วัดและประเมินผลการเรียนรู้ ข้อกำหนดตัวอย่าง
วัดและประเมินผลการเรียนรู้. ♦ มีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่ หลากหลาย เหมาะสม และสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนพัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ประเมินผลการ เรียนรู้ตามสภาพจริง และนำผลการวัดและประเมินผลการ เรียนรู้มาใช้แก้ไขปัญหาการจัดการเรียนรู้
วัดและประเมินผลการเรียนรู้. มีการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง โดย วัดและประเมินผลการเรียนรู้ 1.การเข้าร่วมกิจกรรมในชั้นเรียน 2.การประเมินชิ้นงาน การนำเสนองาน 3.แบบทดสอบเมื่อผู้เรียนเรียนจบ 4.ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ เพื่อการศึกษาและสร้างองค์ความรู้ด้วย ตนเอง
วัดและประเมินผลการเรียนรู้. มีการริเริ่ม คิดค้น และพัฒนา รูปแบบการวัดและประเมินผล การ เรียนรู้ตามสภาพจริง ด้วยวิธีการที่ หลากหลายเหมาะสม และ สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และนำผลการวัดและ ประเมินผล การเรียนรู้ มาใช้แก้ไขปัญหาการ จัดการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียน พัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และเป็นแบบอย่างที่ดี ในการวัด และประเมินผลการเรียนรู้ 1) ริเริ่ม คิดค้น และพัฒนา รูปแบบการวัดและประเมิน ผล การเรียนรู้ตามสภาพจริง ด้วย วิธีการที่หลากหลายและ สอดคล้องกับมาตรฐานการ เรียนรู้ 2) สร้างเครื่องมือการวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้โดยใช้ วิธีการที่หลากหลายและ สอดคล้องกับมาตรฐาน การ เรียนรู้ และตัวชี้วัด 3) นำผลการวัดและประเมิน ผลการเรียนรู้มาใช้แก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้ 1) ผู้เรียนได้รับการ ประเมินที่มีรูปแบบการ วัดและประเมินผลการ เรียนรู้ที่หลากหลาย เหมาะสมสอดคล้องกับ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด และ เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ผู้เรียนร้อยละ 100 ได้รับการประเมินที่มี รูปแบบการวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ ที่หลากหลาย เหมาะสมสอดคล้องกับ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด และ เหมาะสมกับแต่ละ บุคคล
วัดและประเมินผลการเรียนรู้. มีการวัดและประเมินผลการ เรียนรู้ด้วยวิธีที่หลากหลาย เหมาะสมและสอดคล้องกับ มาตรฐานการเรียนรู้ให้ผู้เรียน พัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพ จริงและนําผลการเรียนรู้มาใช้ พัฒนาและแก้ไขปัญหาการ จัดการเรียนรู้ - สร้างเครื่องมือวัดและ ประเมินผลเพื่อพัฒนาผู้เรียนตาม สภาพจริง 1. ผู้เรียนได้รับการ ประเมินผลการเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง สม่ําเสมอ อย่างหลากหลาย 2. นําผลการประเมินมา ใช้ในการส่งเสริม พัฒนา และแก้ไขปัญหาการ เรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่าง มีประสิทธิภาพ 1. ผู้เรียนร้อยละ 80 มี ผลสัมฤทธิ์สูงขึ้นเป็นไป ตามค่าเป้าหมายของ สถานศึกษากําหนด PA 1/ส
วัดและประเมินผลการเรียนรู้. ◆ มีการวัดและประเมินผลการ เรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสม และสอดคล้องกับมาตรฐาน การเรียนรู้ ให้ผู้เรียนพัฒนาการเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง ⮚ สร้างเครื่องมือการวัดผล (แบบทดสอบ, แบบประเมิน, แบบสังเกตพฤติกรรม) และ เกณฑ์ประเมินผลการเรียนรู้เรื่อง ยุคสมัยและ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ตามสภาพจริง สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด รายวิชา ⮚ นำผลการประเมินนั้นมาศึกษา เพื่อหา แนวทางแก้ไขปัญหาผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ที่ กำหนด ⬩ ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 ผ่านเกณฑ์การวัดผลและ ประเมินผล เรื่อง ยุคสมัยและ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ เชิงปริมาณ ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 /1 ร้อยละ 75 มีคะแนนผ่านการ ประเมิน เชิงคุณภาพ ผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 มีคะแนนผ่านการปะเมิน 1. ผลการวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 4/1
วัดและประเมินผลการเรียนรู้. มีการริเริ่ม คิดค้นและพัฒนารูปแบบการวัด 1. ริเริ่มพัฒนา เครื่องมือวัดและประเมินผลการ เรียนรู้ให้ครอบคลุมการวัดด้านความรู้(K) ด้าน ทักษะ (S) ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) 1. ผู้เรียน ได้รับการพัฒนา กระบวนการเรียนรู้ด้วยเครื่องมือวัด และประเมินผลการเรียนรู้ 1. ร้อยละ ๗๐ ของผู้เรียน มี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ตาม แผนการจัดการเรียนรู้สูงขึ้น และ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานตำแหน่ง งาน (Tasks) ที่จะดำเนินการพัฒนา ตามข้อตกลง ใน 1 รอบ การประเมิน(ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖) ผลลัพธ์ (Outcomes) ของงานตามข้อตกลง ที่คาดหวังให้เกิดขึ้น กับผู้เรียน(ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖) ตัวชี้วัด (Indicators) ที่จะเกิดขึ้นกับผู้เรียนที่แสดงให้ เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไปในทาง ที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น หรือผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น (ประจำปี งบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖)
วัดและประเมินผลการเรียนรู้. ๑.๑เด็กมีพฒนาการ ๑.๑เด็กร้อยละ ๗๕ มี ผลการประเมิน พฒนาการดา้ นสังคม และอารมณ์ อยใน ระดบั ๒ ข้ึนไป (ปี ที่ผานมาเด็ก ประเมินผา่ นร้อยละ ๖๕) การร่ วมกิจกรรมการพัฒนาสมอง อารมรณ์ตามวยและ ส่วนหน้าด้วยดนตรี ของเด็ก ๔ ขวบ ความแตกต่างระหวาง ท้ัง ๕ กิ จกรรม เ พื่ อใช้ในการ ประเมินผลการร่วมกิจกรรม และ บุคคล เพื่อให้สามารถวัดและประเมิน พฒนาการดา้ น สังคมและอารมณ์ ได้ อยางเหมาะสมตามวยของเด็ก
๑.๖ ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เพื่อแกป้ ัญหาหรือพฒนาการเรียนรู้ ศึกษา วิเคราะห์และสังเคราะห์ เรื่องการพฒั นาสมองส่วนหน้าด้วย ดนตรี และพฒนาการของเด็ก ๔ ขวบ แล้ววิจัยช้ันเรียนเรื่อง การยกระดับ พัฒนาการด้านสังคมและอารมณ์ โดยใชก้ ิจกรรมการพฒั นาสมองส่วน หนาดวยดนตรี(EF) กบเด็กปฐมวยั ๔ ขวบ ๑.๑เด็กมีพฒนาการ ๑.๑เด็กร้อยละ ๗๕ มี ด้านสังคม และ ผลการประเมิน อารมรณ์ตามวยและ พฒนาการดา้ นสังคม ความแตกต่างระหวาง และอารมณ์ อยใน
๑.๗ จัดบรรยากาศที่ส่งเสริ มและ พฒนาผเ้ รียน จดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพฒั นา ผูเ้ รียน ให้เกิดกระบวนการคิด ทกั ษะ ชีวิต ทักษะการท˚างาน ทักษะการ เรี ยนรู้โดยเฉพาะพัฒนาการด้าน สังคม และอารมณ์ของเด็ก ๔ ขวบ โดยริเริ่มน˚ากิจกรรม ๕ กิจกรรม ใช้ ในช่ วงกิจกรรมเคลื่อนไหวและ ๑.๑เด็กมีพฒนาการ ด้านสังคม และ อารมรณ์ตามวยและ ความแตกต่างระหวาง บุคคล ๑.๑เด็กร้อยละ ๗๕ มี ผลการประเมิน พฒนาการดา้ นสังคม และอารมณ์ อยใน ระดบั ๒ ข้ึนไป (ปี ที่ผานมาเด็ก ประเมินผา่ นร้อยละ ๖๕)
๑.๘ อบรมและพฒั นาคุณลกั ษณะที่ดี ของผเ้ รียน อบรมบ่มนิสัยให้เด็กมีคุณธรรม จริยธรรม คุณลกษณะอนพึงประสงค์ และค่านิยมความเป็ นไทยที่ดีงาม โดยริเริ่มน˚ากิจกรรมท้ัง ๕ กิจกรรม ที่ช่ วยในการพัฒนาการเคารพกฎ กติการ การยับยั้งชั่งใจ การท˚างาน ร่วมกับผู้อ่ืน ซึ่งเป็ นพัฒนาการด้าน สังคม และอารมณ์ เด็กมีวินยในการ เด็กร้อยละ ๘๐ มีการ เคารพกฎ กติกา มี เคารพกฎ กติกา มี ความยบั ย้งั ชง่ั ใจ และ ทา˚ งานร่วมกบผูอ้ ื่นได้ ความยบั ย้งั ชงั่ ใจ และ ทางานร่วมกบผูอ้ ื่นได้
