนที่เป็น
สาระสำคัญเพื่อทราบว่าศคู่สัญญาเป็นใครและสัญญาทำขึ้นเพื่อกำหนดxxxxxxxxxxxx ระหว่างบุคคลใดบ้าง หาก ข้อพิพาทเกี่ยวกับการบังตับxxxxxxxxคูสัญญาอีกฝ่ายหนึ่งจะได้ใช้xxxxxเรียกร้อง โดยยื่นxxxxxxสัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง ต่อหาลให้ปฏิบัติxxxxxxxx ด้วยอย่างถูกต้องทำxxxเดียวกันกับข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่อยู่ของxxxxxxxxxxxถือเป็น ข้อกำหนดที่มีความสำคัญมากxxxxกัน เนื่องจากเป็นเครื่องบ่งบอกถึงสถานที่ในการติดต่อและxxxxxxคำxxxxxxxx ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการxxxxxxxxกรณีผิดนัดชำระหนี้หรือผิดสัญญารวม ทั้งเป็นสิ่งที่ใช้วินิจฉัยถึงเขตอำนาจศาล เมื่อเกิดข้อพิพาทกรณีที่ต้องฟ้องคดีต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลอีกตัวย
สำหรับคุสัญญาฝ่ายผู้ให้สัญญา xxxx ผู้xxxxxxx หรือผู้ซื้อนโดยส่วนใหญ่จะเป็นหน่วยงาน ของรัฐหรือหน่วยงานทางxxxxxxหรือบุคคล ซึ่งกระทำการแทนรัฐ และต้องxxxxxxเป็นนิติบุคคลจึงจะxxxxxx ทำxxxxxxxxxxx โดยผู้xxxxxxxลงนามในสัญญาจะเป็นหัวหน้าส่วนราชการนั้น ๆ เว้นแต่หัวหน้าส่วนราชการจะ ผอบxxxxxให้บุคคลอื่นในส่วนราชการปฏิบัติราชการแทน ส่วนดูสัญญาฝ่ายผู้รับสัญญา xxxx ผู้รับจ้าง หรือ ผู้ขายนั้นไม่มีข้อจำกัดว่าต้องxxxxxxxขนเท่านั้น xxxxxxxxxxxเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ซึ่งจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลก็ใด้ ซึ่งวิธีการได้มาซึงตัวสัญญาฝายผู้รับสัญญาจะต้องxxxxxxการตาม พระราขxxxxxxxจัดซื้อxxxxxxxและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖0 และ xxxxxxxกระทรวงการคลังว่าด้วย การจัดซื้อxxxxxxxและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
ขอสงเกต กรณีxxxxxสัญญาฝ่ายผู้รับสัญญาเป็นหน่วยงานของรัฐ หรือเป็นรัฐวิสาหกิจ
ผู้เข้าเป็นคู่สัญญาจะต้องxxxxxxเป็นนิติบุคคลและผู้xxxxxxxลงนามแทนจะต้องเป็นผู้แทนนิติบุคคล ตามกฎหมาย หรือเป็นผู้xxxxxxรับมอบอำนาจให้กระทำการแทนในนามของหน่วยงานนั้น ซึงอาจพิจารณาจาก กฎหมายจัตตั้งและบริหารของหน่วยงานนั้น ๆ เป็นหลัก ส่วนกรณีที่คู่สัญญาฝ้ายผู้รับสัญญาเป็นเอกชน และ เป็นบุคคลธรรมดาจะต้องพิจารณาว่าบุคคลตังกล่าวมีความxxxxxxในการทำมิติกรรมตามกฎหมายหรือไม่ และหากคู่สัญญาเอกชนนั้นเป็นนิติบุคคลผู้ที่จะเข้าเป็นxxxxxxxxxxxต้องเป็นผู้แทนนิติบุคคลหรือบุคคลผู้xxxxxxx กระทำการแทนนิติบุคคลนั้นนาหมาย ซึ่งอาจxxxxxxxxxxจากหนังสือรับรองการจุดทะเบียนจัดตั้งหาส่วน หรือข้อบังตับของบริษัท และกรณีที่ผู้กระทำการแทนนิติบุคคลได้มอบอำนาจให้บุคคลอื่นเข้าxxxxxxการแทน ก็ต้องพิจารณารายละเอียดและความxxxxxxxของการมอบอำนาจนั้นประกอบตัวย xxxx รายละเอียตเกี่ยวกับตัว ผู้มอบอำนาจว่าเป็นผู้xxxxxxxตามกฎหมายหรือไม่ การมอบอำนาจอยู่ภายในขอยวัตถุประสงค์ของนิดบุคคล หรือไม่ มีกำหนดเวลาและจำกัดขอบเขตในการมอบอำนาจหรือไม่ รวมถึงมีการปัดอากรแสตมป์ถูกต้องหรือไม่ การมอบอำนาจให้ผู้รับxxxxxxxxxxxxxxxกระทำการได้เพียงใต เป็นตัน
ในกรณีxxxxxสัญญาเป็นบุคคลธรรมดาจะต้องมีการระบุชื่อ - นามสกุล ฐานะของคู่สัญญา
อายุ เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน และที่อยู่ของดูสัญญาให้ถูกต้องและชัดเจน เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ สถานะว่าดูสัญญาเป็นบุคคลตามทะเบียนราษฎรจริง รรมถึงดวามxxxxxxในการทำสัญญาตามกฎหมาย และ ภูมิลำเนาของคู่สัญญาซึ่งจะเป็นประโยขนแง่ของการส่งคำบอกกสำเนา การส่งมอยเพื่อบังคับหรือบ่งบอกถึง เขตอำนาจศาลในกรณีที่ต้องฟ้องคดีที่ภูมิลำxxxของคู่สัญญาตัวย แต่หากคู่สัญญาเป็นนิติบุคคลผู้ที่จะเข้า เป็นxxxxxxxxxxxต้องเป็นบุคคลผู้xxxxxxxกระทำการแทนติบุคคลนั้นตามก กฎหมายซึงอาจตรวจสอบได้จาก หนังสีอรับรองการจดทะเบียนจัดตั้งหุ้นส่วนบริษัทหรือข้อบังคับของบริษัทดังนั้นสัญญาที่ทำขึ้นจึงต้องมีการระบุ รายละเอียดเกี่ยวกับหนังสือรับรองการจดทะเบียนจัดตั้งหุ้นส่วนบริษัทหรือข้อบังคับของบริษัทลงไว้ในสัญญาที่ ทำขึ้นด้วย เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอ และเพื่องจากไม่มีข้อจำกัดในการทำสัญญาหรือการลงนามในสัญญา บุคคลซึ่งจะเข้าเป็นคู่สัญญาจะต้องกระทำการนั้นตัวยตนเองจึงอาจมีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการ หรือลงนามในสัญญาแทนตัวการซึ่งเป็นคสัญญาที่แท้จริงได้ ตังนั้นหากมีกรณีที่xxxxxxxxxxxxที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล โดยผู้xxxxxxxกระทำการแทนนิติบุคคลตามกฎหมายนั้นมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทน จะต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลผู้รับมอบอำนาจให้กระทำการให้ถูกต้องและขัดxxx รวมถึงต้องระบุ อ้างอิงหนังสือมอบอำนาจให้กระทำการไว้ในสัญญาตัวย ซึ่งนิติกรผู้ตรวร่างสัญญาตังกล่าว นอกจากต้อง พิจารณาถึงxxxxxในการกระทำการตามกฎหมายของผู้มอบอำนาจแล้วยังต้องพิจารณาถึง ข้อกำหนดและ รายละเอียดในหนังสือมอยxxxxxให้กระทำกรแทน รวมถึงความxxxxxxxใพหนังสือมอบอำนาจให้ถูกต้องและ ขัดxxxตัวย xxxx รายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้มอบอำนา! ตัวผู้รับมอบอำนาจ ขอบเขตในการมอบอำนาจให้กระทำ การแทน การติตอากรแสตมป์ เป็นตัน
อย่างไรก็ตามผู้ลงนามในสัญญาต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในโครงการ หรือกิจการที่ หน่วยงานจะเข้าทำสัญญาตัวย ผอกจากนี้ยังต้องพิจารณาตัวยว่าสัญญาที่ทำขึ้นนั้นอยู่ในxxxxxหน้าที่ตาม
กฎหมายของหน่วยงานหรือไม่ ตั้งนั้น หากเป็นการทำสัญญาภายใด้กรอบxxxxxหน้าที่ของหน่วยงานแล้ว ย่อมxxxxxxทำสัญญาได้ ในการตรวจรางสัญญาของมิติกรควรxxxxxถึงรายละเอียดในสัญญาเกี่ยวกับคู่สัญญา ให้มาก เนื่องจากหากปรากฏข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวคู่สัญญาผิดพลาดอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนราชการxxx xxxx ระบุชื่อของคู่สัญญาผิดจนมีการองผิดตัวทำให้ศาลxxxxxx เป็นตัน ทั้งนี้ ควรพิจารณารายละเอียดทั้งในส่วน ที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับคู่สัญญาฝ้ายผู้ให้สัญญา และดูสัญญาฝ่ายผู้รับสัญญา
๑.๕ xxxxxรมณหรอวตถุxxxxxxxของสญญา
เป็นเครื่องบ่งบอกว่าสัญญานั้นมีความมุ่งxxxxxxxต่อการชำระหนี้อย่างไร ซึ่งเจตพารมณ์ หรือวัตถุประสงค์ของสัญญาที่ทำนั่นจะต้องอยู่ในxxxxxหน้าที่ของหน่วยงานรัฐตามที่กฎหมายจัดตั้งหน่วยงานรัฐนั้น กำหนดด้วย
ทั้งนี้ ในการทำสัญญา xxxxxxxxxxxxสองฝ่ายจะต้องแสดงเจตนารมณ์ให้เห็นว่ามีความxxxxxxx ตรงกันในการเข้าทำสัญญานั้น ๆ จึงทำให้เกิดสัญญาขึ้น เจตนารมณ์ของสัญญาอาซมีที่มาจากนโยบายของ หน่วยงานนั้นเอง หรือออกม กมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งออกมาใช้บังคับกับสัญญานั้น โดยทั่วไปxxxxxxคันหา xxxxxxxxxxxxจากข้อกำหนดขอบเขตของโครงการ (Terms of Reference : TOR) ซึ่งจัดทำตั้งแต่เริ่มแ ก่อนที่จะออกประกาศxxxxxxxให้เอกขนเข้ายื่นประกวดข้อเสนอ ดังนั้น เมื่อถึงขั้นตอนที่จะทำสัญญากัน หาก พิจารณาข้อเสนอ (Proposal) ของฝ่ายเอกชนที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว พิจารณาเห็นว่า เงื่อนไขในสัญญาข้อ ใดไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ดังกลาว ก็จะต้องมีการแก้ไขเงื่อนไขในสัญญาข้อนั้น ทั้งนี้ เนื่องขากคู่สัญญา xxxxxxค้นหาเจตนารมณ์ละวัตถุประสงค์ในการทำสัญญาได้จากเนื้อหาของสัญญาโดยรวมทั้งฉบับไต้อยู่แล้ว
๒. เนอหาของสญญา
เนื้อหาของสัญญาเป็นส่วนที่ระบุถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขที่คู่สัญญาตกลงกันซึ่งประกอบตัวยส่วนที่ เป็นข้อกำหนดและเงื่อนไขเฉพาะ และส่วนที่เป็นข้อกำหนดและเงื่อนไขทั่วไป ซึ่งเนื้อหาของสัญญาส่วนใหญ่จะ มีข้อสัญญาที่เป็นหลัก ดังนี้
๒.๑ ขอบเขตของข้อตกลง และเอกสารแนบท้ายสัญญา ในการทำสัญญานั้นสิ่งที่xxxxxพิจารณาก่อนคือ สัญญาที่จะทำกันมีวัตถุประสงค์ชอบด้วย
กฎหมายหรือไม่ เพราะถ้าวัตถุประสงค์หรือความมุ่งหมายในกรทำสัญญาเป็นเรื่องต้องห้ามตามกฎหมายหรือ ผิดกฎหมาย สัญญานั้นก็เป็นโมนะหรือเสียเปล่ า และถ้ามีวัตถุประสงค์เป็นไปตามกฎหมายแล้ว ก็จะต้อง พิจารณาถึงความสมารถของดูสัญญาวากฎหมายให้xxxxxxxxxxหรือไม่เพียงใด xxxx กรณีที่คู่สัญญาเป็นผู้เยาว์
คนไร้ความสามารถ บุคคลวิกลจริต บุคคลผู้เสมือนไร้ความxxxxxx กรณีที่ศคู่สัญญามีคู่สมรสหรือการทำสัญญา บางกรณีต้องได้รับอนุญาตจากศาล ตังนั้น เรื่องความxxxxxxของบุคคลที่จะทำสัญญาได้ดังกล่าวจึงเป็นเรื่อง สำคัญที่มีผลให้สัญญาต้องเป็นโมฆียะโดยอาจถูกบอกล้างได้ ซึ่งเป็นโมฆียะคือเสียเปล่าตั้ง แต่แรก
เมื่อได้พิจารณาถึงวัตถุประสงค์และความxxxxxxของผู้จะเป็นคู่สัญญาแล้ว ลำดับต่อไปที่ควรพิจารณา ก็คือxxxxxของคู่สัญญา ซึ่งจะต้องเป็นไปตามหลักของการทำนิติกรรมสัญญา xxxx ต้องกระทำด้วยxx xxxxxอันเป็นxxxxxxxxแท้จริง และมุ่งจะผูกxxxxxxxxxxxx หรือให้มีความผูกพันกันตามกฎหมาย เป็นตัน คู่สัญญาาของสัญญา
ทั้งสองฝายจะต้องแสตงเจตนารมณ์ให้เห็นว่า มีความxxxxxxxตรงกันในการเข้าทำสัญญานั้น ๆ จึงทำให้ เกิดสัญญาขึ้น เจตนารมณ์ของสัญญาอาจมีที่มาจากนโยบายของหน่วยงานนั้นเอง หรือออกมาจากมติ
คณะรัฐมนตรี ซึ่งออกมาใช้บังคับสัญญานั้น โดยทั่วไปxxxxxxหาxxxxxxxxxxxxจากข้อกำหนดขอบเขตของโครงการ (Terms of Reference : TOR) ซึ่งจัดทำตั้งแต่เริ่มแรกก่อนที่จะออกประกาศxxxxxxxให้เอกชนเข้า ยื่นประกวดข้อเสนอ ตังนั้นเมื่อถึงขั้นตอนที่จะทำสัญญากัน หากพิจารณาข้อเสนอ (Proposal) ของฝายเอกชน ที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้ว พิจารณาเห็นว่า เงื่อนไขในสัญญาข้อใดไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ดังกล่าว ก็จะต้องมีการแก้ไขเงื่อนไขในสัญญาข้อนั้น
เอกสารแนบท้ายสัญญาเป็นเอกสารระบุรายละเอียดต่าง ๆ ซึ่งคู่สัญญาจะต้องปฏิบัติxxxxxxxx xxxx สัญญาซื้อขายสินค้าหลายรายการ จะต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับ รายการสินค้ารวมทั้งคุณสมบัติ ราคา กำหนดเวลาส่งมอบ และวิธีการส่งมอบ เป็นต้น ซึ่งรายละเอียตต่าง ๆ
เหล่านี้หากกำหนดไว้ในตัวสัญญาก็จะทำให้ส่วนที่เป็นตัวสัญญา มีรายxxxxxxxxxxเกินโดยไม่จำเป็น ตังนั้น เพื่อ ความสะดวกในการพิจารณาและปฏิบัติxxxxxxxxจึงได้มีการแยกส่วนที่เป็นรายละเอียดออกต่างหาก โดยกำหนดให้เป็นเอกสารแนบท้ายสัญญาและให้ถึงว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ซึ่งเป็นผลให้เอกสารแนบท้าย สัญญาxxxxxxและความสำคัญในลักษณะที่เป็นสัญญาด้วย . ละหากมีปัญหาการตีความในตัวสัญญา ก็จำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดในเอกสารแนบท้ายสัญญาร่วมด้วยเพื่อให้การปฏิบัติxxxxxxxx มีความ ชัดเจนถูกต้องและเป็นไปตามความxxxxxxxของxxxxxxxx
xxxxxxx การกำหนดให้เอกสารแนบท้ายสัญญาเป็นส่วนหนึ่งของสัญญานั้นในตัวสัญญาจะต้อง ซื้อขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ในโครงการ กำหนดข้อความเชื่อมโยงxxxxxเอกสารแนบท้ายสัญญาด้วย xxxx ในสัญญา ซ่อมแขมอาคาร อาจกำหนดว่าคุสัญญาตกล งซื้อขายอุปกรณ์ก่อสร้าง ตามรายละเอียดxxxxxxxxxไนเอกสาร แนบท้าย สัญญานี้หรือในสัญญาก่อสร้าง ก็จะต้องระบุให้ผู้รับจ้างต้องก่อสร้างอาคารแบบแปลนและรายละเฮียดของงาน ตามที่ระบุในเอกสารแนบท้ายสัญญา เป็นตัน
๒.๒ สทธหนาที่ของคสญญา
สัญญาก่อให้xxxxxxผูกพันกันตามกฎหมายระหว่างคู่สัญญาซึ่งความผูกทันนี้คือ "หนี้" xxxx xxสัญญามีหน้าที่จะต้องปฏิบัติต่อกันในลักษณะ ๓ ประการ ดังนี้
๑) สัญญาซึ่งก่อให้เกิดหน้าที่ ซึ่งคู่สัญญาจะต้องกระทำให้แก่กัน xxxx สัญญาxxxxเหมาก่อสร้าง ฝ่ายผู้รับจ้างมีหนี้หรือหน้าที่ต้องทำการก่อสร้างจนแล้วเสร็จให้กับผู้xxxxxxx ฝ่ายผู้xxxxxxx ก็มีหนี้หรือหน้าที่ต้อง ถ่ายเงินค่าxxxxให้กับผู้รับจ้างตามxxxxxxตกลงกันไว้
๒) สัญญาซึ่งก่อให้เกิดหน้าที่ซึ่งคู่สัญญาจะต้องงดเวันไม่กระทำ xxxx สัญญาเข่าอาคาร ฝ่ายผู้เช่ามีหน้าที่ตามเงื่อนไขของสัญญาที่ห้ามผู้เช่าทำการต่อเต็มหรือตัดแปลงอาคารxxxxxxx
๓) สัญญาซึ่งก่อให้เกิดหน้าที่ซึ่งคู่สัญญาฝ้ายหนึ่งจะต้องส่งมอบทรัพย์สินให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งxxxx สัญญาซื้อขายตรุภัณฑ์การแพทย์ ผู้ขายมีหน้าที่ต้องส่งมอบครุภัณฑ์การแพทย์ ตามที่ตกลงกันให้แก่ผู้ซื้อ ส่วนผู้ซื้อ มีหน้าที่ต้องชำระราคาให้แก่ผู้ขาย
เมื่อสัญญาก่อให้เกิดหน้าที่ หรือหนี้ซึ่งจะต้องปฏิบัติต่อกันแล้วคูสัญญาซึงอยู่ในฐานะเป็น เจ้าหนี้ยอมมีxxxxxเรียกร้องให้xxxxxxxx xxxxxxxเป็นลูกหนี้ปฏิบัติการชำระหนี้ตามข้อตกลงในสัญญาได้ โดยxxxxxxx อยู่ในฐานะเป็นลูกหนี้จะปฏิเสธการชำระหนี้หรือการปฏิบัติหน้าที่xxxxxxxxไม่ใด้ เวันแต่สัญญาซึ่งต่างฝ่ายต่าง มีหนี้หรือหน้าที่ต่อกันและกัน ถัฝ่ายหนึ่งxxxxxxxxxxxชำระหนี้อีกฝ่ายหนึ่งก็มีxxxxxxxxจะไม่ชำระหนี้xxx xxxx สัญญา ซื้อขายอุปกรณ์สำนักงาน าผู้ขายไม่ส่งมอบอุปกรณ์สำนักงานให้ผู้ซื้อตามระยะเวลากำหนดผู้ซื้อย่อมxxxxxxxxx จะชำระราคาได้
๒.๓ วงเงนxxxxxxxx
ในการซื้อขายหรือการxxxxจะต้องไม่เกินวงเงินตามxxxxxxรับจากองค์การบริหารส่วนตำบลขายxx xxxxต้องกำหนดในสัญญาให้ชัดเจน มีตังนี้
๑) กรณีเป็นสัญญาซื้อขาย จะต้องกำหนดว่า "ผู้ซื้อจะชำระราคาสิ่งของซึ่งได้รวม ภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน. บาท ตลอดจนภาษีอากรอื่นๆและค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้วเมื่อผู้ซื้อได้รับมอบ
สิ่งของถูกต้องครบตัวนเรียบร้อยแล้ว"
๒) กรณีเป็นสัญญาxxxx จะต้องกำหนดว่า "เงินค่าxxxxxxxรวมภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน. บาท
ตลอดจนภาษีอากรอื่นๆและค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว โดยถือราคาเหมารวมหรือราคาต่อหน่วยเป็นเกณฑ์" (หากเป็น "หมารวม" หรือ "ราคาต่อหน่วย ก็ระบุตามข้อเท็จจริงxxxxxxว่าเป็นสัญญาxxxxเหมา หรือสัญญาxxxx ราคาต่อหน่วยนั้น)
(๑) สัญญาxxxxเหมาที่จ่ายเงินเป็นงวดนั้น เนื้องานกับเนื้อเงินต้องxxxxxxxxกัน หมายความว่า งานกับเงินจะต้องกำหนดให้ถ่ายพอดีกันไม่ใช่กำหนดงวดเงิน โดยจ่ายเงินมากกว่าเนื้องาน
อาจจะมีผลเสียหายเป็นเหตุทำให้ผู้รับจ้างทิ้งงานได้ผู้ที่กำหนดxxxxนี้ อาจxxxxxxกระทำประมาทเลินเล่ออย่าง ร้ายแรงต้องรับผิดขอบทางแพ่งฐานละเมิดชดใช้คืนให้แก่ทางราชการ
(๒) สัญญาxxxxราคาต่อหน่วย เป็นสัญญาที่กำหนดการจ่ายค่าxxxxตามเนื้องานจริง ที่ผู้รับจ้างได้ทำไป เข่น ผู้รับจ้างประมูลงานได้ในราคา ๓ ล้านบาท แต่เมื่อผู้รับจ้างทำงานแล้วเสร็จถูกต้องxxx xxxxx คำนวนเนื้องานแล้วเป็นค่าxxxx 2 ล้านบาท ส่วนราชการก็จะจ่ายให้ผู้รับจ้าง 2 ล้านบาท ตามเนื้อ จริงที่ผู้รับจ้างได้ทำไป ในกรณีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงงาน ตามที่กำหนดไว้ในแบบสัญญาxxxx ข้อ ๑๒ นั้น ได้กำหนดให้การแก้ไขเปลี่ยนแปลงงานพิเศษหรืองานที่เพิ่มเติมขึ้น หรือตัดทอนลงทั้งปวงตามคำสั่งของผู้xxxxxxx หากในสัญญาxxxxxxกำหนดไว้ถึงอัตราค่าxxxxหรือราคาใต ๆ ที่จะนำมาใช้สำหรับงานพิเศษหรืองานที่xxxxxตังกล่าว ผู้xxxxxxxและผู้รับจัง จะได้ตกลงxxxxxxจะกำหนดอัตราหรือราคา รวมทั้งการขยายระยะเวลา (ถ้ามี) กันใหม่ เพื่อความเหมาสม ในกรณีที่ตกลงกันxxxxxxผู้xxxxxxxจะกำหนดอัตราค่าxxxxหรือราคตายตัวตามแต่ผู้xxxxxxx จะเห็นว่าเหมาะสมและถูกต้อง ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานตามคำสั่งของผู้xxxxxxx
๒.๔ การสงมอบ การตรวจรับพส
ดุ หรอ
การตรวจการxxx
โดยxxxxระยะเวลาในการส่งมอบจะพิจารณาจากประกาศการจัดซื้อxxxxxxxเป็นสำคัญซึ่ง เป็นการกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน จะต้องมีการกำหนดสถานที่ส่งมอบไว้ให้ขัดxxxโดยส่วนใหญ่จะ เป็นที่ทำการของผู้ซื้อหรือผู้xxxxxxx ในการส่งมอบนี้เป็นเรื่องที่จะต้องใช้ความระมัดระวังและต้องกำหนดเงื่อนไข ให้เป็นไปได้ในทางปฏิบตั ิxxxxxถึงประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ ในกรณีที่สิ่งของxxxxxxxxหรืองาน ที่ส่งมอบxxxxxxxxต้องมีการทตสอบก่อนส่งมอบ ก็ควรระบุเกี่ยวกับการxxxxxxการทตสอบตังกล่าวไว้ใน สัญญาตัวย ในขณะเดียวกันก็ต้องกำหนดรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติให้ขัดxxxxxxxการส่งมอบของเป็นชุดxxx xxxxxxxxxแยกใช้งานxxxxxต้องกำหนดให้ส่งทั้งหมดในคราวเดี่ยวกันหรือการส่งมอบไม่ถูกต้องหรือ ส่งมอบไม่ครบจะต้องxxxxxxการแจ้งผู้ขายหรือผู้ส่งมอบโดยเร็ว เป็นตัน
การตรวจรับพัสดุและการรับมอบงานนั้น ต้องตรวจรับ ณ ที่ทำการของผู้ใช้พัสดุหรือ สถานที่ซึ่งกำหนดไว้ใพสัญญา หรือข้อตกลง โดยพัสดุหรืองานต้องถูกต้องครบถ้วนxxxxxxxxxxxxxxตกลงกันไว้โน กรณีที่เป็นงานxxxxจะต้องถูกต้องครบถ้วนตามรูปแบบxxxxxxxxxxและข้อกำหนดของสัญญา ซึ่งคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุหรือคณะกรรมการตรว จการxxxxจะต้องทำการตรวจพัสดุโดยxxxxให้ตรวจรับพัสดุในxxxxxxผู้ขาย หรือผู้รับจ้างนำพัสดุมาส่งและxxxxxxการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด ส่วนงาพxxxxก่อสร้างต้องตรวจภายใน ๓ วันทำการ นับแต่xxxxxxประธานกรรมการได้รับทราบการส่งมอบงานเมื่อตรวจรับพัสดุหรืองาพก่อสร้างถูกต้องครบถ้วน เรียบร้อยแล้ว จะมีผลย้อนหลังตั้งแต่ xxxxxxผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุมาส่งหรีxxxxxxxผู้รับจ้างก่อสร้างส่งมอยงาน ก่อสร้างนั้น
อนึ่ง กรณีส่งมอยงานโดยแบ่งงานเป็นงดซึ่งการแบ่งงงดงานก็เพื่อประโยชน์การแบ่งการ เบิกจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างxxxxxxxxxxxxไปใช้จ่ายหมุนเวียนได้ ซึ่งการส่งมอยงานเป็นxxxxxของผู้รับจ้างหากสัญญา ไม่มีข้อกำหนดที่จะให้ผู้รับจ้างส่งมอยงานเป็นรายงวดเพื่อใช้งานในแต่ละงวด หากผู้รับจ้างดำเผินการตาม
ขั้นตอนและส่งมอบงานทั้งหมดในคราวเดียวกัน ผู้รับจ้างย่อมส่งมอบได้โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือคณะกรรมการ รตรวจการxxxxมีหน้าที่ตรวจรับให้ถูกต้องครบถ้วนxxxxxxxxในการรับงานของผู้รับจ้าง ในคราวเดียวกัน
๒.๕ หลกประกนั
หลักประกันการเสนอราคา และหลักประกันสัญญา xxxxxxxกระทรวงการคลังว่าตัวยการ จัดซื้อจัตxxxxและการบริหารพัสดุภาศรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๑๒๒ - ๑๒๗
หลักประกันผลงานนั้น ส่วนราชการจะหักออกจากเงินค่าxxxxในแต่ละงวด หรือจำนวนเงินที่ ตกลงกันในสัญญานแต่ละงวดงบนั้นๆ เพื่อใช้เป็นประกันผลงานในงวดนั้นๆ หากผลงานงวดใตชำรุดบกพร่อง ก่อนรับมอบงานงวดสุดท้าย ส่วนราชการก็xxxxxxxxxxxxประกันผลงานxxxxxxใช้จ่ายเป็นค่าแก้ไขหรือซ่อมแซม งานที่ชำรุดบกพรองนั้นได้ เมื่อส่วนราชการหักไว้กึ่งวดหรือจำนวนหนึ่งตาม ที่ตกลงแล้ว ผู้รับจ้างก็สาม มารถขอ คืนเงินจำนวนที่หักไว้นไปไต้ แต่ผู้รับจ้างจะต้องนำหลักประกันเท่าจำนวนเงินที่ขอคืนมามอบให้ส่วนราชการ ไว้เป็นประกัน
สิ่งที่xxxxxxนำมาใช้เป็นหลักประกันซองหรือหลักประกันการปฏิบัติตาม ประกอบด้วย
๑. เงินสด
๒. เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งถ่าย ซึ่งเป็นเช็คหรือดราฟท์ ลงxxxxxxที่ใช้เช็ค หรือตราฟท์นั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่ หรือก่อนวันนั้นไม่เกิน ๓ วันทำการ
๓. หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ตามแบบที่คณะกรรมการนโยบาย
กำหนด
๔. หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ใต้รับอนุญาต ให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศ ไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโสมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือ ค้ำประกันของธนาคารคณะกรรมการนโยบายกำหนด
๕. พันธบัตรรัฐบาลไทย
". หนังสือค้ำประกันของธนาคารในต่างประเทศxxxxxxใช้เป็นหลักประกันชองกรณี ประกวตราคานานาชาติ
การกำหนดxxxxxหลักประกันชอง หรือหลักประกันสัญญาให้กำหนดxxxxxxเป็นจำนวนไม่ น้อยกว่าร้อยสะ ๕ ของวงเงินหรือราคาพัสดุที่จัตหาเว้นแต่การจัตหาที่หัวหน้าส่วนราชการเห็นว่ามีความสำคัญ เป็นพิเศษจะกำหนดอัตราสูงกว่าร้อยละ 4 แต่ไม่เกินกว่าร้อยสะ .. (xxxxxxxกระทรวงการลังว่าด้วยการ จัดซื้อxxxxxxxและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖ง ข้อ ๑๒๘)
กรณีหน่วยงานของรัฐเป็นผู้เสนอราคาหรือxxxxxxxxxxxต้องวางหลักประกัน (xxxxxxx กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อxxxxxxxและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ, ๒๕'๖0 ข้อ ๑๖๙) การคืนหลักประกันสัญญา กำหนดให้หน่วยงานของรัฐสัญญาจะคืนต่อเมื่อพ้นข้อxxxxxx xxxxxxxxแล้วภายใน ๑๕ วันนับแต่xxxxxxคู่สัญญาพันจากข้อxxxxxxxxxxxxxxนั้นซึ่งหากสัญญาตมีการประกัน ความชำรุตบกพร่องการคืนหลักประกันจะต้องคืนเมื่อครบอายุการประกันชำรุตบกพร่อง
กรณีเป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคาร บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์หาก xxxxxxxxxxxมารับคืนภายในเวลากำหนตให้รีบส่งต้นฉบับคืนให้คู่สัญญาทางไปรษณีย์ลงทะเบียนโดยเร็ว
๒.๖ การรบประกนความชำรุดบกพรอง
การรับประกันความชำรุตบกพร้องของงานxxxx หมายxxx xxxรับประกันความชำรุตบกพร่อง หรือxxxxxxxxxxเกิดจากความบกพร่องของผู้รับจ้าง อันเนื่องจากการใช้วัสดุไม่ถูกต้องหรือทำไว้ไม่เรียบร้อยหรือ ทำไม่ถูกต้องตามมาตรฐานแห่งหลักวิชา ส่วนระยะเวลากรรับประกันเป็นการกำหนดเวลาในการคืน หลักประกันแก่ผู้รับจ้าง โดยการกำหนดเวลากรรับประกันการชำรุตบกพร่องกรณีสัญญาxxxxให้กำหนดเวลาที่ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบในความชำรุตบกพร่องของงานxxxxเมื่องานเสร็จxxxxxxxxและผู้xxxxxxxใด้รับมอ อบงานแล้ว สำหรับกรณีสัญญาซื้อขายให้กำหนดเวลาที่ผู้ขายต้องรับประกันความชำรุตบกพร่องหรือขัดข้อง ของสิ่งของ และหน้าที่ของผู้ขายที่ต้องจัดการซ่อมแขมหรือแก้ไขให้ใช้ได้ดีตังเดิมภายในเวลาที่กำหนตแต่เนื่องจากข้อ สัญญาว่าตัวยการรับประกันความชำรุตบกพร่อง มิใช่บทบัญญัติเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมxxxxx ตังนั้น xxxxxxxxxxxตกลงให้ยกเว้นความรับผิดชอบจา ร่องหรือตกลงให้รับผิดมากกว่าที่กฎหมาย กำหนดก็ย่อมทำไต้ xxxx การกำหนดให้รับผิตรมถึงกรณีที่ความชำรุตบกพร่องนั้นเกิดขึ้นภายหลังการส่งมอบก็ได้ เป็นต้น
ขอสงเกต
๑. ระยะเวลารับประกันความชำรุตบกพร้องขึ้นอยู่กับสิ่งของนั้นหรือลักษณะของงาน
๒. ระยะเวลารับประกันวามซำรุตบกพร่องจะxxxxxxxxกับการคืนหลักประกันการ
ปฏิบัติxxxxxxxx กรณีนสัญญามีระยะเวลารับประกันความชำรุตบกพร่องของสิ่งของหรืออะไหล่หรืออุปกรณ์ ซึ่งมีระยะเวลาแตกต่ำกัน จะถือเอาระยะเวลารับประกันความชำรุตบกพร่องของอะไหล่หรืออุปกรณ์ที่มี ระยะเวลายาวกว่าเป็นระยะเวลารับประกันความชำรุตบกพร่องของสัญญาหรือไม่
๓. การนับระยะเวลารับประกันความชำรุตบกพร่อง ของงานซื้อหรืองานxxxxจะต้อง เริ่มนับถัดจากxxxxxxผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบพัสดุหรืองานครบถ้วนถูกต้อง xxxx ผู้รับจ้างมีหนังสือส่งมอบงาน ㆍ มกราคม ๒๕" หน่วยงานได้รับหนังสือวันที่ 2 มกราคม ๒๕"๒๗ คณะกรรมการตรวจการจ้างไต้ตรวจรับงาน
จ้าง ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยเมื่อวันที่ 2 มีนาศม ๒๕๒๗ โดยการตรวจรับของคณะกรรมการตรวจการจ้างจะ
มีผลย้อนไปถึง ตั้งแต่วันที่การส่งมอบงานของผู้รับจ้างมีผลคือวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗ ดังนั้น หากกำหนต ระยะเวลารับประกันความชำรุตบกพร่องไว้ ๒ ปีนับถัดจากวันรับมอบงานดังกล่าวการนับระยะเวลารับประกัน ความชำรุตบกพร่องจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ ๓ มกราคม ๒๕'๖๗
๒.๗ การบอกเลิกสญญา
การเลิกสัญญาเป็นวิธีการระงับหนี้ตามสัญญา นอกเหนือจากการชำระหนี้ การปลดหนี้ รแปลงหนี้ใหม่ หรือหนี้เกลื่อนกลืนกัน การเลิกสัญญาเป็นเพียงการระงับข้อผูกพันหรือ หนี้ที่อาจเกิดขึ้นนอนาคตการเลิกสัญญาไม่ทำลายความผูกพันที่มีหรือเกิดขึ้นก่อนการเลิกสัญญา โดยหลักแล้ว เมื่อคู่สัญญาใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้วคู่สัญญาแต่ละฝ้ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะตังที่เป็นอยู่ตามเติม เว้นแต่ในบางกรณีมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นพิเศษในเรื่องนั้นๆ การบอกเลิกสัญญาต้องบอกเลิกต่อคู่สัญญาจึงจะ มีผลการบอกเลิกสัญญาย่อมทำได้ด้วยการแสตงเจตนาแก่อีกฝ้ายหนึ่งซึ่งหากเป็นการบอกเลิกสัญญาระหว่าง บุคคลผู้อยู่ห่างโดยระยะทางย่อมมีผลนับแต่การบอกเลิกไปถึงคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง
สิทธิการเลิกสัญญา มีการบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๖ วรรค หนึ่งว่า " ถ้าคู่สัญญาฝ้ายหนึ่งมีสิทธิเลิกสัญญาโดยข้อสัญญาหรือโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายการเลิกสัญญา เช่นนั้นย่อมทำไต้ด้วยการแสตงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง" การเลิกสัญญาตามมาตรา ๑๘๖ เป็นนิติกรรมฝ้ายเตียว เมื่อคู่สัญญาฝ่ายใตฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเลิกสัญญา และไต้แสตงเจตนาเลิกสัญญาถึงคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งโดยชอบ ย่อมมีผลเปืนการเลิกสัญญา โดยสิทธิเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๓๘๖ มี ๒ ประการ คือ
๑. สิทธิเลิกสัญญาโดยบทบัญญัติของกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์มาตรา ๓๘๗ มาตรา 0๘๘ และมาตรา 0๘๙ เป็นหลักทั่วไปที่กล่าวถึงกรณีที่คู๋สัญญามีสิทธิเลิกสัญญา ได้สิทธิเลิกสัญญาโดยบทบัญญัติของกฎหมายแยกไต้ออกเป็น 6 กรณี คือ กรณีลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามมาตรา
๓๘๗ และมาตรา ๓๘๘ และกรณีการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยตามมาตรา ๓๘๘
๒. สิทธิเลิกสัญญาโดยข้อสัญญา โดยปกติคู่สัญญามักทำสัญญาโดยกำหนดสิทธิใน การเลิกสัญญาทำนองเตียวกับบทบัญญัติตามประมวล ยแห่งและพาณิชย์มาตรา ๓๘๗ ม มาตรา ต๘๘ และมาตรา ๓๘๙ อันเป็นหลักทั่วไปซึ่งแม้จะไม่กำหนดไว้ในสัญญาก็มีสิทธิเลิกสัญญา โดยบทบัญญัติของ กฎหมายอยู่แล้วแต่จะกำหนดซ้ำอีกก็ได้ ทั้งยังสามารถกำหนตสิทธิเลิกสัญญาไว้ในสัญญาแตกต่างจาก บทบัญญัติแห่งกฎหมายได้เนื่องจากกฎหมายเปิดโอกาสให้คู่สัญญาแสตงเจตนาเลิกสัญญาได้ตามความประสงค์ เว้นแต่จะต้องห้ามซัดแจ้งโดยกฎหมายหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันตีของประชาชน และกฎหมายยังยอมรับให้คู่สัญญาตกลงกำหนดการเลิกสัญญาไว้ในสัญญาแตกต่างกับบทบัญญัติของกฎหมาย ไต้ด้วย อย่างไรก็ตี มาตรา ๔ (๓) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔u มีข้อตกลงใน สัญญา ประเภท คือ สัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบกรค้าหรือวิซาชีพ สัญญาสำเร็จรูปแล ะสัญญา ขายฝาก ที่ให้สัญญาสิ้นสุตโดยไม่มีเหตุผลอันส รหรือให้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยอีกฝ้ายหนึ่งมีใด้ผิดสัญญา ในข้อสาระสำคัญถือเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรร และให้มีผลบังตับไต้เพียงเทำที่เป็นธรรมพอสมควรแก่กรณี
การบอกเลิกสัญญาตามพระราชบัญญัติจัดซื้อจัตจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.
๒๕๖u มาตรา "๒4 กำหนดหลักการบอกเลิกสัญญาไว้หลายประการ เช่น หัวหน้าหน่วยงานของรัฐจะใช้สิทธิ บอกเลิกสัญญา เป็นต้น ในกรณีมีเหตุอันเชื่อไต้ว่าผู้ชาย หรือผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงาน หรือทำงานให้แล้ว เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนต ต้องพิจารณาได้เฉพาะกรณีที่เป็นประยชน์แก่ทางราชการโดยตรงหรือเพื่อ แก้ขข้อเสียเปรียบของทางราชการในการที่จะปฏิบัติตามสัญญานั้นต่อไป
โดยในข้อสัญญารำตัวยการบอกเลิกสัญญาจะกำหนดเหตุแห่งการผิดสัญญาของคู่สัญญา ฝ้ายใตฝ้ายหนึ่งไว้ เช่น งานไม่ส่งมอบสิ่งของที่ตกลงซื้อขายกันการไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อใตข้อหนึ่ง การไม่ติดตั้งอุปกรณ์ โดยผลของกรผิดสัญญาคู่สัญญาอาจตกลงการให้สิทธิฝ่ายที่ไม่ผิดสัญญา เลิกสัญญาโดย ไม่กระทบ ต่อสิทธิอื่นๆ ตามกฎหมายในอันที่จะเรียกร้องคำเสียหายอื่นๆ อย่างไรก็ตามกรณีนี้คู่สัญญา อาจไม่เลิกสัญญาทันทีเพราะบางครั้งการเลิกสัญญาทันที่อาจส่งผลเสียมากกว่า ซึ่งกรณีตังกล่าวอาจให้โอกาส คู่สัญญาในการแก้โดยการส่งคำบอกกล่าวให้แก้ใขความบกพร่องภายในกำหนดเวลาก่อนที่จะมีการบอกเลิก
ผลของการเลิกสญญา
ผลต่อคู่สัญญา หากคู่สัญญาต้องตกลงกันไว้ในสัญญาถึงผลของการเลิกสัญญาไว้เป็น ประการใตผลย่อมเป็นไปตามที่ตกลงกัน โดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาถึงการเลิกสัญญาโดยบทบัญญัติของ กฎหมายอีกแต่หากคู่สัญญาไม่กำหนดไว้ในสัญญาผลจึงต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด คือ ตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๓๘๑
ผลต่อบุคคลภายนอก การเลิกสัญญาไม่ระทบกระเทือนสิทธิของบุคคลภายนอกที่ถือว่าได้ สิทธิไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว เพราะมีเหตุอันจะอ้างได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๓๖
๒.๘ คาปรบั ค่าปรับในสัญญามีความหมายเตียวกับเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ซึ่งหมายถึง ค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนความเสียหายที่คู่สัญญากำหนดไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดความ เสียหายขึ้นจริง โดยคู่สัญญาฝ่ายที่เป็นลูกหนี้ซึ่งมีหน้าที่ต้องปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อชำระหนี้ตาม สัญญาได้ให้สัญญาว่าถ้าตนไม่ชำาระหนี้หรือไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควร คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าหนี้ ตาม สัญญานั้นมีอำนาจที่จะริบหรือเรียกเอาเบี้ยปรับอันเกิดจากการนั้นได้ ซึ้งต่างจากค่าเสียหายโดยทั่วไปที่เป็น สิทธิอันเกิดขึ้นจากสภาพบังคับของกฎหมายภายหลังจากที่มีความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว
ในการเข้าทำสัญญานั้นโดยทั่วไปกฎหมายมิได้บังคับว่าคู่สัญญาจะต้องกำหนดเบี้ยปรับ หรือค่าปรับไว้ ตังนั้น หากคู่สัญญาประสงค์จะให้มีข้อสัญญาในเรื่องนี้ด้วยจึงต้องตกลงกันและกำหนดลงไว้ใน สัญญาอันก่อให้เกิดหนี้นั้นซึ่งข้อกำหนดในเรื่องค่าปรับนสัญญาที่คู่สัญญาจะกำหนดไว้ในสัญญานี้จะต้องไม่ชัด กับหลักการที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตลอดจนหลักเกณฑ์ ในกฎระเบียบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าทำสัญญาฉบับนั้นๆ โดยเพาะอย่างยิ่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๑๖๒
เมื่อพิจารณาจากระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๑๖๒ ซึ่งเป็นระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งใช้บังคับกับองค์การบริหาร ส่วนตำบลชายนาในฐานะหน่วยงานของรัฐ ตังนั้น องค์การบริหารส่วนตำบลชายนาจึงต้องนำหลักเกณฑ์เรื่อง ค่าปรับที่กำหนดไว้โนระเบียบกระทรวงกรคสังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.
๒๕๖๐ ข้อ ๑๖๒ โดยได้กำหนดหลักเกณฑ์เรื่องค่าปรับในสัญญาไว้ในข้อ ๑๖๒ ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
๑) การปรับทั้งระบบเป็นกรณีการกำหนดคำปรับตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วย การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖. ข้อ ๑๖๒ วรรคหนึ่ง กล่าวคือ หากคู่สัญญาฝ่ายที่มี หน้าที่ต้องดำเนินการตามสัญญา (ผู้รับจ้างหรือผู้ขาย) ส่งมอบงานหรือสิ่งของล่าช้าเกินกำหนดเวลาการคิด ค่าปรับจะคำนวณจากราคาของวงเงินทั้งหมดของงานจ้างหรือสิ่งของที่ซื้อขายตามสัญญานั้น โดยมีอัตรา ค่าปรับในแต่ละประเภท ตังนี้
(๑) กรณีซื้อขาย (สัญญาซื้อขาย/ข้อตกลงซื้อขาย) กำหนดคู่ปรับในอัตรา ร้อยละ ๐.๐๓ ๐.๒๐ บาท ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบแต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ ๓๐๐ บาท เช่น สัญญา ซื้อขาย มีวงเงินทั้งสิ้น ๑,0๐๐,๐๐0 บาท ตังนั้น อัตราค่าปรับต่อวันที่กำหนตไว้ในสัญญาจะต้องอยู่ในวงเงิน ตั้งแต่ ๓๐๐ ๒,๐๐๐ บาท
(๒) กรณีจ้างทำของ (สัญญาจ้าง/ข้อตกลงจ้าง) กำหนดค่าปรับในอัตราร้อย
ละ ๐.๐๑ ๐.๑๐ บาท ของราคางนจ้างนั้น (ราคาตามวงเงินทั้งหมดของสัญญาจ้าง) แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวัน
ละ ๑๐๐ บาท จะเห็นได้ว่าอัตราค่าปรับกรณีนี้ต่ำกว่ากรณีที่ซื้อขายถึงเท่าตัว เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะฐานในการ คิดค่าปรับนั้นแตกต่างกัน กล่าวคือสัญญาซื้อขายนั้นจะมีการคำนวณค่าปรับสตลงตามวงเงินที่เหลือภายหลัง การส่งมอบพัสดุ แต่สัญญาจ้างจะไม่มีการลดค่าปรับลงแล้ววงเงินจะเหลือต่ำมากเพียงใดก็ตาม ดังนั้น การกำหนดคู่ปรับสำหรับงานจ้างสร้างไว้สูงเกินสมควรย่อมทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ผู้รับจ้าง
๒) การปรับเป็นชุด เป็นการกำหนดค่าปรับตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการ จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 6๒๕๖0 ข้อ ๑๖๒ วรรคสี่ และวรรคห้า ซึ่งเป็นการกำหนดใน กรณีการจัดหาสิ่งของที่ต้องประกอบกันเป็นชุด หากขาดส่วนประกอบส่วนหนึ่งส่วนใดไปแล้วจะไม่สามารถใช้ การได้สมบูรณ์ เช่น การซื้อขายคอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง โต๊ะประชุมฯลฯ หรือกรณีการจัดหาสิ่งของที่ต้องมี การติดตั้งหรือทดสอบ เช่น การซื้อขายระบบคอมพิวเตอร์ เป็นต้น กรณีดังกล่าวข้างตันหากมีการส่งมอบสิ่งของ ส่วนหนึ่งส่วนใดเกินกำหนดเวลา หรือมีการติตตั้งหรือทดสอบระบบเกินกว่ากำหนดเวลาในสัญญา
การคิดค่าปรับจะต้องคำนวณจากราคาของวงเงินทั้งหมดตามสัญญาในลักษณะเดียวกันกับในกรณีแรกจะปรับ ลดลงโดยแยกเป็นส่วนไม่ไต้
การคิดค่าปรับตามข้อตกลงซึ่งใต้กำหนดลงไว้ในสัญญานั้น สามารถจำแนกออกได้
๒ ประเภท ดังนี้
๓) การปรับก่อนบอกเลิกสัญญา เป็นกรณีที่หน่วยงานของรัฐซึ่งมีฐานะเป็นผู้ซื้อ
หรือผู้ว่าจ้างตามสัญญาจะทำการปรับผู้ขาย หรือผู้รับจ้างที่ส่งมอบสิ่งของหรือส่งมอบงานล่าข้า เกินกำหนดเวลาตามสัญญาโดยยังไม่ได้ทำการบอกเลิกสัญญา เป็นการปรับตั้งแต่เวลาที่ผิดนัดตามสัญญา ไปจนกว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างตามสัญญาจะส่งมอบสิ่งของหรือส่งมอบงานให้แล้วเสร็จและถูกต้องครบถ้วนตาม
๒) การปรับจนถึงวันบอกเลิกสัญญา เป็นกรณีที่หน่วยงานของรัฐซึ่งมีฐานะเป็นผู้ซื้อ หรือผู้ว่าจ้างตามสัญญาจะทำการปรับผู้ขาย หรือผู้รับจ้างที่ส่งมอบสิ่งของหรือส่งมอบงานล่ำช้า เกินกำหนดเวลา ตามสัญญาในลักษณะเดี่ยวกันกับกรณีแรก แต่จะแจ้งให้ทราบด้วยว่าจะทำการปรับจนถึงวันที่ หน่วยงานของรัฐนั้นบอกเลิกสัญญาในกรณีที่ผู้ขาย หรือผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบสิ่งของ หรือทำงานให้แล้ว เสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญา หรือในกรณีหนึ่งกรณีใดที่สัญญาได้กำหนดไว้
ขอสงเกต
๑. การกำหนดจำนวนค่าปรับต่อวันของทั้งกรณีซื้อขายและกรณีงานจ้างว่าควรเป็นจำนวน
เท่าใดอยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ โดยให้คำนึงถึงราคาและลักษณะของพัสดุซึ่งอาจมีผลกระทบ ต่อการที่คู่สัญญาของทางราชการจะหลีกเสี่ยงไม่ปฏิบัติตามสัญญา หรือกระทบต่อความเสียหายของราชการ และต้องเป็นอัตราที่ไม่เกินที่กำหนดไว้ในระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๑๖๒
๒. สัญญาที่กำหนดเวลาส่งมอบหรือกำหนดเวลาแล้วเสร็จในเวลาเดียว การปรับต้องปรับทั้ง สัญญา การขยายเวลาไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดย่อมถือว่าเป็นการขยายเวลาทั้งสัญญา
๓. การงตหรือลตจำนวนค่าปรับในสัญญาลงนั้นถือเป็นการเปลี่ยนแปลงข้อสัญญาที่เป็น สาระสำคัญ ซึ่งโดยปกติจะกระทำมีได้ เว้นแต่จะมีความจำเป็น อย่างไรก็ตามหัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีอำนาจ ที่จะงดหรือลดค่าปรับลงได้หากมีเหตุการณ์ในกรณี ตังต่อไปนี้
๑) เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ เช่น แบบแปลนผิด ส่งมอบพื้นที่ให้เข้าดำเนินการตามสัญญาไม่ไต้ หรือการจัตทำเอกสารบกพร่อง เป็นต้น
๒) เหตุสุดวิสัย
๓) เหตุที่เกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญา ไม่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เช่น การจลาจล การชุมนุมประท้วง (กลุ่มคนที่ประท้วงต้องเป็นกลุ่มบุคคลกลุ่มอื่นๆ ซึ่งประท้วงในเรื่องอื่นๆ แล้วมากระทบต่องานตามสัญญา) การเกิดสงคราม โรงงานเลิกผลิตพัสดุโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าหรือ ตัวแทนจำหน่ายจัดหาไม่ได้เนื่องจากตัวแทนผิดเงื่อนไขกับหน่วยงานของรัฐอื่น เป็นต้น
๔) เมื่อคู่สัญญาฝ่ายผู้ขายหรือผู้รับจ้างผิดนัตชำระหนี้ตามกำหนดเวลาในสัญญา หน่วยงานของรัฐควรรีบแจ้งการเรียกค่าปรับตามสัญญา และเมื่อคู่สัญญาได้ส่งมอบพัสดุหรืองานจ้างแล้ว หน่วยงานของรัฐก็ควรแจ้งสงวนสิทธิการเรียกคู่ปรับในขณะที่รับมอบพัสดุหรืองานจ้างนั้นด้วย หากหน่วยงาน ของรัฐไม่แจ้งสงวนสิทธิเรียกคู่รับไว้หน่วยงานของรัฐจะไม่สามารถเรียกค่าปรับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา ๓๘๓ วรรคท้าย
๒.๙ การขอขยายระยะเวลา การขอขยายระยะเวลาในการส่งมอบหรือการปฏิบัติงานนั้นตามระเบียบกระทรวงการคลังว่า
ด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖0ข้อ ๑๘๒ กำหนดให้เป็นอำนาจของหัวหน้า หน่วยงานของรัฐที่จะพิจารณาอนุญาตไต้ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริง เฉพาะกรณีเหตุเกิดจากคว ามผิด หรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ เหตุสุดวิสัย หรือเหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้อง รับผิดตามกฎหมาย หน่วยงานของรัฐต้องระบุไว้ในสัญญาให้คู่สัญญาต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้หน่วยงานของรัฐทราบ ภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง หากมิใด้แจ้งภายในเวลาที่กำหนดคู่สัญญาจะยกมากล่าวอ้าง เพื่อขอขยายระยะเวลาภายหลังไม่ได้ เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจากความผิด หรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือหน่วยงานของรัฐทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ตัน โดยผลของการขยายจะมีผลว่าคู่สัญญา ฝ่ายที่ได้รับความยินยอมให้ขยายนั้นไม่เคยกระทำผิดสัญญา
ขอสงเกต เมื่อผู้ขายหรือผู้รับจ้างขอขยายเวลาทำการ และหน่วยงานของรัฐได้ทำหนังสือ
แจ้งตอบอนุมัติให้ขยายระยะเวลาได้ ต้องถือว่าการขยายเวลาสมบูรณ์แล้วโดยไม่ต้องทำสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม เนื่องจากการขอขยายระย:เวลาไม่มีแบบหรือต้องทำเป็นหนังสือหรือทำหลักฐานเป็นหนังสือ
๒. ๑๐ การแก้ไขเปลยนแปลงสญญา
พระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๙๗ กำหนด หลักการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาไว้ว่า สัญญาที่ได้ลงนามแล้วจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เว้นแต่ในกรณี เช่น มีความจำเป็นต้องแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลง หากการแก้ไขนั้นไม่ทำให้หน่วยงานของรัฐเสียประโยชน์ หรือเป็น การแก้ไขเพื่อประโยชน์ของหน่วยงานของรัฐ หรือประโยชน์สาธารณะ เป็นต้น
การแกไ้ ขเปลยนแปลงสัญญามหลกเกณฑ์ ดงนี้
๑) มีความจำเป็น
๒) ไม่ทำให้หน่วยงานของรัฐเสียประโยชน์หรือเป็นประโยชน์สาธารณะ (ซึ่งรวมถึง ความเป็นธรรมที่คู่สัญญาเอกชนควรจะได้รับด้วย) เช่น คู่สัญญาเอกชนวางหลักประกันสัญญาเป็นเงินสดแล้ว มีความจำเป็นต้องใช้เงินสดแล้วมาขอเปลี่ยนแปลงใช้เป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศแทน ซึ่งราชการไม่เสียประโยชน์และตามหลักแห่งความเป็นธรรม หน่วยงานของรัฐต้องอนุมัติให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง สัญญาไต้ เป็นต้น
การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญานั้น คู่สัญญาฝ่ายเอกชนจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาในช่วง ระยะเวลาใตก็ได้แม้จะเลยกำหนดเวลาแล้วเสร็จตามสัญญาแล้วก็ตาม แต่จะต้องขอแก้ไขก่อนสัญญาสิ้นสุด
ซึ่งหมายถึง ก่อนรับมอบสิ่งของหรืองานจ้างงวดสุดท้ายการที่กำหนดระยะเวลาตามสัญญาสิ้นสุดลงและ หน่วยงานของรัฐยังให้ทำงานต่อไปยังถือไม่ได้ว่าสัญญาสิ้นสุดลง เพราะหน่วยงานของรัฐยังให้โอกาสผู้รับจ้าง ทำงานต่อโดยยังมีคู๋รับมอบงานงวดสุดท้าย โดยปรับผู้รับจ้างเป็นค่าเสียหายเช่นนี้คู่สัญญาเอกชนยังสามารถ แก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาได้
๓. สวนลงทายของสญญา
ส่วนลงท้ายของสัญญาเป็นส่วนที่แสดงถึงการรับรู้ และเข้าใจของคู่สัญญาว่าข้อสัญญานั้น ถูกต้องตรงกับเจตนาของคู่สัญญาทุกฝ่าย ซึ่งประกอบไปด้วยการลงลายมือชื่อของคู่สัญญา และการลงลายมือซื่อ ของพยานในสัญญา ดังนี้
๓.๑ สวนทายของสญญา
เมื่อคู่สัญญาได้กำหนดเนื้อหาซึ่งมีสาระสำคัญ ตามที่ได้ตกลงกันแล้วในส่วนท้ายของสัญญา ก็จะระบุเป็นการปิดท้ายสัญญาให้ทราบว่าสัญญาที่ใต้ทำกันนั้นได้ทำไว้กี่ฉบับ ซึ่งถ้ามีคู่สัญญา ๒ ฝ่ายคู่สัญญา ก็จะยึดถือไว้เป็นหลักฐานฝ่ายละหนึ่งฉบับ ซึ่งมีข้อความถูกต้องตรงกันพร้อมกันนั้นก็จะระบุข้อความเป็นการ ยืนยันว่าคู่สัญญาได้ทำสัญญาด้วยใจสมัคร มิได้ถูกบังคับหลอกลวงและมีเจตนาที่จะผูกพันกันตามกฎหมาย โดยใช้ข้อความที่แสดงว่าคู่สัญญาได้อ่านและเข้าใจข้อความในสัญญาดีแล้ว หรือโดยตลอดแล้วจึงได้ลงชื่อไว้เป็น หลักฐานต่อหน้าพยาน
๓.๒ ลายมอชอคสญญา
แม้ว่าในสัญญาจะไต้ระบุชื่อคู่สัญญาไว้ในส่วนแรกของสัญญาแล้วก็ตาม แต่ถ้าคู่สัญญามิได้ลง ลายมือชื่อในสัญญาด้วยสัญญานั้นก็จะไม่มีผลบังคับได้ตามกฎหมาย เพราะตามหลักเหตุผลแล้วเพียงแต่มี ข้อความของสัญญาเท่านั้นผู้หนึ่งผู้ใย่อมเขียนหรือทำขึ้นเองได้โดยที่ผู้ถูกอ้างว่าเป็นคู่สัญญาอาจไม่มีส่วนรู้เห็น หรือตกลงตัวย ตังนั้น การลงลายมือชื่อในสัญญาจึงเป็นสิ่งสำคัญมากในสัญญา เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่า คู่สัญญาซึ่งได้ตกลงทำสัญญากันแล้วนั้นเป็นการแสดงเ เจตนาที่จะมีผลผูกพันกัน ตังนี้
๑) ตกลงยอมรับที่จะผูกพันเงื่อนไขของ งข้อสัญญาต่างๆ ที่ได้ระบุไว้ในสัญญานั้น และ
๒) ตกลงให้สัญญามีผลเกิดขึ้น (ไม่ว่าจะให้เกิดขึ้นทันทีหรือให้เกิดขึ้น ณ เวลาใตเวลาหนึ่ง หลังจากที่มีการลงนามในสัญญานั้น)
ดังนั้น ความตกลงใดๆ แม้จะมีสาระสำคัญ และรูปแบบของสัญญาก็ตามแต่ถ้าปราศจาก ลายมือชื่อของคู่สัญญาซึ่งจะต้องรับผิดตามสัญญาแล้วสัญญานั้นย่อมไม่สมบูรณ์และไม่มีผลผูกพันกันตาม กฎหมาย
ส่วนกรณีที่คู่สัญญาเป็นนิติบุคคล กรรมการหรือหุ้นส่วนผู้มีอำนาจจัดการแทนนิติบุคคล จะเป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทนนิติบุคคล ทั้งนี้ จะต้องเป็นไปตามวิธีการแสดงเจตนาของนิติบุคคลซึ่งระบุไว้ ในหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท หรือระบุไว้ในหนังสือรับรองของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งโดยทั่วไปจะต้องมี ลายมือชื่อของบุคคลเหล่านี้และจะต้องมีการประทับตราของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนซึ่งเป็นนิติบุคคล ประกอบตัวยจึงจะมีผลผูกพันตามกฎหมาย โดยถือว่าคู่สัญญาซึ่งเป็นนิติบุคคลไต้ลงลายมือชื่อแล้ว
ในการลงลายมือชื่อ หรือการเซ็นสัญญานั้น มีข้อควรทราบเพิ่มเติมว่าผู้เป็นคู่สัญญาควรใช้ ลายเซ็นแบบที่เคยเซ็นมาก่อนเพื่อป้องกันปัญหาโต้เถียงเกี่ยวกับลายเซ็น ทั้งนี้ การลงลายมือซื่อ หรือการเซ็น
สัญญาควรมีพยานรู้เห็นด้วย และถ้าเป็นไปได้ควรใช้พยานที่เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือหรือมีฐานะหน้าที่การงาน น่าเชื่อถือ
๓.๓ พยานในการทำสญญา แม้กฎหมายจะมีได้บังคับให้การทำสัญญาโดยทั่วไปจะต้องมีพยานในการ ทำสัญญาก็ตาม
แต่การมีพยานรับรู้และรับรองการทำสัญญาก็จะทำให้สัญญามีความหน้าเชื่อถือและคู่สัญญาจะมีความ
ระมดระวังในการปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญามากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพราะมีพยานซึ่งเป็นบุคคลอื่นร่วมรับรู้ในการทำ
สัญญาตัวย นอกจากนี้ในกรณีที่มีปัญหาข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสัญญาคู่สัญญาแต่ละฝ่ายก็อาจให้พยานมายืนยัน ความถูกต้องได้ซึ่งเป็นการป้องกันการบิตพลิ้วหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาและหากมีคดีเกี่ยวกับสัญญาต้องขึ้น สู่ศาล คู่สัญญาก็อาจเบิกพยานในการทำสัญญามาให้การยืนยันข้อเท็จจริงและความถูกต้องในสัญญานั้นได้ สำหรับจำนวนพยานนั้นในทางปฏิบัติมักนิยมให้มีพยานในสัญญาเพียง ๒ คน
๔. ระยะเวลาตรวจรางสัญญา
เมื่อได้รับร่างสัญญาจากกองคลังแล้ว ให้ดำเนินการตรวจร่างสัญญาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันทำการ
๕. กฎหมายทเี่ กยวของ
๑ . พระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐
๓. พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. ๒๕๔๐
๔. พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗
. ๕. ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและกรบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖0
กระบวนการตรวจรางสัญญา/ใบสงซอสงจ้าง
ที่ | กระบวนการ | ระยะเวลา | รายละเอียด | มาตรฐาน คุณภาพ งาน | ระบติดตาม และ ประเมินผล | ผู้รับผิดชอบ | แบบฟอร์ม | เอกสารอ้างอิง |
๑ | รับเรื่อง | ๑วัน | รับเรื่องตรวจร่าง สัญญาจากส่วน/ กองในสังกัด | - | - | งานธุรการ | - | - |
๒ | ตรวจลอบ เอกสารแสะ ตรวจลอบ อำนาจการ ตรวจร่าง สัญญา | ๑วัน | -ตรวจสอบเอกสาร เกี่ยวข้องในการ ตรวจร่างและจัดทำ สัญญา จัดซื้อหรือ จัดจ้างให้ครบ บันทึกความเห็ราย ละเอียดและคุณ ลักษณะเฉพาะของ การจัดซื้อ หรือจัดจ้าง - วิธีจัดซื้อหรือจัด จ้าง- บันทึกอนุมัติ ขอจัดซื้อหรือจัด จ้าง-เอกสารของผู้ เสนอราคาใต้- ร่าง สัญญา-เอกสาร ประกอบการทำ สัญญาของ ผู้ เสนอราคาได้ ๒ตรวจสอบอำนาจ การตรวจร่างสัญญา ของนิติกรหรือไม่- อยู่ในอำนาจตรวจ ร่างสัญญา-ไม่อยู่ใน อำนาจจัดส่งให้ ส่วน/กองที่ยื่นเรื่อง คืน | - | เอกสาร | นิติการ | ตัวอย่างสัญญา ตามแบบที่ คณะกรรมการ นโยบบาย กำหนด | - |
๓ | ตรวจร่าง สัญญา/ใบสั่ง ซื้อสั่งจ้างและ เอกสาร เกี่ยวข้อง | ๓วัน | ละเอียด ดังนี้ ๑. ตรวจสอบรูปแบบของร่าง สัญญาโดยใช้ตัวอย่างสัญญาที่ คณะกรรมการนโยบายกำหนด หรือใช้รูปแบบสัญญาที่มีสาระ สำคัญในลักษณะเดียวกับร่าง สัญญาเติม ๒.ตรวจสอบผู้มีอำนาจลงนาม ๓.รวจสอบเอกสารหลักฐานการ มีอำนาจ ลงนามในสัญญาของผู้เสนอราคา ได้ ตังนี้ -หนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคลของกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า -หนังสือมอบอำนาจลงนาม สัญญา -สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบ อำนาจ -ตรวจสอบรายละเอียดว่าจ้างให้ ถูกต้องตรงกับอนุมัติขอจัดซื้อ/ จัดจ้างและใบเสนอราคาหรือใบ ต่อรองราคาของผู้ เสนอราคา -ตรวจสอบรายละเอียด คุณลักษณะเฉพาะของผู้เสนอ ราคารวมทั้งรายการทั่วไปและ เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องใน การทำสัญญา - ตรวจสอบหลักประกันสัญญา -ตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ใน ร่างสัญญาให้ตรงกับอนุมัติและ ประกาศ | ประมวล กฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ พรบ.การจัดซื้อ จัดจ้างและการ บริหารพัสดุ ภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖0ระเบียบ กระทรวงการค ลัง ว่า ด้วยการ จัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร พัสดุ ภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ พรบ.ว่าด้วยข้อ ธรรม พ.ศ. ๒๕๔0 พรบ.สภา ตำบลและ องค์การบริหาร ส่วนตำบล พ.ศ.๒๕๓๗ | เอกสาร | นิติการ |
๔ | บันทึกส่งเรื่อง | ๑วัน | -จัดทำบันทึกร่างสัญญาและ เอกสารประกอบทั้งหมดเสนอลง นามให้ส่วน/กอง เจ้าของเรื่อง | - | เอกสาร | นิติการ | - | - |
๕ | ส่งร่างสัญญา/ ใบสั่งข้อสั่งจ้าง ละเอกสาร ระกอบให้ ส่วน/กอง เจ้าของเรื่อง | ๑วัน | -ส่งร่างสัญญาและเอกสารให้ ส่วน/กองเจ้าของเรื่อง | - | เอกสาร | นิติการ | - | - |